Categories
ชีวประวัติ

โจผี ปฐมจักรพรรดิของราชวงศ์เว่ย ผู้สืบทอดอำนาจจาก โจโฉ

โจผี ปฐมจักรพรรดิของราชวงศ์เว่ย
ทรงพระนามว่า สมเด็จพระจักรพรรดิเว่ยเหวินตี้
เรื่องราวของเค้าเป็นอย่างไร Centrovirtual พาคุณไปดูกัน

โจผี

โจผี

พระเจ้าโจผี หรือ เฉาพี พระนามรอง จื่อหวน เป็นพระโอรสองค์รองในพระเจ้าโจโฉ ได้สืบต่อตำแหน่ง วุยอ๋อง และอำนาจต่อหลังจากโจโฉสิ้นพระชนม์ไปแล้ว ภายหลังจึงได้ล้มล้างราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ปราบดาภิเษกเป็นปฐมจักรพรรดิของราชวงศ์เว่ย (วุยก๊ก) ทรงพระนามว่า สมเด็จพระจักรพรรดิเว่ยเหวินตี้ ในปี พ.ศ. 763

โจผีนั้นเป็นบุตรคนรอง แต่ก็ได้มีบทบาทในการสืบทอดอำนาจจากโจโฉ เนื่องจากบุตรชายคนโต คือ โจงั่ง ได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังอายุน้อยในการติดตามโจโฉไปทำสงคราม ในนิยายสามก๊กได้ โจโฉได้กล่าวถึงโจผี ว่าเป็นคนมีปัญญา จิตใจหนักแน่น โอบอ้อมอารีย์ จึงสมควรจะเป็นสืบทอดอำนาจของตน

โจผีเป็นผู้เชี่ยวชาญในการแต่งกลอน กาพย์กวี เช่นเดียวกับโจโฉผู้บิดา และยังได้เคยติดตามบิดาออกไปทำสงครามบ่อยครั้ง ตั้งแต่ยังเยาว์ โจผีมีภรรยาหลวง คือนางเอียนสี ซึ่งได้ตัวมาเมื่อครั้งที่โจโฉทำสงครามกัวต๋อกับตระกูลอ้วน นางเอียนสีนั้นเป็นสาวงามที่มีชื่อว่า เป็นหญิงงามแห่งแผ่นดินทางเหนือ และยังเป็นภรรยาม่ายของอ้วนฮี บุตรชายของอ้วนเสี้ยว คู่ศึกของโจโฉ จึงย่อมถือเป็นเชลยศึก แต่โจผีก็ได้รับนางมาตกแต่งเป็นภรรยาหลวง ในขณะนั้นโจผีอายุได้ 17 ปี ขณะที่นางเอียนสีอายุมากกว่า คือ 22 ปี ซึ่งภายหลังเมื่อโจผีได้ขึ้นครองราชย์ ก็ได้สถาปนานางเป็นฮองเฮา

เนื่องจากการที่โจผีขึ้นครองราชย์ สถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้ จึงทำให้ซุนกวนและเล่าปี่ต้องสถาปนาตนเองเป็นฮ่องเต้ตามไปด้วย ก่อให้เกิดสภาพของสามก๊กอย่างแท้จริง

พระเจ้าโจผีเมื่อได้ปราบดาภิเษกเป็นฮ่องเต้ในเบื้องแรกนั้นก็ได้ทรงดำริจะทำการกวาดล้างศัตรูทุกคน รวมไปถึงพระอนุชา คือ โจสิด ซึ่งมีสติปัญญา และฝีมือในเชิงการกวี เช่นเดียวกับพระองค์ และเคยเป็นคู่แข่งในการแต่งตั้งรัชทายาทของโจโฉด้วย

แต่โจสิดสามารถเอาตัวรอดได้ โดยการแต่งโคลงมีใจความว่า ต้นถั่วเผาต้นถั่ว ในกระทะถั่วร้องไห้ กำเนิดจากรากเดียวกัน เหตุไฉนคิดทำลาย มีความหมายถึง การที่พี่น้องซึ่งมาจากจุดกำเนิดเดียวกัน กลับต้องมาสังหารเข่นฆ่ากัน ด้วยเหตุใด ทำให้พระเจ้าโจผีสะเทือนพระทัย และไม่อาจสังหารพระอนุชาได้ ซึ่งโคลงบทกวีที่โจสิดแต่งขึ้นเพื่อเอาชีวิตรอดนี้มีชื่อเสียงมาก

พระเจ้าเว่ยเหวินตี้ โจผี เป็นฮ่องเต้ที่ครองราชย์ในระยะอันสั้นเพียง 7 ปี เท่านั้น ก็ทรงพระประชวร และเสด็จสวรรคต ในปี พ.ศ. 769 สิริรวมพระชนมายุได้ 39 พรรษา

สร้างทำดี สร้างบารมีให้ตน

โจผีเป็นบุตรคนรองของโจโฉ ถือเป็นปฐมกษัตริย์แห่งวุยก๊ก เขาใช้ภาพลักษณ์ที่ดีในการเอาชนะใจบิดาจนได้ครองตำแหน่งผู้สืบทอด และเป็นผู้พลิกโฉมหน้าแผ่นดินจีน ล้มล้างราชวงศ์ฮั่นที่มีรากฐานสี่ร้อยกว่าปีลงและสถาปนาราชวงศ์วุยขึ้นแทน ทำให้เกิดสถานภาพสามก๊กอย่างเป็นทางการ

โจผีเป็นบุตรของโจโฉอันเกิดแต่นางเปียนซี เดิมทีนั้นบุตรคนโตของโจโฉคือโจงั่ง ซึ่งเกิดแต่นางเล่าซี ภรรยาเอก ต่อมาโจงั่งถูกสังหารในสงครามปราบเตียวสิ้ว อันเป็นผลเนื่องมาจากความหน้ามืดของโจโฉที่หลงนางเจ๋าซืออาสะใภ้เตียวสิ้ว ประมาทจนเป็นเหตุให้โจอันบิ๋นหลานชาย เตียนอุย องครักษ์ประจำตัว และโจงั่งบุตรชายคนโตต้องเสียชีวิตในการรบ

นางเล่าซีโกรธมากจนแยกกันอยู่กับโจโฉ โจโฉจึงยกนางเปียนซีเป็นภรรยาเอกแทน นางเปียนซีมีบุตรชายอยู่สี่คนได้แก่ โจผี โจเจียง โจสิด และโจหิม โจผีจึงกลายสถานะเป็นบุตรคนโตของภรรยาเอก ผู้มีโอกาสสืบทอดตำแหน่งจากโจโฉมากที่สุด

แต่เมื่อนานวันเข้ากลับกลายเป็นว่าโจโฉนั้นประทับใจโจสิดมากกว่าโจผีเสียอีก เนื่องจากโจสิดมีความสามารถเชิงกวีที่โดดเด่นและมีปฏิภาณไหวพริบที่ดี โจโฉจึงลังเลใจไม่รู้จะตั้งใครเป็นผู้สืบทอด โจผีเองในใจนั้นแสนกระสันอยากได้ตำแหน่งเพราะเป็นสิทธิ์ที่ตัวเองพึงได้มาแต่เดิม

ส่วนโจสิดนั้น เมื่อเห็นว่าตัวเองมีโอกาสก็มีความคาดหวังลึกๆ เช่นกัน ท่ามกลางสงครามเย็นของคุณชายทั้งสอง เหล่าขุนนางของโจโฉหลายคนก็แบ่งฝักฝ่ายชัดเจน ฝ่ายหนึ่งก็ผลักดันโจผี อีกฝ่ายก็ถือหางโจสิด

โจสิดนั้นถือได้ว่ามีความสามารถทางด้านกวีขั้นเอกอุเรียกได้ว่าถึงขั้นปฏิภาณกวี คือสามารถแต่งได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ นอกจากนี้ยังคบหาเหล่าบัณฑิตทำให้เขาเป็นคนมีความรู้มากถือเป็นบัณฑิตคนหนึ่ง

โจโฉชื่นชมบุตรชายคนนี้มาก เสียแต่ว่าโจสิดนั้นออกจะติดนิสัยเจ้าสำราญ ชอบงานสังสรรค์และสุรายาเมา ส่วนโจผีเองนั้นแม้ในเชิงกวีอาจไม่เท่าโจสิดแต่ก็มีความสามารถในอักษรศาสตร์พอตัว ทั้งยังติดตามโจโฉออกทำศึกตั้งแต่ยังเด็กและพอมีความสามารถในการบริหารบ้าง

ความลังเลใจของโจโฉนั้นถูกจับจ้องโดยเหล่าบุตรชายต่างๆ ว่าเขาจะมีท่าทางอย่างไรและความระมัดระวังตัวเหล่านี้ก็ส่งผลต่อพฤติกรรมที่บุตรชายแต่ละคนแสดงออกมา

โจสิดเลือกที่จะแสดงความสามารถออกมาอย่างเต็มที เขาพยายามหาคำตอบล่วงหน้าเพื่อมาแก้บริศนาที่โจโฉบิดาได้ตั้งไว้ โจผีไม่ได้ทำแบบน้องชาย เขาวางตัวสงบเสงี่ยม อาจจะชำเลืองดูท่าทีบิดาและน้องชายบ้างแต่เขาไม่ได้แสดงตัวว่าอยากเป็นผู้สืบทอดจนออกนนอกหน้ารอจนถึงจังหวะที่โจสิดพลาดเอง

โจผีแม้เป็นบุตรที่มีอาวุโสสูงสุด ทว่าเขาเองก็ไม่ได้มีความสามารถเฉพาะทางโดดเด่นเหมือนน้องอย่างโจเจียงที่เก่งด้านการรบ ขี่ม้า ยิงธนู หรือเหมือนอย่างโจสิดที่เก่งกาพย์กลอน แต่โจผีก็เป็นบุตรที่มีความสามารถรอบด้านมากที่สุด

นอกจากความผิดพลาดของโจสิดแล้ว ส่วนหนึ่งที่โจโฉเลือกโจผีเป็นผู้สืบทอด เพราะโจผีวางตัวเป็นบุตรกตัญญูแต่บิดามารดา เคารพนบน้อมแต่เหล่าแม่ทัพขุนนางอาวุโสรวมถึงคำเตือนของกาเซี่ยงต่อโจโฉ เรื่องการล่มสลายของตระกูลอ้วนเสี้ยวและเล่าเปียว ที่ต้องพังลงเพราะปลดบุตรคนโตตั้งบุตรคนรองทำให้พี่น้องต้องห้ำหั่นกันเองส่งผลให้โจโฉตัดสินใจตั้งโจผีเป็นผู้สืบทอดในที่สุด

เมื่อโจโฉตาย โจผีได้ขึ้นครองตำแหน่งวุยก๋งแทนบิดา เขาก็จัดการกำราบน้อง ๆ ทันที โจเจียงเมื่อรู้ข่าวว่าพ่อตายก็ยกกองกำลังมาจากเมืองเอียนเหลงมายังนครหลวง โจผีจึงเข้าไปเจรจาจนโจเจียงยกทัพกลับเมืองเอียนเหลง

สำหรับโจสิด โจผีเรียกความชำระความ เนื่องจากหมั่นไส้ที่คอยแย่งชิงตำแหน่งกันมานาน ยังดีที่ว่านางเปียนซีมารดาขอร้องชีวิตโจสิดไว้ แต่โจผีก็ไม่วายหาเหตุจะสังหารน้องชาย เขาตั้งโจทย์ให้โจสิดแต่งกวีภายใน 7 ก้าว ให้แต่งหัวข้อ “พี่น้อง” แต่ห้ามมีคำว่า “พี่น้อง”ในบทกลอน จึงเป็นที่มาของบทกวีเจ็ดก้าวอันลือลั่นของโจสิด

บทกวีนี้สะเทือนใจโจผีมากเพราะเขาเองเป็นกวีเหมือนกัน โจผีตัดสินใจไม่ประหารน้องชายแต่ให้ลงโทษเนรเทศแทน หลังจากจัดการเรื่องระหว่างพี่น้องแล้ว โจผีก็มีดำริจะล้มล้างราชวงศ์ฮั่นตะวันออก ซึ่งขณะนั้นพระเจ้าเหี้ยนเต้ครองราชย์อยู่

สำหรับโจผีแล้วการล้มราชวงศ์ฮั่นมีความหมายกับสถานะของเขามาก แตกต่างจากโจโฉผู้พ่อที่แม้มีอำนาจล้นฟ้ามากกว่าองค์ฮ่องเต้แต่ก็ไม่ได้คิดที่จะล้มล้างราชวงศ์ ความแตกต่างระกว่างโจโฉกับโจผีอยู่ที่เส้นทางการเติบโตของอำนาจ หรืออาจจะเรียกได้ว่าสร้างเนื้อสร้างตัวมาคนละแบบกัน

สำหรับโจโฉนั้น เขาลงทุนลงแรงบุกเบิกอำนาจของตัวเองมาตั้งแต่เริ่มต้น และการเชิดชูฮ่องเต้บัญชาเหล่าขุนนางก็เป็นนโยบายสำคัญ ที่โจโฉใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดเหล่าขุนศึกต่างๆ ทั้งแผ่นดิน อีกทั้งสถานะของโจโฉในทางพฤตินัยแล้วยังเหนือกว่าฮ่องเต้ด้วยซ้ำ จึงไม่จำเป็นที่เขาจะต้องสถาปนาราชวงศ์ใหม่แทนราชวงศ์ฮั่น

แต่สำหรับโจผีนั้น ไม่ใช่ เขารับตำแหน่งและทุกสิ่งอย่างสืบต่อจากบิดา แม้จะติดตามบิดาออกศึกบ้าง แต่ไม่อาจสร้างสมบารมีได้มากพอเพราะภายใต้ร่มเงาของโจโฉนั้น โจผีไม่มีพื้นที่ให้สร้างตัวตนที่ชัดเจนได้เลย

การปลดเหี้ยนเต้ ล้มล้างราชวงศ์ฮั่นจึงเป็นวิถีทางที่เขาต้องทำ เพื่อเป็นการประกาศแสนยานุภาพบารมีให้ทั้งคนภายในและคนภายนอกได้เห็น

การก่อตั้งราชวงศ์ใหม่ของโจผีเป็นไปตามประเพณีที่ควรจะเป็น เขาให้บรรดาขุนนางลิ่วล้ออ้างทุกอย่างที่เป็นสาเหตุให้เหี้ยนแต้สละราชสมบัติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แม้กระทั้งโหราศาสตร์

เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ประกาศมอบราชบัลลังก์ให้ก็ต้องแกล้งปฏิเสธสามครั้งก่อนตามธรรมเนียมแล้วจึงตกลงรับราชสมบัติ ปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้าวุยบุ๋นเต้และถวายพระยศย้อนหลังให้โจโฉเป็นเพราะเจ้าวุยบู๊เต้ สถาปนาราชวงศ์วุย

ในการสืบทอดกิจการจากรุ่นก่อนหน้าที่เก่งกาจกว่าเรามากๆ บางครั้งเราไม่อาจสร้างบารมีได้ด้วยวิถีเดิมกับที่คนรุ่นก่อนทำมา เนื่องจากคนในองค์กรเติบโตและร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกันมายาวนาน ความคุ้นชินทำให้เกิดความคาดหวังว่า ผู้ที่รับสืบทอดจะทำได้ดีกว่าเดิมหรือไม่

หากใช้วิถีทางแบบเดิมๆ แม้ว่าเราอาจจะสร้างผลลัพธ์เท่ากับเดิมหรือดีกว่าแต่การรับรู้ของผู้คนอาจเกิดการเปรียบเทียบ และความผูกพันอาจก่อให้เกิดอคติในการเปรียบเทียบได้

ผู้สืบทอดจึงพึงหาหนทางที่จะสร้างบารมีของตนเองให้เกิดการยอมรับ บางคนอาจจะเชี่ยวชาญในการสร้างบารมีด้วยวิธีเดียวกับคนรุ่นก่อน แต่บางครั้งหากเราไม่สามารถทำได้เช่นคนรุ่นก่อนก็จำเป็นต้องสร้างการยอมรับขึ้นมาใหม่ในรูปแบบของเราเอง

ขอขอบคุณบทความนานาสาระประวัติศาสตร์ โดย ufabet.com

Credit : https://ufabets5.com/