Categories
ชีวประวัติ

เล่าปี่ ผู้ฉลาดใช้คน ผู้มากอุดมการณ์จนทำให้ถูกยกเป็นพระเอกในนิยาย

หากพูดถึงเรื่อง “สามก๊ก” หนึ่งในตัวเองที่่หลายคนมักจะนึกถึง
ก็มี “เล่าปี่” เป็นหนึ่งในบุคคลที่ต้องพูดถึง
Centrovirtual จะพาคุณไปรู้จักเขากัน

ในทางวัฒนธรรมแล้ว สืบเนื่องความโด่งดังของนวนิยายสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 เรื่อง สามก๊ก เล่าปี่จึงได้รับการมองว่าเป็นผู้ปกครองที่โอบอ้อมอารี รักใคร่ปวงประชา และเลือกสรรคนดีเข้าปกครองบ้านเมือง เรื่องแต่งเหล่านี้เป็นไปเพื่อยกตัวอย่างเชิงสดุดีผู้ปกครองที่ยึดมั่นคุณธรรมแบบขงจื๊อ เช่นความซื่อสัตย์จงรักภักดีและความเมตตากรุณา

แต่ในทางประวัติศาสตร์แล้ว เล่าปี่ยึดถือเล่าจื๊อมากกว่า เฉกเช่นเดียวกับผู้ปกครองหลาย ๆ คนแห่งราชวงศ์ฮั่น ทั้งเขายังเป็นนักการเมืองที่ชาญฉลาด เป็นผู้นำที่ความสามารถฉายออกมาในแบบนักนิตินิยม ความนับถือขงจื๊อของเล่าปี่นั้นได้รับการแต่งเติมมากกว่าของผู้ก่อตั้งรัฐคู่แข่งอย่างโจผีกับซุนกวน ผู้ซึ่งบริหารบ้านเมืองอย่างนิตินิยมเต็มรูปแบบ ปรัชญาการเมืองของเล่าปี่สามารถอธิบายได้ด้วยสำนวนจีนที่ว่า “ขงจื๊อเพียงเปลือกนอก แต่นิตินิยมเป็นเนื้อแท้” เป็นรูปแบบการปกครองที่กลายเป็นบรรทัดฐานหลังจากการสถาปนาราชวงศ์ฮั่น

เล่าปี่
คนดีย์ในตำนาน

จอมคนที่ใช้ชื่อเสียงจาก “ภาพลักษณ์ผู้ทรงคุณธรรม” ในการไต่เต้าขึ้นมาเป็นใหญ่

ข้อดีหลักๆของเล่าปี่คือการใช้คน ทั้งจูล่ง อุยเอี๋ยน กวนอู เตียวหุย ล้วนแต่เป็นคนชนชั้นสามัญชนที่เล่าปี่เห็นแววจึงเอามาใช้ทั้งนั้น และทุกคนล้วนเปล่งประกายกลายเป็นยอดขุนพลแห่งยุคในเวลาต่อมา(แม้ว่าบางคนจะมีข้อเสียที่ร้ายแรงบ้าง) โดยเฉพาะจูล่งซึ่งเป็นขุนพลจ๊กก๊กคนเดียวที่โจโฉหวาดเกรงถึงขนาดสั่งทหารไว้ว่าเมื่อใดที่เจอจูล่งให้ระวังตัวให้ดี

แม้แต่ม้าเจ๊กก็เป็นคนที่เล่าปี่เล็งเห็นข้อเสียร้ายแรงและเตือนขงเบ้งไว้ก่อนตาย แต่ขงเบ้งไม่เชื่อฟัง สุดท้ายม้าเจ๊กทำเ้สียการจนแผนการบุกของขงเบ้งพังพินาศไปหมด อาศัยฝีมือของ 2 ยอดขุนพลอย่างอองเป๋งกับจูล่ง(อีกแล้ว)ถึงทำให้กองทัพบางส่วนถอยกลับมาได้อย่างปลอดภัย

ตอนเจอเหลี่ยวหยวนหว่อครั้งแรก เล่าปี่ก็ชม เตียวหุยก็ถามว่า พี่ใหญ่ท่านเชื่อใจหรือ เล่าปี่ก็ตอบว่า “อย่าลืมสิว่าพี่ใหญ่เจ้าไม่เคยมองใครผิด” กับตอนที่เปรียบเทียบเล่าปี่เป็นกำแพง ถึงกำแพงจะเล็ก แต่ก็น่าพึ่งพิง เทียบกับอ้วนเสี้ยว ถึงจะเป็นกำแพงใหญ่แต่ก็เป็นกำแพงที่พร้อมจะพังเสมอ

เล่าปี่เด่นที่สุดในเรื่องดูคนและซื้อใจคนให้มาเป็นลูกน้อง กวนอู เตียวหุย เก่งระดับเสมอลิโป้ แต่ยอมมาอยู่ใต้พี่ใหญ่ที่ไม่มีอะไร จูล่งที่ถือเป็นนักรบขั้นเทพก็ยังยอมตามเล่าปี่ต้อย ๆ ขงเบ้งที่ว่ายากนักในการได้ตัวมาก็ยังยอมมารับใช้ ชาวบ้านเองก็นิยมชมชอบ น่าจะพอบอกถึงความสามารถในการซื้อใจคนได้เป็นอย่างดี

แต่เล่าปี่ก็มีจุดเสียสำคัญคือ ทรยศคนบ่อย ใครมาเป็นนายเล่าปี่มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เป็นลูกน้องใครไม่ได้เลย ถือตัวว่าเป็นเชื้อสายตระกูลเล่า เป็นจุดที่ทำให้เล่าปี่ไม่ใช่พระเอกในอุดมคติอย่างที่นิยายต้องการจะสื่อ

จึงเห็นได้ว่า เล่าปี่ นั้น แท้จริงแล้วใช้ภาพการเป็นผู้ทรงคุณธรรมในการหาประโยชน์เพื่อก๊กของตัวเอง ถูกแล้วครับ ผมไม่ได้เขียนผิด “คนดีย์” แบบที่เราเข้าใจกันนั้นแหละครับคุณผู้อ่าน

เล่าปี่ก่อนได้ขงเบ้งก็ไม่ถึงกับรบแพ้ตลอด แต่ที่ต้องหนีบ่อยๆเพราะเจอคู่ต่อสู้แบบโจโฉบ้าง ลิโป้บ้าง แถมลิโป้ยังฉวยโอกาสเอาเมืองเล่าปี่ตอนรบติดพันกับอ้วนสุดอีก และว่าตามประวัติศาสตร์เล่าปี่ไม่ได้ถึงขนาดได้ดีเพราะขงเบ้ง ที่ขงเบ้งโดดเด่นจริงๆในช่วงก่อร่างสร้างจ๊กก๊กก็มีแค่ผลงานทางการทูตที่เจรจากับซุนกวน(ไม่ได้มีส่วนร่วมในการทำศึกผาแดงเลย)และผลงานด้านการปกครองหลังเข้าเสฉวนเท่านั้น ส่วนผลงานเรื่องการรบเป็นของหวดเจ้งทั้งหมด ตั้งแต่การรบเอาเสฉวนจนถึงการฆ่าแฮหัวเอี๋ยนในศึกฮันต๋ง

ส่วนที่หลายคนว่าเล่าปี่เรื่องไม่ยอมเอาเกงจิ๋วผมกลับคิดว่าเล่าปี่ทำถูกแล้ว ถ้าเล่าปี่เป็นเจ้าเมืองเกงจิ๋วก็จะต้องเป็นด่านหน้าในการรบกับโจโฉเอง กองทัพง่อก็แค่คอยsupport (ถ้าเจรจามาร่วมรบได้นะ) จะเอาอะไรไปรบกับกองทัพของโจโฉ และยังต้องมีคลื่นใต้น้ำของพวกของเล่าจ๋องในเกงจิ๋วอีก มีแต่เละกับเละ สู้ให้กองทัพง่อรบแล้วอาศัยจังหวะดอดไปยึดหัวเมืองเกงจิ๋วหรือเจรจาขอเมืองจากทางง่อดีกว่า หลังจากนั้นก็หาทางเฉๆไฉๆเอาเวลาโดนทวงก็พอ ข้อผิดพลาดเดียวของเล่าปี่คือการใช้กวนอูมาดูแลเกงจิ๋ว แต่ก็นั่นแหละ มันอาจเป็นเพราะตามประวัติศาสตร์จริงเล่าปี่ไม่ได้คิดปรองดองกับซุนกวนอยู่แล้วก็ได้ โดยทั้ง2ฝ่ายถึงกับเคยยกทัพมาตั้งเตรียมจะรบกันอยู่ที่เกงจิ๋ว แต่สงบศึกกันไปก่อนเพราะโจโฉยกทัพบุกฮันต๋ง

ส่วนอุยเอี๋ยน ถ้าตามประวัติศาสตร์คงเป็นการเมืองภายในของพวกคนใกล้ชิดขงเบ้ง (ซึ่งคนที่น่าจะเป็นตัวตั้งตัวตีอย่างเอียวหงีเองก็ไม่ได้ตายดีเช่นกัน) ส่วนตามนิยายขงเบ้งผิดเต็มๆ ไปใช้เหตุผลไร้สาระมาตั้งแง่รังเกียจเขาตั้งแต่แรกซะงั้น แต่ความจริงก็คือฮันต๋งในการดูแลของอุยเอี๋ยนไม่เคยมีศัตรูหน้าไหนรุกล้ำเข้ามาได้ ตัวอุยเอี๋ยนเองก็เป็นขุนพลเอกคนนึงของจ๊กก๊กยุคหลัง ขนาดขงเบ้ง(ในนิยาย)ไม่ชอบแต่ก็ไม่ใช้ไม่ได้ ผมว่าเล่าปี่ทำถูกต้องแล้วที่เลือกอุยเอี๋ยนมาเป็นเจ้าเมืองฮันต๋งแบบพลิกความคาดหมายของทุกคนในตอนนั้น

โหนเจ้า

 ต้นตำรับการโหนเจ้าเลยทีเดียว การอ้างว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นปลายแถว
เพื่อที่จะสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองสามารถรวบรวมกำลังพล ตั้งเป็นก๊ก เพื่อที่ตัวเองจะได้เป็นใหญ่ เพียงจุดเริ่มตันมันไม่ถูกต้อง ก็คงไม่ต้องไปถามหาผลลัพธ์แล้วหล่ะครับ

ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ

เล่าปี่เองในหลายๆฉากไม่ได้มีความจริงใจ แม้แต่กับพี่น้องร่วมสาบาน อย่าง กวนอู และเตียวหุย ในหนังสือเรื่อง “หน้าด้าน ใจดำ” อธิบายถึงขั้นสุดยอดของเคล็ดวิชานี้ว่า ขั้นสุดยอดที่สุดแล้ว
ให้ดูเล่าปี่ เนี่นแหล่ะครับ

คนเก่ง

วรรณกรรมสามก๊ก ส่วนมาก จะเป็นแฟนคลับวุย เพราะชอบโจโฉ เนื่องจากเก่งทั้งด้านบุ๋นบู๊
ส่วนเล่าปี่ไม่เก่งเลย อาศัยเกาะ และ ไต่เต้าไปเรื่อยๆ นั่นคือวรรณกรรมพยามสื่อแบบนั้น

ในแง่มุมของประวัติศาสตร์ ไม่พิจารณาที่เก่งไม่เก่งเพราะไม่มีหลักฐานที่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่สามารถวิเคราะห์พฤติกรรมจากเหตุการณ์ได้ว่าฝ่ายที่โหนและเสแสร้งตัวจริงคือโจโฉและสุมาอี้ ฝ่ายโจโฉก็ลวงกองทัพโดยโหนนามพระเจ้าเหี้ยนเต้ตลอด ทางสุมาอี้ก็แฝงตัวโหนราชวงศ์โจ รอจังหวะปล้นอำนาจ กองทัพฝ่ายนี้ย่อมได้เปรียบเป็นธรรมดาเพราะเป็นกองทัพหลวง และยังเต็มไปด้วยขุนนางบุ๋นนับพัน ยากที่จะโค่น นอกจากต้องจะมีการล้มอำนาจกันภายใน ดังตัวอย่างสมัยโค่นตั๋งโต๊ะ มาจนถึงยุคสุมาอี้

ส่วนเล่าปี่ ถือว่าเก่งจริง ตามแง่มุม ของ นักการเมือง เพราะไต่เต้า ตั้งแต่คนทอเสื่อจ นได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้ ใช้การเมืองล้วนๆ พยามเต็มที่ให้ตนเอง เป็นนักการเมืองมือสะอาด ปล้นฆ่าให้น้อยที่สุด ไม่มีกองทัพหลวงในมือ แต่อาศัยจังหวะขึ้น ครองอำนาจตามลำดับ สามารถซื้อใจผู้คน จนได้ 2 ปราชญ์ กับ 5 ทหารเสือ โจโฉ ไม่สามารถปราบได้เลย ในวรรณกรรมเอง โจโฉก็ยกย่องว่าเล่าปี่เป็น คู่แข่งเพียงหนึ่งเดียว ที่ตนยอมรับ เลยก็ว่าได้

ufabet.com
ประวัติศาสตร์

ในประวัติศาสตร์ เฉินโซ่วนั้น ไม่ได้บันทึกเรื่องราว เป็นนิยายที่ต้องมีพระเอก และ ตัวร้าย แต่เป็นชีวประวัติบุคคลในยุคสามก๊ก เพียงแต่เขา เป็นขุนนางเก่า ของจ๊กก๊ก จึงมีข้อมูลให้เขียนมากกว่า ที่สำคัญคือ สุมาเอี๋ยนได้แผ่นดิน มาด้วยการโค่นล้มตระกูลโจ การจะเขียนถึงโจโฉ ในทางร้ายๆมากกว่าดี ก็เป็นเรื่องปกติ

ถามว่า ทำไมเฉินโซ่ว ไม่พยายาม เขียนเรื่อง ของสุมาอี้ ไปเยอะๆ ให้เด่นไปเลย ก็แน่นอนว่า “การจะเขียน ถึงพระเจ้าจิ้นซวนตี้ หรือ สุมาอี้ ซึ่งเป็นปู่ของสุมาเอี๋ยน ผู้เป็นฮ่องเต้ ที่สั่งให้เฉินโซ่วเรียบเรียงจดหมายเหตุ สามก๊กนั้น การเขียนจะต้อง “โคตระอภิมหาระวังสุดๆ” ไม่งั้นหัวหลุด เรามีตัวอย่าง ของ นักเขียน และ นักประวัติศาสตร์จีน มากมาย ที่มีปัญหากับฮ่องเต้ ในการเขียนจดหมายเหตุ มาแล้ว

ในภายหลังถึง กับ มีธรรมเนียมว่า “ห้าม” ฮ่องเต้อ่านจดหมายเหตุพงศาวดาร ในยุครัชสมัยของตนเอง เพื่อป้องกัน การแก้ไขเรื่องราว ในเชิงลบ เพราะต้องการจะให้เป็นคันฉ่อง หรือ กระจกสะท้อนบทเรียน แก่ฮ่องเต้รุ่นถัดไป

เรื่องนี้คือ สาเหตุที่ทำให้ ซือหม่าเซ๊ยน บิดาแห่งประวัติศาสตร์จีนโดนตอนเป็นขันทีมาแล้ว

หรือเอาง่ายๆ อย่างเช่น พระเจ้าถังไท่จง หรือ หลี่ซื่อหมิน หลายคนที่รู้ ประวัติศาสตร์จีน รู้กันดีว่า นี่คือฮ่องเต้มหาราช ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์จีน 4000 ปี และ แทบจะเป็นพระองค์เดียวที่กล้ารับฟังคำทัดท้าน ไปจนถึงตำหนิแรงๆ จากขุนนางได้ โดยไม่สั่งประหาร ถามว่าถังไท่จงประเสริฐขนาดนี้ ยังเกือบจะ มีปัญหาเพราะ ถังไท่จงเองก็ขออ่านจดหมาย เหตุพงศาวดารในยุคตนเองเพื่อดูว่าผู้บันทึก ได้เขียนทุกสิ่งไปครบ หรือ ไม่ ขาดตกอะไรไปบ้าง เรื่องนี้ทำให้ เสนาบดีฝานเสียนหลิง และลายอาลักษณ์ จู่ซุ่ยเหลียง เสียววาบจะ หัวหลุดไปไม่รู้กี่ครั้ง แต่ยังโชคดีที่ถังไท่จง เมื่อได้อ่านพงศาวดาร ในสมัยของตนเองแล้ว ก็ยอมรับความจริง แล้วขอให้บันทึกเรื่องไม่ดีของตนในการสังหาร พี่ชายทั้งสอง และ กดดันพ่อลง จาก บัลลังก์ ให้ลงไปครบถ้วน