Categories
ชีวประวัติ

สุมาอี้ ผู้ปราบขงเบ้ง คนสำคัญแห่งวุย ผู้วางรากฐานราชวงศ์จิ้น

หากพูดถึง “สุมาอี้” หลายคนยกให้เขาเป็นผู้เหนือกว่าขงเบ้ง
กุนซือคนสำคัญที่ช่วยให้วุยก๊ก ได้รับชัยชนะหลายต่อหลายครั้ง
เขาเป็นคนอย่างไร Centrovirtual จะพาคุณไปรู้จักเขากัน

สุมาอี้

สุมาอี้

สุมาอี้นั้น ได้รับอีกฉายาหนึ่งว่า “งูแมวเซา” มีคำวิจารณ์ว่าบุคคลที่ฉลาดที่สุดในสามก๊ก คือ ขงเบ้ง แต่บุคคลที่ทั้งฉลาดและน่ากลัวที่สุดในสามก๊ก คือ สุมาอี้

สุมาอี้เริ่มต้นจากการรับราชการตำแหน่งเล็กก่อนที่จะไต่เต้าไปสู่ตำแหน่งเสนาธิการและแม่ทัพ อย่างไรก็ตาม ความสุขุมลุ่มลึกของสุมาอี้นั้น ทำให้แม้แต่โจโฉยังไม่ไว้วางใจ และเคยเตือนบุคคลรอบข้างให้ระวังสุมาอี้

เมื่อโจโฉและโจผีสิ้นลง โจยอยได้ขึ้นครองราชย์ สุมาอี้ได้รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของวุยก๊ก โดยผลัดแพ้ผลัดชนะกับขงเบ้งอยู่หลายครั้ง ทั้งคู่ต่างเกรงขามฝีมือของกันและกัน สุมาอี้เกือบตายด้วยวงล้อมไฟของขงเบ้งครั้งนึง แต่รอดมาได้ด้วยฝน ขณะที่ขงเบ้งก็เกือบตายเมื่อพลาดท่าที่จุดยุทธศาสตร์เกเต๋ง แต่อาศัยการลักไก่ เล่นพิณบนกำแพงเมืองแล้วเปิดประตูเมือง ทำให้สุมาอี้ระแวงแล้วไม่กล้าบุก

ในการรบครั้งสุดท้ายระหว่างขงเบ้งกับสุมาอี้ ขงเบ้งต้องการเสร็จศึกโดยเร็วเพราะมีแม่ทัพเก่ง ๆ เยอะ แต่มีเสบียงน้อย ในขณะที่สุมาอี้นั้นมีเสบียงมากมาย ดังนั้นจึงไม่ยอมออกมารบ ขงเบ้งได้ส่งคนท้าทายสุมาอี้หลายต่อหลายครั้ง ถึงขนาดส่งเสื้อผ้าสตรีเยาะเย้ยแต่สุมาอี้ก็ไม่ยอมออกมา ดังคำที่สุมาอี้ทักไว้

แต่หลังจากขงเบ้งได้รู้ว่าตนกำลังจะสิ้นบุญจึงทำพีธีต่อชะตาเป็นเวลา 7 วันโดยไม่ให้กองทัพเคลื่อนไหว สุมาอี้ได้ตรวจดูชะตาบนดวงดาวพบว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้นกับขงเบ้งและเห็นว่ากองทัพจ๊กก๊กไม่ยอมออกมาจากค่ายจึงแน่ใจว่าขงเบ้งกำลังป่วยจึงฉวยโอกาสสั่งให้กองทัพบุกโจมตีค่ายของจ๊กก๊ก ทำให้อุยเอี๋ยนรีบเข้ามารายงานกับขงเบ้งทำให้เทียนต่อชะตาดับจนพิธีต่อชะตาของขงเบ้งต้องล่มไป

แต่ขงเบ้งสั่งอุยเอี๋ยนนำกองทัพไปตีโต้กลับขับไล่กองทัพของสุมาอี้ไปจนถึงหน้าค่ายจนทำให้สุมาอี้คิดว่าขงเบ้งไม่ได้ป่วยจึงได้แต่อยู่ในค่ายและไม่ยอมให้ออกจากค่ายตามเดิม จนกระทั่งสุมาอี้ก็ได้รับรู้ข่าวว่าขงเบ้งล้มป่วยตายแล้วและกองทัพจ๊กก๊กได้ถอยทัพกลับเสฉวนจึงรีบนำกองทัพบุกไล่ตีตลบหลังกองทัพจ๊กก๊ก

แต่สุมาอี้ได้เจอกับขงเบ้งที่นั่งบนรถนำกองทัพจ๊กก๊กมาตั้งรับจึงตกใจและคิดว่าได้ถูกเล่ห์กลของขงเบ้งหลอกให้ออกจากค่ายจึงรีบถอยทัพกลับค่ายทันที ต่อมาภายหลังก็ได้รับรู้จากชาวบ้านว่าขงเบ้งได้ตายแล้วจริง ๆ และที่สุมาอี้เห็นก็เป็นหุ่นกระบอกไม้ที่กองทัพจ๊กก๊กได้นำมาแต่งชุดและนั่งบนรถนำทัพมาตั้งรับ

แล้วหลังจากกองทัพสุมาอี้ถอยทัพกลับค่ายไปแล้ว กองทัพจ๊กก๊กก็ได้ถอยทัพไปได้ไกลจนถึงเสฉวน สุมาอี้ก็ได้รู้ว่าขงเบ้งได้รู้ล่วงหน้าก่อนว่าตนจะนำกองทัพตีตลบหลังกองทัพจ๊กก๊กที่กำลังถอยทัพหลังจากตนได้ตาย จึงได้ใช้กลอุบายใช้หุ่นไม้หลอกสุมาอี้ให้ถอยทัพกลับค่าย จนต้องทำให้สุมาอี้ต้องเอ่ยปากชมว่า ขงเบ้งนั้นเก่งจริง ๆ ขนาดตอนเป็นยังหลอกได้ แม้แต่ตอนตายยังหลอกอีก

แต่ถึงอย่างไรแม้จะถูกขงเบ้งหลอกแต่สุมาอี้ก็ได้รับชัยชนะอย่างแท้จริงและไม่มีใครที่จะมีความเก่งเทียบเท่าและขัดขวางทางความทะเยอทะยานอย่างสุมาอี้ได้อีกแล้ว

ในปลายรัชสมัยโจยอย สุมาอี้ได้รับการเลื่อนยศและบรรดาศักดิ์ มีอำนาจควบคุมทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน โจยอยนับถือเสมือนพระราชบิดา คนในตระกูลสุมารับราชการในชั้นสูงมากถึง 11 คน

เมื่อสิ้นโจยอย โจฮองขึ้นครองราชย์แทน สุมาอี้ถูกตระกูลโจถอดออกจากตำแหน่งไปอยู่บ้านเฉยๆ เพราะไม่ไว้ใจในความซื่อสัตย์ของสุมาอี้ แม้สุมาอี้จะถูกปลดเป็นเวลานานถึง 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังคงฝึกการต่อสู้และมีบารมีในกองทัพอยู่

โจซองก็ยังไม่ไว้ใจสุมาอี้อยู่จึงส่งคนไปจับตาดูแต่สุมาอี้ได้แกล้งป่วยอาการทรุดหนักทำให้โจซองตายใจไม่หวาดระแวงอะไร แต่ท้ายที่สุดก็ทำการรัฐประหารในเมืองลกเอี๋ยง โค่นอำนาจที่คุมกองทัพของตระกูลโจ ที่นำโดยโจซอง บุตรชายของอดีตแม่ทัพใหญ่โจจิ๋น หมดสิ้น และเป็นตระกูลสุมาที่ได้ขึ้นมาครองอำนาจแทน

สุมาอี้มีบุตรชาย 2 คน ที่ล้วนแต่มีความสามารถมาก เพราะสุมาอี้มักสั่งสอนและให้ติดตามทำศึกอยู่เสมอ ๆ คือ สุมาสู และสุมาเจียว ภายหลังจากสิ้น 3 คนนี้แล้ว สุมาเอี๋ยน บุตรชายของสุมาเจียว หลานปู่ของสุมาอี้ได้รวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียว และขึ้นครองราชย์เป็นเสวียนตี้ฮ่องเต้ ปฐมจักรพรรดิของราชวงศ์จิ้น เป็นอันสิ้นสุดยุคสามก๊ก และ ราชวงศ์ฮั่น

สุมาอี้เสียชีวิตเมื่ออายุ 73 ปีที่เมืองลกเอี๋ยง ด้วยโรคชรา

วิเคราะห์ความสามารถ

หากถามว่า สุมาอี้ มีความสามารถเหนือ ขงเบ้ง จริงหรือไม่ ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ในหมู่ผู้วิเคราะห์ประวัติศาสตร์หลายๆ คน แต่สามารถสรุปได้คร่าวๆ ดังนี้

1. จ๊กก๊กเป็นก๊กเล็ก ก๊กใหม่ อายุสั้น และตามประวัติศาสตร์ จ๊กก๊กน่าจะมีพื้นที่เล็กกว่าในวรรณกรรมหลายเท่าตัว

2. วุยก๊กเป็นก๊กใหญ่ ได้ใบบุญตกทอดจากราชวงศ์ฮั่นมามาก มีขุนนางบุ๋นบู๊กว่า 2,000 คน มันสมองทั้งนั้น แต่วรรณกรรมอาจให้สุมาอี้เป็นตัวเอกในการต้านทัพขงเบ้ง

3. ทำเลเสียเปรียบทางยุทธศาสตร์ ฉะนั้นเกมรับที่ดีคือเกมรุก แต่ถ้าบุกไม่สำเร็จยังไงก็แพ้ ด้วยเหตุนี้ ทั้งขงเบ้งและเกียงอุยก็เล่นเกมรับโดยรุกตลอด

ข้อเท็จจริงคือ สุมาอี้โค่นขงเบ้งไม่สำเร็จ ไม่ใช่ขงเบ้งโค่นสุมาอี้ไม่สำเร็จ

ต้องตั้งคำถามกลับแล้วจะเห็นศักยภาพของจ๊กก๊ก

-> ต้องถามว่า ทำไมโจโฉถึงปราบเล่าปี่ไม่สำเร็จ ทั้งที่คุมกองทัพหลวง มีขุนนางบุ๋นบู๊มากมาย ?

-> ทำไมวุยก๊กถึงปราบ จ๊กก๊กสมัยขงเบ้งและเกียงอุยไม่ได้ ?
พอเกียงอุยตาย ถึงจะยึดเมืองจากเล่าเสี้ยนได้

สรุปว่า วุยก๊ก ที่ต้องการพิชิตรวมแผ่นดิน แต่ทำไม่สำเร็จในสมัยที่มีขงเบ้งและเกียงอุย   นี่เองที่ทำให้บุคลากรฝ่ายนี้ถูกทำเป็นตัวละครเด่นขึ้นมา

ฉะนั้นวรรณกรรมถึงเอาฝ่ายจ๊กก๊กมาเป็นตัวเอก จริงๆไม่เกี่ยวกับคุณธรรมว่าดีหรือไม่ดี แต่มันเกี่ยวกับ “น้ำยา”  สามารถต่อกรกับทัพหลวงจนแยกไปตั้งก๊กได้สำเร็จ

มองการเมืองผ่านสามก๊ก

เป็นช่วงต้าฮั่นเสื่อม จากสารพัดปัญญา
– โจโฉ เล่าปี่ ซุนเกี๋ยน+ซุนกวน มีความต้องการใหญ่อยู่แล้ว
– โจโฉ เลือกที่จะประคับประคองต้าฮั่น ขณะเดียวกันก็ใช้วิธีการฉวยโอกาสเอาตัวเองและครอบครัวเข้าไปเป็นใหญ่ในฮั่น นี่คือการเมืองของโจโฉ

– เล่าปี่ อยากจะกอบกู้ฮั่น เพราะตัวเองก็เชื้อสายเล่าปัง รู้สึกว่าไม่สมควรที่ต้าฮั่นจะได้คนอ่อนแอมาเป็นฮ่องเต้ น่าจะเป็นตัวเองมากกว่าที่มีบทบาทในฮั่น จะเป็นอย่างโจโฉก็ไม่ได้ ไล่ไม่ทันเพราะโจโฉมีบทบาทในวังมานาน ก็คิดจะไปหาทางเป็นใหญ่ด้วยการรวมพล สุดท้ายก็ได้กอบกู้ฮั่น เป็นฮ่องเต้สมใจ โดยอาศัยจังหวะข้ออ้างที่ชอบธรรมว่า ไม่ยอมรับราชวงศ์โจ เพราะถ้ามีฮั่นอยู่ จะตั้งฮ่องเต้ซ้อนไม่ได้ นี่คือการเมืองแบบเล่าปี่

– ซุนเกี๋ยน+ซุนกวน รุ่นซุนเกี๋ยนก็อยากมีบทบาทในวังอยู่ พอไม่สำเร็จก็แยกมาตั้งแคว้นเป็นใหญ่เอง รอจังหวะเวลา พอรุ่นซุนกวนจึงมีโอกาสอ้างได้ว่า ปฏิเสธราชวงศ์โจ แล้วสถาปนาราชวงศ์ตัวเอง เมื่อไม่ติดคำว่าฮั่นที่สิ้นอำนาจไป จึงมีความชอบธรรมในการสถาปนา นี่คือการเมืองซีกง่อก๊ก

ถ้ามองประวัติศาสตร์ในเชิงการเมือง ก็จะเห็นภาพแล้วเข้าใจง่าย

วัดกันปอนด์ต่อปอนด์ สุมาอี้ VS ขงเบ้ง

ขงเบ้ง จับคู่ สุมาอี้ สุมาอี้แพ้กี่ครั้ง เสียรู้กี่ครั้ง สรุปแพ้ตลอด ขงเบ้งนั้นเหนือกว่า อยู่แล้ว ในหลายๆศึก

กล่าวถึงสุมาอี้สักหน่อย สุมาอี้นี้ไม่ได้เทพ ในวุยก๊กนั้น แทบเป็นอันดับสุดท้ายเลย ในยุคแรกนั้น วุยก๊กนั้นมี ซุนฮก ซุนฮิว กุยแก เทียหยก กาเซี่ยน และมีอีกเยอะ คนที่โพล่มาทำงานเดียวครั้งเดียว จะสำเร็จหรือแพ้มีเยอะ และ จ๊กก๊กก็มี หลายๆงานหลายๆแผน ความสำเร็จนั้นๆก็มาจากคนอื่นไม่ใช่ขงเบ้งคนเดียว

สุมาอี้มามีบทบาท ก็ช่วงที่ เอียวซิ่วตาย (ขาไก่ในตำนาน) เอียวซิ่วเอาเรื่องที่ โจโฉพูดตอนกินข้าว ว่ารหัสลับคือขาไก่ คือกินไม่ได้ ไม่อร่อย จะทิ้งก็เสียดาย เอียวซิ่วนั้นเดาคำพูดนี้และพูดโชวมากไปหน่อย ว่าศึกนี้ โจโฉจะถอยทัพ โจโฉ รู้ก็โกรธ ที่โกรธเพราะเอียวซิ่ว ดันรู้ใจตนไม่ชอบ

สุมาอี้จึงเริ่ม เข้ามามีบทบาท แต่ยังเล็กน้อย เพราะตอนนี้ คนเก่งๆก็เยอะ พูดอะไรไป ใครๆ ก็รู้ใครๆ ก็คิดได้ ในแผนที่ให้ส่งจดหมายไปหาซุนกวน ให้ส่งลิบองลอบตีเกงจิ๋ว ตอนกวนอูยกทัพออกมา ความคิดสุมาอี้คนเดียวหรือเปล่า?

ศึกครั้งนี้ โจโฉ บอกข้าก็คิดออก กาเซี่ยนก็คิดได้ บอก ซุนกวน ลิบอง ก็คิดได้  เตียวเจียว ก็มีส่วน  ลกซุนก็ออกอุบายด้วย เพราะฉะนั้น ความสำเร็จ จึงไม่ได้มาจากคนๆ เดียว

สุมาอี้มามีบทบาท เริ่มมีคนฟัง เพราะตอนนี้ กุนซือ ไม่เหลือแล้ว ก็ยุคโจผี ในทัพ 5 สาย สุดท้ายก็แพ้ ขงเบ้ง ในศึกนี้ก็พิสูจน์แล้ว ว่าสุมาอี้อับขงเบ้ง คนละชั้นกัน และสุมาอี้ มามีบทบาท อีกทีก็ยุค โจยอย เพราะจ๊กก๊กนั้น ก็คนเก่งเหลือน้อยแล้วผิดก็เห็น ถูกก็เห็น ต้องเข้าใจว่า สุมาอี้รบกับขงเบ้ง แค่คนเดียว

แต่ขงเบ้ง รบกับทุกก๊ก และรบกับวุยก๊ก มาตั้งแต่โจโฉ รุ่นปู่ จนถึง โจหยอยรุ่นหลาน ใครเหนือชั้นกว่ากันละ แต่ในหนังนั้น ก็อิงความคิดส่วนตัว กับบทภาพยนต์ และจากการตูนก็มี ที่อวยสุมาอี้ซะเยอะเพียงแค่เพราะลูกๆเขา รวมแผ่นดินได้ แต่ก็คงจะปฎิเสธไม่ได้ ว่าสุดท้ายก็รวมแผ่านดินได้ คือลูกๆ สุมาอี้

แต่ต้องเข้าใจ ว่าลูกสุมาอี้นั้น รบกับ เล่าเสี้ยน ไม่ได้รบกับเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย ขงเบ้ง จูล่ง แม้แต่ สุมาอี้ ปฎิวัติสำเร็จ ก็มายุคเหลน วันนี้ ไม่มีตั๋งโต๊ะ ลิโป้ ไม่มีอ้วนเสี้ยว อ้วนสุด ไม่มีซุนเซ็ท ขี่ม้ากระโดดจากกำแพงเมือง รบโจรผ้าเหลือง ไม่มีเตียวก๊ก 3 พี่น้อง และฮั่นหลายๆ ก็ก วันนี้มีแต่เด็ก ที่แซ่โจเป็นเหลนเท่านั้น

หากมองระยะยาว สุมาอี้ ผ่านโลกมามากและเหมือนผู้กำชัยในท้ายสุด แต่หากวัดกันในยุคพีคของสามก๊ก ผู้มีความสามารถในแง่เสนาธิการ กลับเป็น ขงเบ้ง ไม่ใช่ สุมาอี้

ufabet.com