Categories
ชีวประวัติ

แฮหัวตุ้น ขุนพลตาเดียว ขุนศึกคู่กายโจโฉจวบจนวาระสุดท้าย

“แฮหัวตุ้น” นักรบมือขวา คู่กายโจโฉมาตลอดชีวิต
ผู้เสียตาซ้ายไปในการรบ จนได้ฉายา ขุนพลตาเดียว
เค้าเป็นคนอย่างไร Centrovirtual จะพาคุณมารู้จักเค้ากัน

แฮหัวตุ้น

แฮหัวตุ้น

เป็นนายพลภายใต้ทัพวุยก๊กของโจโฉในยุคสามก๊กในประวัติศาสตร์จีน แฮหัวตุ้นยังเป็นญาติกับโจโฉโดยแต่เดิมโจโฉนามสกุล “แฮหัว” แต่ได้เปลี่ยนตามพ่อบุญธรรมเป็นสามสกุล “โจ”

แฮหัวตุ้นเป็นแม่ทัพมือขวาและยังเป็นลูกพี่ลูกน้องที่โจโฉให้ความไว้วางใจมากที่สุดคนหนึ่ง และเขาก็เป็นคนที่อยู่กับโจโฉมาตั้งแรกเริ่มที่โจโฉเริ่มก่อการจวบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งเขาได้โจโฉขยายอำนาจในการต่อสู้กับ เล่าปี่ ซุนกวน และ ลิโป้

แฮหัวตุ้นสูญเสียดวงตาข้างซ้ายในศึกเสียวพ่าย ในปี ค.ศ. 198 และได้รู้จักในชื่อ “บอดแฮหัว” (หมางเซี่ยเหา) เป็นอีกชื่อหนึ่งของแฮหัวตุ้น แปลว่านายพลตาบอดหรือพระยาตาเดียว เป็นฉายาที่บรรดาทหารในกองทัพของโจโฉได้ตั้งให้แก่แม่ทัพคนหนึ่งซึ่งเจ้าตัวเองที่ได้ฉายานี้มานั้นไม่ค่อยจะชอบใจเท่าใดนัก

ภาพลักษณ์ของแฮหัวตุ้นตาเดียวนี้เป็นที่นิยมถูกกล่าวถึงในวรรณกรรมสามก๊กของหลอ กว้านจง ที่พรรณนาว่าเขาได้สูญเสียตาข้างซ้ายหลังจากที่โจเสงได้ยิงธนูเข้าที่ตาเขา และต่อมาแฮหัวตุ้นได้ดึงธนูออกจากตาและกลืนลงไปข่มขวัญศัตรู

ครั้งหนึ่ง แฮหัวตุ้นเกือบโดนโจโฉประหารชีวิต เพราะว่าขัดใจโจโฉเรื่องการลำเลียงของออกจากฮันต๋ง แต่โดนแม่ทัพคนอื่นคัดค้านไว้ จึงรอดจากการประหาร เมื่อโจโฉเสียชีวิต ต่อมาแฮหัวตุ้นก็ได้ป่วยตายตาม เมื่อถึงแก่กรรมแล้วได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นจงโหว

ประวัติศาสตร์

ในวรรณกรรมสามก๊กมักให้ภาพแฮหัวตุ้นเป็นขุนศึกเลือดร้อน แต่ในประวัติศาสตร์มีอะไรมากกว่านั้น

ตามหลักฐานประวัติศาสตร์ แฮหัวตุ้น (เซี่ยโหวตุน) เป็นลูกหลานของเซี่ยโหวอิง หนึ่งในขุนนางที่ติดตามหลิวปัง หรือฮั่นเกาจู่ สถาปนาราชวงศ์ฮั่นมาตั้งแต่แรก แฮหัวตุ้นเป็นลูกพี่ลูกน้องกับโจโฉ โดยบิดาของแฮหัวตุ้นเป็นพี่ชายของ โจโก๋ บิดาของโจโฉ (เดิมแซ่แฮหัว แต่เนื่องจากเป็นบุตรบุญธรรมขันทีโจเท้ง/เฉาเถิง จึงเปลี่ยนมาใช้แซ่โจ/เฉา)

เมื่อแฮหัวตุ้นอายุ 14 ปี มีคนมาดูหมิ่นอาจารย์ จึงถูกแฮหัวตุ้นสังหารทิ้ง นับแต่นั้นแฮหัวตุ้นจึงปรากฏชื่อเสียงว่าเป็นผู้มีอารมณ์โกรธเกรี้ยวรุนแรง

เมื่อโจโฉตั้งกองทัพต่อต้านตั๋งโต๊ะ แฮหัวตุ้นได้มาเข้าร่วมแล้วติดตามออกศึกอีกหลายครั้ง จนกระทั่งในช่วงที่โจโฉได้ครอบมณฑลกุนจิ๋ว ได้รับแต่งตั้งจากราชสำนักให้เป็นขุนศึกยุทธขจร โจโฉจึงตั้งแฮหัวตุ้นเป็น ซือหม่า หรือนายพัน ให้วางกำลังทหารประจำอยู่ที่ตำบลแปะแบ๊ ต่อมาได้เลื่อนเป็น นายกองบุกทะลวง ควบตำแหน่งเจ้าเมืองตงกุ๋น

ต่อมาเมื่อโจโฉยกทัพตีชีจิ๋วเพื่อล้างแค้นให้บิดา จึงมอบหมาบให้แฮหัวตุ้นรักษาเมืองปักเอี้ยง ซึ่งเป็นเมืองสำคัญของกุนจิ๋ว แต่ต่อมาเกิดเหตุกบฏนำโดยเตียวเมาและตันก๋งที่เปลี่ยนไปเข้าข้างลิโป้ ตอนนั้นกองทัพของเตียวเมาอยู่ใกล้อำเภอจ้วนเฉิง ซึ่งครอบครัวของโจโฉอยู่

แฮหัวตุ้นจึงนำทัพออกไปช่วย ทำให้ลิโป้ฉวยโอกาสยึดเมืองปักเอี้ยงไปได้ ต่อมาลิโป้แกล้งส่งคนมาทำทียอมแพ้ ทำให้แฮหัวตุ้นหลงกลและถูกจับเป็นเชลยในค่ายตัวเอง แต่ฮันโฮ นายทหารของแฮหัวตุ้นเข้าไปพูดจาจนพวกกบฏยอมปล่อยแฮหัวตุ้น

เมื่อโจโฉยกทัพกลับมา จึงยกทัพไปรบกับลิโป้ ในครั้งนี้แฮหัวตุ้นถูกยิงที่ตาซ้าย จนทหารตั้งฉายาให้ว่า แฮหัวบอด แฮหัวตุ้นเกลียดฉายานี้มาก มีบันทึกว่าแฮหัวตุ้นได้ส่องกระจกแล้วโกรธมาก จึงเขวี้ยงกระจกลงพื้น

ต่อมาแฮหัวตุ้นได้เป็นเจ้าเมืองตันลิว และจี้อิน พร้อมกับได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ขุนพลยุทธบันดาล มีบรรดาศักดิ์เป็น เกาอานเซียงโหว ในช่วงนี้เกิดภัยแล้งและมีตั๊กแตนระบาดในดินแดนแถบนี้

แฮหัวตุ้นเลยให้ทำการปรับปรุงระบบชลประทานโดยสร้างเขื่อนเก็บน้ำขึ้นที่แม่น้ำไท่โซ่วสุ่ย ร่วมถึงส่งเสริมให้ชาวบ้านทำนาและลงไปช่วยทำนาด้วยตนเอง เป็นที่พึ่งให้ราษฎรได้มาก นับเป็นอีกด้านหนึ่งของแฮหัวตุ้นที่ไม่ปรากฏในวรรณกรรม หลังจากนั้นแฮหัวตุ้นได้เลื่อนเป็น ปลัดมณฑลเหอหนาน

ในช่วงที่โจโฉยกทัพไปรบกับอ้วนเสี้ยว แฮหัวตุ้นไม่ได้ติดตามไปด้วย แต่ถูกส่งให้ยกไปตีเล่าปี่ซึ่งหนีไปอาศัยเล่าเปียวอยู่ที่เกงจิ๋ว แฮหัวตุ้นไม่ฟังคำเตือนลิเตียน จึงถูกทัพเล่าปี่ซุ่มโจมตีจนพ่ายแพ้ที่ทุ่งพกบ๋อง

หลังจากโจโฉรบชนะอ้วนเสี้ยว ยึดเมืองเงียบกุ๋น ที่เป็นเมืองเอกของกิจิ๋วได้ จึงได้เลื่อนแฮหัวตุ้นเป็น ขุนพลสงบคลื่น แต่ยังดูแลเหอหนานเหมือนเดิม แฮหัวตุ้นได้รับอำนาจให้ว่าราชการในมณฑลได้อย่างเต็มที่ตราบเท่าที่ไม่ละเมิดต่อกฎหมาย

รัชศกเจี้ยนอานที่ 12 (ค.ศ. 207) ด้วยความดีความชอบที่ผ่านมา แฮหัวตุ้นได้รับศักดินาเพิ่ม 1,800 ครัวเรือน รวมเป็นทั้งหมด 2,500 ครัวเรือน

รัชศกเจี้ยนอานที่ 21 (ค.ศ. 216) หลังจากติดตามโจโฉไปรบกับซุนกวน แฮหัวตุ้นได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บัญชาการทหาร 26 ทัพ ประจำการที่จวีเฉา นอกจากนี้ยังได้รับนักดนตรีและนักเต้นระบำเป็นการปูนบำเหน็จด้วย ปรากฏในราชโองการว่า “เว่ยเจี้ยง ปราบชาวหรงได้รับทองรับบำเหน็จ ท่านขุนพลควรได้มากกว่านั้น”

รัชศกเจี้ยนอานที่ 24 (ค.ศ. 219) เมื่อโจโฉซึ่งเป็นวุยอ๋อง เดินทางกลับจากโม๋เปย โจโฉมักให้แฮหัวตุ้นนั่งรถม้าคันเดียวกันเสมอ อนุญาตให้แฮหัวตุ้นเข้าออกที่พักโจโฉได้เสมอ ได้รับความไว้วางใจยิ่งกว่าขุนทหารทั้งปวง หลังจากนั้นโจโฉได้เลื่อนแฮหัวตุ้นเป็นขุนพลฝ่ายหน้า ยกทหารไปประจำการที่เมืองฉิวฉุน ต่อมาย้ายไปที่เมืองจ้าวหลิง

ในเอกสาร เว่ยซู หรือ พงศาวดารวุยก๊ก ระบุว่า เนื่องจาก โจโฉ เป็น วุยอ๋อง จึงมีอำนาจแต่งตั้งขุนนาง ของ ตนเอง เป็นอิสระ จากราชสำนักฮั่น ลูกน้องโจโฉส่วนใหญ่ ล้วนมีตำแหน่งอยู่ในสังกัดโจโฉ เว้นแต่แฮหัวตุ้น ยังมีตำแหน่ง สังกัดในราชสำนัก แฮหัวตุ้นอยากมี ตำแหน่งอยู่กับโจโฉ เพื่อแสดงความภักดี แต่โจโฉกล่าวว่า “เราได้ยินว่าผู้ปกครองที่ดีที่สุดนับถือข้ารับใช้เสมือนอาจารย์ รองมานับถือว่าข้ารับใช้เสมือนสหาย ข้าราชสำนักถือเป็นผู้ทรงคุณธรรม รัฐเล็กอย่างวุย ไม่คู่ควรกับคนเช่นท่าน” แต่แฮหัวตุ้น ยืนยัน โจโฉจึงตั้งให้ เป็นขุนพลฝ่ายหน้า

เอกสาร เว่ยซื่อ ชุนชิว ระบุว่า แฮหัวตุ้น ตันกุ๋น และ หวนเจีย ได้เสนอให้ โจโฉสถาปนาตน ขึ้นเป็นฮ่องเต้ โดยกล่าวว่า ราษฎรใต้ฟ้า ล้วนรู้ว่าแผ่นดินฮั่น ใกล้สิ้น หลายคน ต้องการแทนที่ ตั้งแต่โบราณ ผู้ขจัดทุกข์ภัยชนะใจคนราษฎร ย่อมได้ขึ้นเป็นเจ้า ตอนนี้ พระองค์กรำ ศึกสามสิบปี บารมี และ คุณธรรม เป็นที่ประจักษ์ แก่ปวงชน เห็นแก่ ผู้อาศัยใต้ฟ้า ขอให้ทำตาม อาณัติสวรรค์ และ ราษฎร ใยต้อง ลังเลอีก” แต่โจโฉปฏิเสธ

หลังจากโจโฉตาย โจผีได้สืบทอด ตำแหน่ง วุยอ๋องแทน และ ได้เลื่อนแฮหัวตุ้นเป็น มหาขุนพล หรือ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีสถานะสูงกว่า ซานกง หรือ สามมหาเสนาบดี แต่อยู่ใน ตำแหน่งได้ไม่กี่เดือน ก็เสียชีวิต โจผีได้ มอบบรรดาศักดิ์ ย้อนหลังว่า จงโหว หรือ พระยาผู้ภักดี ลูกหลานต่าง ได้รับตำแหน่ง ระดับสูง ลูกชายคนที่สอง คือแฮหัวหลิม ได้แต่งงาน กับ องค์หญิงชิงเหอ ธิดาของโจโฉ มีตำแหน่ง เป็น ขุนพลสงบประจิม ประจำการ ที่ฉางอาน บัญชาการทหารในภูมิภาคกวนจงทั้งหมด ทั้งที่ไม่ได้ มีความสามารถ อันใด (ฉบับนิยายเปลี่ยนให้แฮหัวหลิมเป็นลูกแฮหัวเอี๋ยน)

เฉินโซ่ว ได้ยกย่อง แฮหัวตุ้นไว้ว่า “ตุ้นแม้ว่าจะเป็นทหาร แต่เชิญ อาจารย์ มาสอนสั่ง ความรู้ อยู่อย่างเรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ มักแบ่งปัน ทรัพย์สินให้ผู้อื่นเสมอ หากตนเอง มีเงินไม่พอ ก็ขอเบิกจ่ายจาก คลังหลวง จึงไม่มีทรัพย์สิน ส่วนตัวมากนัก”

โดยสรุปแล้ว แฮหัวตุ้นอาจจะไม่ได้มีผลงานการบัญชาการศึกที่โดดเด่นมากเท่ากับขุนพลของโจโฉคนอื่นๆ เช่น เตียวเลี้ยว เตียวคับ ซิหลง หรือไม่ได้มีฝีมือการรบตัวต่อตัวเหมือนเคาทู เตียนอุย แล้วก็รบแพ้บ่อย  แต่ก็เป็นญาติสนิทที่โจโฉไว้วางใจมาก จึงได้รับมอบหมายให้รักษาความเรียบร้อยในเขตปกครองของโจโฉมากกว่าออกไปรบแนวหน้า ซึ่งแฮหัวตุ้นก็ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีครับ

ขอขอบคุณเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ดีๆ จาก ufabet.com