Categories
ชีวประวัติ

แฮหัวเอี๋ยน แม่ทัพคนสำคัญของโจโฉ ผู้ตายในการรบ

“แฮหัวเอี๋ยน” แม่ทัพคนสำคัญของวุยก๊ก
ผู้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์
ชีวิตเค้าเป็นอย่างไร Centrovirtual พาคุณมาดูกัน

แฮหัวเอี๋ยน

แฮหัวเอี๋ยน

เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก แม่ทัพคนสำคัญของโจโฉ ชื่อรองเหมี่ยวฉาย เป็นน้องของแฮหัวตุ้น มีบุตรชายสี่คนคือแฮหัวป๋า แฮหัวหุย แฮหัวฮุยและแฮหัวโห สวามิภักดิ์กับโจโฉตั้งแต่ตั้งกองทัพพันธมิตร 18 หัวเมือง เป็นแม่ทัพที่เก่งกล้าและเป็นคนที่โจโฉไว้ใจมากคนหนึ่ง ชำนาญการใช้ธนูอย่างมาก จึงได้ฉายาว่า “จอมขมังธนูแห่งวุยก๊ก”

เมื่อเล่าปี่เตรียมทัพจะตีฮันต๋ง โจโฉได้ส่งแฮหัวเอียนไปรักษาที่เขาเตงกุนสันอันเป็นชัยภูมิสำคัญเปรียบเหมือนคอหอยของเมืองฮันต๋ง หากเสียเขาเตงกุนสันไปการยกทัพตีฮันต๋งก็จะง่ายดาย แฮหัวเอียนได้รบกับฮองตงแม่ทัพของเล่าปี่ และถูกสังหารในที่สุด

ขุนศึกยุคแรก

ในยุคสามก๊ก โจโฉนับเป็นขุนศึกที่ประสบความสำเร็จด้านคนใกล้ตัว นั่นคือญาติมิตร ครอบครัวของเขานั้นมีส่วนเกื้อหนุนอย่างมากต่อการทำการใหญ่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นนักกับเหล่าขุนศึกคนอื่นๆ ในยุค เพราะในขณะที่ญาติมิตรและครอบครัวสามารถส่งเสริมกันได้ ขณะเดียวกันก็เป็นตัวทำลายที่ร้ายกาจ

แต่โจโฉกลับไม่เป็นเช่นนั้น ในระยะแรกที่เขายังไม่ได้มีบุคลากรที่เก่งกาจมากมายนั้น เขาผงาดขึ้นมาเพราะอาศัยญาติมิตรหลายคนช่วยเหลือ จนกระทั่งเมื่อเป็นใหญ่ขึ้นมาแล้ว ก็ยังได้คนเหล่านั้นช่วยค้ำจุนเอาไว้ จนสามารถก่อรากสร้างก๊กขึ้นมาได้

และในบรรดาขุนพลยุคแรกที่เป็นกลุ่มญาติสนิทของโจโฉ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและผลงานมากมาย ก็มีอยู่ 4 คนนั่นคือ แฮหัวตุ้น แฮหัวเอี๋ยน โจหยิน และโจหอง

ประวัติศาสตร์

ชื่อรองเมียวไซ เกิดเมื่อปี ค.ศ. 161 เป็นน้องชายของแฮหัวตุ้น ซึ่งแซ่แฮหัวนั้น เป็นนามสกุลเดิมของโจโก๋ บิดาของโจโฉ เขาจึงมีศักดิ์เป็นน้องชายของโจโฉ นอกจากนี้เขายังมีศักดิ์เป็นเขยของโจโฉด้วย เพราะภรรยาของเขาเป็นญาติผู้น้องของโจโฉ เรียกว่ามีความสัมพันธ์กับโจโฉที่ลึกซึ้งอยู่หลายทอด

ประวัติในวัยเด็กเล่าว่า เขาฝึกฝนการใช้อาวุธมาแต่เด็ก โดยเฉพาะการยิงธนูนั้น เขาเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ ชอบศึกษาพิชัยสงคราม มีนิสัยเลือดร้อน ไม่กลัวใคร เมื่อย่างเข้าวัยรุ่น เขาและญาติพี่น้องอันประกอบด้วย โจโฉ แฮหัวตุ้น โจหยินและโจหอง ก็ได้สร้างกลุ่มที่รวบรวมคนหนุ่มขึ้นมาคอยก่อกวนไปทั่ว

ปี ค.ศ. 184 เกิดโจรโพกผ้าเหลืองขึ้นสร้างความวุ่นวายทั่วแผ่นดิน โจโฉซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองทหารม้าเร็ว ได้รับคำสั่งให้ออกปราบโจรผ้าเหลืองที่อาละวาดอยู่รอบเมืองหลวง และบริเวณใกล้เคียง แฮหัวตุ้นและเอี๋ยนก็ได้รับการชักชวนจากโจโฉให้เข้ามาช่วยงาน โดยแฮหัวเอียนได้รับหน้าที่เป็นนายกอง นำทหารช่วยเหลือโจโฉปราบปรามโจรผ้าเหลืองและมีผลงานไม่น้อย

หลังจากนั้น โจโฉก็ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บังคับการกรมทหารมหาดเล็ก จากความชอบในการปราบโจรผ้าเหลือง ส่วนแฮหัวเอียนนั้นไม่ได้รับราชการทหาร และคาดว่าน่าจะตามแฮหัวตุ้นกลับไปบ้านเกิด

ในปี ค.ศ.189 เกิดเรื่องใหญ่ขึ้น เมื่อตั๋งโต๊ะเข้าทำการยึดอำนาจในเมืองหลวงมาจากพวกสิบขันที และใช้กำลังทหารเข้าควบคุมราชสำนัก ปลดรัชทายาทหองจูเปียนลงจากตำแหน่ง แล้วทำการแต่งตั้งองค์ชายรอง ตันลิวอ๋อง ขึ้นเป็นฮ่องเต้ นามพระเจ้าเหี้ยนเต้ ซึ่งภายหลังเป็นฮ่องเต้องค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ฮั่นตะวันออก

ตั๋งโต๊ะอาศัยอำนาจของตนควบคุมเมืองหลวงแบบเบ็ดเสร็จ และกระทำการเผด็จการจนผู้คนหวาดผวา เหล่าขุนนางและเหล่าขุนศึกต่างคิดจะต่อต้าน ในขณะเดียวกัน โจโฉยอมสวามิภักดิ์ต่อตั๋งโต๊ะ

แต่แท้จริงเพื่อหาโอกาสลอบสังหาร ถึงกระนั้นก็ทำไม่สำเร็จ จึงต้องหลบหนีออกมา แล้วทำการรวบรวมผู้คนขึ้น จากนั้นก็ร่างราชโองการปลอมแล้วส่งออกไปทั่วแผ่นดินเพื่อระดมเหล่าขุนศึกให้ทำการก่อตั้งกองทัพพันธมิตรในการต่อต้านตั๋งโต๊ะ

แฮหัวตุ้นและแฮหัวเอียนสองพี่น้องก็ได้เข้ามาร่วมกับโจโฉในการก่อการนับแต่นั้น และเข้าร่วมศึกพร้อมกับโจโฉแทบทุกครั้งในฐานะแม่ทัพคนสำคัญ

วีรกรรม

ช่วงปี ค.ศ. 211 โจโฉสั่งประหารม้าเท้ง เจ้าเมืองเสเหลียง ฐานคิดก่อการกบฏ ม้าเฉียวผู้บุตรจึงได้ลุกขึ้นก่อการที่เสเหลียง ยกทัพเข้ายึดเตียงอัน และประชิดด่านตงก๋วน โจโฉรีบนำทัพใหญ่ออกต้านทาน หลังจากโจโฉปราบม้าเฉียวลงได้ แฮหัวเอี๋ยนก็ได้รับหน้าที่เป็นแม่ทัพใหญ่ นำทัพออกปราบปรามกลุ่มเสเหลียงที่เหลืออยู่ เพื่อสยบแดนไท่หยวนให้ราบคาบ

แฮหัวเอี๋ยนใช้เวลาที่เหลือหลังจากนี้ในการทำศึกปราบปรามดินแดนไท่หยวน ในฐานะแม่ทัพใหญ่ทิศประจิม เขาสามารถจัดการกับกองทัพที่เหลือของม้าเฉียวและหันซุยลง และทำการปราบปรามชนเผ่าต่างๆ จากนั้นก็เข้าร่วมในศึกปราบเตียวลู่ และเมื่อได้ฮั่นจงมา ก็เท่ากับแดนไท่หยวนตกเป็นของโจโฉโดยสมบูรณ์ จะเหลือก็เพียงเอ๊กจิ๋ว เมืองเสฉวนเท่านั้น

แต่โจโฉเห็นว่าเส้นทางเข้าเสฉวนนั้นกันดารนัก และฝ่ายเล่าปี่ก็เริ่มจะเข้ามาครอบคลุมและขยายอิทธิพลในเสฉวนได้มากแล้ว โจโฉคิดว่าเป็นการเสี่ยงเกินไปที่จะรุกเข้าเสฉวนทันทีจึงถอนทัพกลับ แล้วให้แฮหัวเอี๋ยนเป็นแม่ทัพใหญ่ประจำการที่แดนไท่หยวน เพราะหากว่าเล่าปี่สามารถยึดครองเสฉวนได้เมื่อไร จะต้องมุ่งเป้ามาที่ฮั่นจงแน่

ความพ่ายแพ้ของทั้งโจหองและเตียวคับ ทำให้ต้องเสียเขตแดนหน้าด่านของฮั่นจงไปแทบทั้งหมด และเล่าปี่ก็เตรียมรุกคืบเพื่อจะยึดฮั่นจงให้ได้ โดยการยกทัพใหญ่ด้วยตนองมาตั้งมั่นที่ด่านเองเปนก๋วน โจโฉซึ่งรับทราบรายงานการศึกรู้สึกกังวลกับสถานการณ์ศึกมาก จึงตัดสินใจยกทัพใหญ่ด้วยตนเองมายังเตียงอัน

ระหว่างนั้น แฮหัวเอี๋ยนพยายามต้านทานการบุกของเล่าปี่อย่างสุดกำลังเพื่อรอจนกว่าทัพใหญ่ของโจโฉจะมาถึง เล่าปี่รู้ว่าหากโจโฉยกทัพมาถึง การจะยึดฮั่นจงคงยากยิ่งกว่าเดิม หวดเจ้งจึงวางกลยุทธ์ใหม่ ด้วยการให้เล่าปี่ยกทัพข้ามแม่น้ำไปตั่งมั่นที่เขาเต็งกุนสัน เพื่อดึงให้แฮหัวเอี๋ยนออกมารบด้วย โดยผู้ที่รับหน้าที่แม่ทัพกองหน้าก็คือฮองตง

หวดเจ้งอ่านขาดถึงข้อเสียของแฮหัวเอี๋ยนที่สำคัญอย่างหนึ่ง นั่นคือเป็นคนเจ้าอารมณ์ และมีจิตใจร้อนแรง มุ่งจะเอาชนะมากจนเกินไป อันที่จริงแล้วแฮหัวเอี๋ยนเป็นผู้ที่ศึกษาพิชัยยุทธ์และทำศึกมามาก แต่เขาก็ยังแก้ข้อเสียตรงนี้ไม่หาย กระทั่งโจโฉเองยังเคยกล่าวเตือนแฮหัวเอี๋ยนว่าผู้เป็นแม่ทัพใหญ่นั้นไม่อาจใช้แต่ความกล้าเท่านั้น หากแต่ยังต้องอาศัยสติปัญญา การวางแผน ทำความเข้าใจในกลยุทธ์อีกด้วย แฮหัวเอี๋ยนเองก็รับคำของโจโฉ ทำให้เขาพัฒนาขึ้นกลายเป็นแม่ทัพผู้เก่งกาจ เพราะโดยฝีมือการรบและการนำทัพนั้น เขาจัดว่าอยู่ในอันดับต้นๆของวุยก๊กอยู่แล้ว

การที่แฮหัวเอี๋ยนได้รับการแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ที่คอยรับศึกในแดนไท่หยวนนั้น โดยศักดิ์ฐานะนับว่าเหมาะสม เพราะเขาเป็นญาติผู้น้องของโจโฉที่มีผลงานและชื่อเสียงมากที่สุดเป็นรองเพียงแค่แฮหัวตุ้น โดยในด้านผลงานการรบนั้นอาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ และจะเหมาะยิ่งขึ้นหากเขาได้รับหน้าที่เป็นฝ่ายรุก นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในการปราบศึกในแดนเสเหลียง

แฮหัวเอี๋ยน VS กวนอู

ลักษณะที่โจโฉเลือกแฮหัวเอี๋ยนให้เฝ้าฮั่นจงนั้น ความจริงแล้วคล้ายคลึงกับเหตุผลที่เล่าปี่เลือกกวนอูให้เฝ้าเกงจิ๋วอยู่ไม่น้อย

เล่าปี่มีกวนอู โจโฉมีแฮหัวเอี๋ยน

ในฐานะแม่ทัพ แฮหัวเอี๋ยนและกวนอูมีความเหมือนกันอยู่จุดหนึ่ง นั่นคือความเชื่อมั่นในฝีมือการรบของตัวเอง และความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะข้าศึก ทั้งสองคนนั้นมีฝีมือที่เก่งกาจจริงในการรบ

แต่ในด้านของการใช้ไหวพริบและความอดทนหนักแน่นในการรับมือต่อแผนการและกลยุทธ์ของข้าศึกแล้ว ทั้งคู่ต่างก็ยังไม่เคยแสดงให้เห็นว่าทำได้ดีนัก เมื่อดูจากผลงานและวีรกรรมของพวกเขา

แฮหัวเอี๋ยนยังดีกว่ากวนอูอยู่จุดหนึ่งตรงที่เขาได้ผู้ช่วยที่เก่งกาจ และมีความเหมาะสมต่อการเฝ้ารักษาเมืองอย่าง เตียวคับ ซิหลง โจหอง แม่ทัพระดับรองๆลงมาอย่างกุยห้วยเองก็ถือว่าเป็นแม่ทัพหนุ่มไฟแรงที่เก่งในด้านกลยุทธ์

ในเมื่อรายล้อมไปด้วยที่ปรึกษาชั้นดีขนาดนี้โจโฉย่อมคิดว่าไม่น่าที่แฮหัวเอี๋ยนจะพลาดท่าเสียทีให้เล่าปี่ได้ง่ายๆ และที่สำคัญ จะมีใครที่สามารถเชื่อถือและเชื่อใจให้รักษาการดินแดนที่ห่างจากศูนย์กลางการปกครองและอยู่ในจุดล่อแหลมได้ดีไปกว่าญาติสนิทของตนเอง ที่ร่วมกันก่อร่างสร้างตัวมาแต่แรก แถมแฮหัวเอี๋ยนยังเป็นญาติสนิทที่มีฝีมือการรบเป็นเลิศอีกด้วย

พลาดทีถึงตาย

แต่จากเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์หลังจากนี้ แสดงให้เห็นว่าโจโฉคาดผิด เล่าปี่นั้นแข็งแกร่งขึ้นมามากเกินกว่าที่ใครๆคาดคิด และแฮหัวเอี๋ยนก็ยังไม่ใช่ผู้ที่เหมาะสมจะรับงานที่ต้องอาศัยความหนักแน่นสูงอย่างการพิทักษ์รักษาฮั่นจง

ดังนั้น แฮหัวเอี๋ยนซึ่งออกไปรับศึกกับฮองตงที่เขาเตงกุงสัน จึงได้พลาดท่าเสียทีต่อแผนการของหวดเจ้ง จนถึงขั้นสิ้นชีพ

ในสามก๊ก บันทึกถึงศึกนี้ ไว้อย่างสั้นๆว่า แฮหัวเอี๋ยนนำ ทหารออกไปร้องท้าฮองตง ที่หน้าค่าย แต่ฮองตง ก็ไม่ออกมารบ โดยหารู้ไม่ว่า นั่นเป็นทัพล่อ ที่ฮองตงเตรียมไว้ ส่วนทัพของเขา นั้นไปดักซุ่มรอ ยังอีกที่ จนเมื่อเวลาเที่ยง แฮหัวเอี๋ยนจึงได้ ลงนั่งพัก ฮองตงที่รอ อยู่เห็นเป็นโอกาส จึงสั่งนำทหารที่ดักซุ่ม อยู่ตะลุยลงมาจาก ชัยภูมิสูง และ ตัวเขาก็เข้าตัดคอ ของ แฮหัวเอี๋ยนได้โดยที่ อีกฝ่าย ไม่ทันระวังตัว

แต่ผลสรุป ของ ศึกนี้ก็คือ แฮหัวเอี๋ยนตายในสนามรบ และ เสียเมืองฮั่นจง รวมถึงเขตแดนทั้งหมดไป ทำให้ เล่าปี่ สามารถครอบครอง ดินแดนเสฉวน และ เอ๊กจิ๋วมาอยู่ในมือ ได้ทั้งหมด

โจโฉ ยกทัพใหญ่ มาทำศึก ที่ฮั่นจง เพื่อแก้แค้น ให้แฮหัวเอี๋ยน แต่สุดท้าย ก็ไม่สำเร็จ และ ต้องยกทัพกลับไป

เกือบต้องเขียนประวัติศาสตร์ใหม่

การที่ แฮหัวเอี๋ยน ไม่อาจ ป้องกัน ฮั่นจง ไว้ได้นั้น ส่งผล สะเทือน ไม่น้อย ต่ออนาคต และ ทิศทาง ของ ขั้วอำนาจ ในสามก๊ก เพราะเป็นการทำให้ เล่าปี่ยึด ดินแดนฝั่งตะวันตก ได้แทบทั้งหมด และสร้างจ๊กก๊ก ขึ้นมาได้ อย่างเป็นปึกแผ่น น่าคิดว่าหาก แฮหัวเอี๋ยนสามารถ ที่จะถ่วงเวลา รอจนทัพใหญ่ของโจโฉ มาช่วยได้ อาจถึงขั้นต้อง เขียนประวัติศาสตร์ช่วงนี้ กันใหม่เลยก็ได้

ขอขอบคุณบทความนานาสาระประวัติศาสตร์ โดย ufabet.com

Credit : https://ufabets5.com/