Categories
ชีวประวัติ

ขงเบ้ง มังกรหลับผู้ล้ำลึก

หากเอ่ยถึงนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่อง “สามก๊ก” หลายท่านคงรู้จักกันดี
และวันนี้ Centrovirtual จะพาคุณไปรู้จักกับกุนซือผู้ล้ำลึก “ขงเบ้ง”
เจ้าของสมญานาม “มังกรหลับ” กัน

ขงเบ้ง
ขงเบ้ง

ประวัติชีวบุคคลของ ขงเบ้ง

จูกัดเหลียง หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ขงเบ้ง เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก นอกจากนี้ยังมีฉายาอื่นเช่น มังกรหลับ เป็นต้น

ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านการยุทธนาการของพระเจ้าเล่าปี่ในตำแหน่งสมุหนายกและผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งจ๊กก๊ก รวมทั้งมีความสามารถในด้านการเมือง การทูต นักปราชญ์ วิศวกรและได้ชื่อว่าเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นที่สำคัญ โดยคิดค้นหมั่นโถว หน้าไม้กล โคมลอยและระบบชลประทาน

หลายคนยอมรับว่าเขาเป็นคนมีความสามารถ แต่อีกหลายๆ คน มองว่าเขาเป็นคนดีแต่พูด เราจะมาวิเคราะห์ประเด็นนี้เชิงประวัติศาสตร์กันว่า แท้จริงแล้ว ตัวตนจริงๆของเขาเป็นอย่างไร

ว่ากันว่า ถ้าขงเบ้งไปอยู่ก๊กอื่นที่ไม่ใช่เล่าปี่ อย่างโจโฉ ขงเบ้งอาจเป็นผู้ที่ช่วยให้ โจโฉ รวมแผ่นดินเป็นหนึ่งได้อย่างไม่ยากเย็น ขงเบ้งในประวัติศาสตร์ เด่นในด้านการบริหาร การปกครอง เรียกว่าเป็นรัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ส่วนด้านการบัญชาการทัพ ขงเบ้งน่าจะเด่นในด้านการฝึกทหาร วินัยทัพ แต่มีจุดอ่อนในแง่ทำศึกด้วยแผนพิสดาร พวกกลยุทธพลิกแพลงต่างๆ ทำให้ด้านนี้เขายังสู้ผู้บัญชาการทัพหรือกุนซือเก่งๆบางคนในยุคนั้นไม่ได้ ในประวัติศาสตร์ สุมาอี้ก็ให้คำชื่นชมขงเบ้ง สุมาเอี๋ยนก็ยังสั่งให้เฉินโซ่วรวบรวมผลงานต่างๆของขงเบ้ง (ซึ่งต่อมาเฉินโซ่วก็ได้รวบรวมเรียบเรียงประวัติบุคคลยุคสามก๊กขึ้น) ในต้นยุคราชวงศ์ถัง ก็มีพิชัยสงครามของหลี่จิ้ง ซึ่งเป็นการบันทึกการสนทนาระหว่างยอดขุนพลหลี่จิ้งกับจักรพรรดิถังไท่จง(หลี่ซื่อหมิน) ก็มีการอ้างอิงถึงตำราพิชัยสงครามของขงเบ้ง(และโจโฉ) โดยหลี่จิ้งได้นำหลักการฝึกทหารมาจากตำราพิชัยสงครามของขงเบ้งมาดัดแปลงใช้

ถ้าขงเบ้งไม่แน่จริงคงจะปั้น เล่าปี่ให้กลายเป็นหนึ่งในสามฮ่องเต้ของจีนในกลียุค ยุคนั้นไม่ได้ แถมยุทธศาสตร์ที่วางไว้นั้นเป็นแผนระยะยาว แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์มาก น่าเสียดายที่ขงเบ้งนั้น เชื่อใจตนเองแค่คนเดียวเท่านั้น  ทำให้ไม่สามารถปั้นบุคลากรดีๆ ขึ้นมาได้ ส่วนนี้น่าจะเป็นข้อด้อยที่คนหลายคนนึกถึง

หากจะยกบุคคลใดขึ้นเปรียบเทียบ คงไม่พ้นคนตระกูล “สุมา” ไม่ว่าจะเป็นคู่รักคู่แค้น สุมาอี้ ก็ดี หรือ สุมาเอี้ยนที่รวบรวมแผ่นดินจีนที่แบ่งเป็น 3 ก๊กตั้งแต่ปลายยุคราชวงศ์ฮั่น​ และสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นฮ่องเต้ได้​ แต่น่าเสียดายที่อายุของราชวงศ์นี้ไม่ยาวนัก​ แถมยังแย่งอํานาจกันภายในจนเกิดสงคราม8อ๋องขึ้น​ เปิดโอกาสให้ชนเผ่านอกด่านบุกรุกรานภาคเหนือของจีน​ จนเกิดแผ่นดินราชวงศ์เหนือ (ที่ส่วนใหญ่สืบเชื้อสายจากพวกชนเผ่านอกด่าน) ​กับราชวงศ์ใต้ขึ้น​ รบกันเองดุเดือด (หวงอี้ได้เขียนนิยายกําลังภายในช่วงยุคสมัยนี้ด้วย)​ กว่าจะกลับมารวมเป็นหนึ่งเดียวในสมัยราชวงศ์สุยและราชวงศ์ถัง (ที่มีฮ่องเต้ที่มีชื่อเสียงจากการสังหารพี่ชายตัวเองและกดดันพ่อตัวเองให้สละราชบัลลังค์ให้) อย่าง​หลี่ซื่อหมิงหรือถังไทจงฮ่องเต้นั้นเอง

ข้อเท็จจริงคืออะไร ทำไมบทประพันธ์มาทำให้ขงเบ้งเทพเลย ? (ก็เว่อร์เหนือมนุษย์เกินไป) แต่ความจริงมันก็สมควรให้เครดิต เพราะ วุยก๊กเป็นก๊กใหญ่ ส่วนจ๊กก๊กเป็นก๊กเล็ก

การเมืองย่อมมีกองเชียร์หลายฝ่าย ฝ่ายวุยก๊กมีกองเชียร์เยอะมาก แล้วก็ไม่ชอบขงเบ้งกับเล่าปี่ ประวัติแง่ลบของเล่าปี่กับขงเบ้ง ออกมาจากแฟนคลับวุยก๊กมากมายทุกฝ่ายล้วนชิงอำนาจ เรื่องผิดถูกดีชั่วไม่ต้องพูดถึง แต่ต้องมามองเรื่อง “น้ำยา” ซะมากกว่า ผมเก็บเกี่ยวมาจากผู้วิเคราะห์ประวัติศาสตร์หลายๆ คนสรุปได้ว่า

1. จ๊กก๊กเป็นก๊กเล็ก ก๊กใหม่ อายุสั้น และตามประวัติศาสตร์ จ๊กก๊กน่าจะมีพื้นที่เล็กกว่าในวรรณกรรมหลายเท่าตัว

2. วุยก๊กเป็นก๊กใหญ่ ได้ใบบุญตกทอดจากราชวงศ์ฮั่นมามาก มีขุนนางบุ๋นบู๊กว่า 2,000 คน มันสมองทั้งนั้น แต่วรรณกรรมอาจให้สุมาอี้เป็นตัวเอกในการต้านทัพขงเบ้ง

3. ทำเลเสียเปรียบทางยุทธศาสตร์ ฉะนั้นเกมรับที่ดีคือเกมรุก แต่ถ้าบุกไม่สำเร็จยังไงก็แพ้ ด้วยเหตุนี้ ทั้งขงเบ้งและเกียงอุยก็เล่นเกมรับโดยรุกตลอดข้อเท็จจริงคือ สุมาอี้โค่นขงเบ้งไม่สำเร็จ ไม่ใช่ขงเบ้งโค่นสุมาอี้ไม่สำเร็จ

สรุปว่า วุยก๊ก ที่ต้องการพิชิตรวมแผ่นดิน แต่ทำไม่สำเร็จในสมัยที่มีขงเบ้งและเกียงอุย นี่เองที่ทำให้บุคลากรฝ่ายนี้ถูกทำเป็นตัวละครเด่นขึ้นมาฉะนั้นวรรณกรรมถึงเอาฝ่ายจ๊กก๊กมาเป็นตัวเอก จริงๆไม่เกี่ยวกับคุณธรรมว่าดีหรือไม่ดี แต่มันเกี่ยวกับ “น้ำยา” สามารถต่อกรกับทัพหลวงจนแยกไปตั้งก๊กได้สำเร็จ

ในบรรดาตัวละครที่หลากหลายของสามก๊ก มีตัวละครหนึ่งที่ฉันยกย่องชนิด ครองใจ มากที่สุด นั่นคือ ขงเบ้ง ผู้หยั่งรู้ดินฟ้ามหาสมุทร โดยทั่วไป ขงเบ้ง เป็นบุคคลที่ได้รับการเชิดชูสูงสุดในแง่ของสติปัญญาความฉลาดรอบรู้ และคุณสมบัติข้อนี้ของขงเบ้ง ก็ได้รับการพิสูจน์อย่างต่อเนื่องเกือบตลอดเรื่อง จะว่าไปแล้ว ความหลักแหลมของขงเบ้ง ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กงล้อแห่งเรื่องราวของสามก๊กดำเนินไปอย่างมีอรรถรส สนุกสนาน และมีชั้นเชิง

          ความเป็นปราชญ์เหนือปราชญ์ของขงเบ้ง ประกอบขึ้นจากทั้งพรสวรรค์ พรแสวง และโอกาส ที่ฉายฉานให้ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทำให้ความสามารถที่ไม่เป็นรองใครถูกนำมาใช้อย่างต่อเนื่อง ตลอดเรื่องราวชีวิตของตัวละครนี้ หากจะโยงเข้าสู่ปัจจุบัน สู่ยุคสมัยดิจิตอล ก็อยากจะแบ่งความฉลาดของขงเบ้งออกเป็นสองส่วน

ส่วนแรกคือความฉลาดในด้านสติปัญญา (I.Q.) สะท้อนจากความรอบรู้ในหลากศาสตร์หลายแขนง ทั้งประวัติศาสตร์, ภูมิศาสตร์, การสงคราม, การบริหาร, การปกครอง, ศิลปะ, การคำนวณครวญคิด, การวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีวิสัยทัศน์ และอีกมากมายเหลือประมาณ

ส่วนความฉลาดอีกด้าน คือความฉลาดด้านอารมณ์ (E.Q.) เป็นต้นว่า ความสุขุมหนักแน่น, ความมีสติ, การรู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ฯลฯ ที่ได้รับการยืนยันในหลายๆ สถานการณ์ของเรื่อง สองความฉลาดประกอบกัน แม้จะพบกับอุปสรรคต่างๆ มากมาย แต่ขงเบ้ง ก็สามารถผลักดันให้จ๊กก๊กของเล่าปี่ ผงาดขึ้นมาเทียบรัศมีวุยก๊กของโจโฉ และง่อก๊กของซุนกวนได้อย่างสมศักดิ์ศรี

อย่างไรก็ตาม แม้สติปัญญาความเฉลียวฉลาดและปฏิภาณไหวพริบจะเป็นคุณลักษณะที่โดดเด่นที่สุดของบุคคลผู้นี้ แต่ถ้าพิจารณากันอย่างถ้วนถี่ ขงเบ้ง ก็มิใช่คนที่มีดีเพียงแค่ความเป็นปราชญ์ที่รอบรู้เท่านั้น มองกันให้ลึก อาจารย์ฮกหลงแห่งโงลังกั๋งผู้นี้ ยังมีข้อดีอีกหลายประการที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับการให้นิยามเป็นบุคคลที่น่ายกย่อง

ความซื่อสัตย์ภักดี และ เต็มที่ในหน้าที่ ก็เป็นคุณสมบัติที่ขงเบ้งมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม คนเก่งอย่างขงเบ้ง ไม่ว่าใครก็ต้องการ แต่เมื่อขงเบ้งพิสูจน์น้ำใสใจจริงของเล่าปี่และเลือกแล้วที่จะให้บุคคลผู้นี้เป็นนาย ชั่วชีวิตของขงเบ้ง ก็ได้อุทิศทุ่มเทเพื่อทำนุบำรุงเล่าปี่และทายาทโดยตลอด ด้วยคุณสมบัติของเล่าปี่

ขงเบ้งตระหนักดีว่าไม่ใช่คนที่จะประสบความสำเร็จที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุด แต่เมื่อเห็นว่าเล่าปี่เปี่ยมด้วยคุณธรรมนอกเหนือจากความที่มีเชื้อสายของราชวงศ์อยู่ ขงเบ้งก็ไม่ย่อท้อที่จะใช้สติปัญญาและความสามารถของตนเองเพื่อเชิดชูสนับสนุนเล่าปี่จนสุดกำลัง แม้คุณธรรมในข้อความซื่อสัตย์ของขงเบ้ง จะไม่ได้ปรากฏโดดเด่นจนได้รับการยกย่องเท่ากับกวนอู เทพเจ้าแห่งความสัตย์ซื่อ

แต่ก็มิใช่เพราะ ขงเบ้งไม่มี คุณธรรมข้อนี้ เพียงแต่ว่า รัศมีความฉลาด หลักแหลม ของ ขงเบ้งเองต่างหาก ที่ทำให้ความดีในแง่ของความซื่อสัตย์ภักดี มั่นคงในหน้าที่และกตัญญูของเขาถูกลดบทบาทหรือมองข้ามไป และถ้าคิดตริตรองกันจริงๆ แล้ว ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน โลกก็ต้องการคนเก่งที่มีคุณธรรมความดี กำกับ อยู่ด้วย ไม่ใช่หรือ

          ลักษณะเฉพาะ อีกข้อหนึ่งที่ น่ายกย่อง เพราะเป็น สิ่งที่มนุษย์ทั่วไปมักทำได้ยาก คือ ความเป็นคนสมถะ ไม่ทะเยอะทะยานของขงเบ้ง แม้เมื่อมามีชีวิต โลดแล่นอยู่บนเส้นทางของการบริหาร อำนาจ และ การต่อสู้ชิงชัยแล้ว ขงเบ้งก็มิได้มี ความทะเยอทะยาน มักใหญ่ใฝ่สูง ได้อำนาจ ก็ไม่เริงอำนาจ ได้ตำแหน่ง ก็ไม่หลงตำแหน่ง และ แม้จะได้โอกาส ในการก้าวขึ้นสู่ความยิ่งใหญ่กว่าที่เป็น ก็ยินดีที่จะสละ และ เลือกที่จะไม่เลือก โอกาสนั้น ทั้งๆ ที่หากคิดจะเป็นใหญ่จริงๆ ขงเบ้งก็เป็นได้ ด้วยคุณสมบัติ ที่มีทั้งความเป็นผู้นำ และ ผู้ตามในตัวเอง

          การรู้จักดำรง ตนเองอยู่บน ความพอดี ใฝ่ในชีวิตที่สงบ และ สันติ แท้จริงแล้ว เป็นสิ่งที่มีอยู่เสมอใน ตัวขงเบ้ง ด้วยภาระ หน้าที่ ที่ทำให้ชีวิต ต้องคลุกคลี อยู่ในสมรภูมิ อยู่ตลอด แต่ขงเบ้งก็ยังฝันใฝ่ถึงวันที่ตนเอง จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อย่างสมบูรณ์ แล้วได้กลับไปสู่ ชีวิตแบบดั้งเดิม ที่สงบ เรียบง่าย ไปเป็น จูกัดเหลียง  มังกรผู้ซ่อนกาย อีกครั้ง

ขอขอบคุณบทความประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษากัน โดย ufabet.com