Categories
ชีวประวัติ

โจโฉ ตัวร้ายในนิยาย ผู้เป็นนายในชีวิตจริง

วันนี้ Centrovirtual พาคุณมารู้จักกับยอดคน
ผู้เป็นทั้งนักปกครอง นักรบ และนักการเมือง ผู้มีตัวตนจริงจากนิยายอิงประวัติศาสตร์
“โจโฉ” จาก “สามก๊ก

วรรณกรรมมักแสดงภาพของโจโฉ ว่า เป็นทรราชโหดร้ายป่าเถื่อน แต่ตามประวัติศาสตร์แล้ว เขาได้รับการยกย่องว่า เป็นผู้ปกครองที่ชาญฉลาด และเป็นนายทัพที่ปรีชาสามารถ รักและดูแลผู้ใต้บัญชาประหนึ่งครอบครัวตัวเอง

ในช่วงที่ราชวงศ์ฮั่นตะวันออกกำลังล่มสลายนั้น เฉา เชา (โจโฉ) สามารถสร้างความเป็นปึกแผ่นให้แก่ภาคกลางและภาคเหนือของจีน ซึ่งเป็นส่วนที่มีประชากรมากที่สุดและเจริญรุ่งเรืองที่สุดของประเทศ

แม้เขาสร้างชื่อในฐานะอัครมหาเสนาบดี แต่ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในการปฏิบัติต่อพระมหากษัตริย์หลิว เสีย (劉協) หรือหองจูเหียบ จนนำไปสู่สงครามกลางเมืองหลายครั้ง ฝ่ายค้านของเขามีผู้นำหลัก คือ หลิว เป้ย์/เล่าปี่ (劉備) หรือและซุน เฉวียน/ซุนกวน (孫權) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เขามิอาจปราบปรามลงได้ นอกจากนี้ เขายังมีฝีมือในทางโคลงกลอนและศิลปะการต่อสู้ ปรากฏว่า เขาได้ฝากผลงานเป็นพิชัยสงครามไว้มากมาย

โจโฉ

คนอย่างโจโฉนั้น มุมมองของเขาสอดรับกับสภาวะสงครามในยุคนั้นมากกว่าขุนศึกหลาย ๆ คน รวมทั้งการเลือกใช้คนได้ถูกกับงานในช่วงเวลาแบบนั้น (มองคนที่ฝีมือและความสามารถมากกว่าคุณงามความดี) ทำให้กุมอำนาจและขยายอาณาเขตตัวเองได้ในระยะเวลาที่ไม่นาน อีกทั้งได้สร้างบรรทัดฐานทางสังคมใหม่ ๆ ที่ก้าวข้ามขอบเขตความเชื่อและขนบเดิม ๆ โดยเฉพาะการวางระบบสังคมด้วยการไม่อิงลัทธิหยู

จะเห็นว่าผลงานเชิงประวัติศาสตร์ของโจโฉที่มีต่อบ้านเมืองนั้นเยอะกว่าก๊กอื่นอย่างชัดเจนทั้งในการวางระบบศักดินา การทำนาร่วมกับการทำสงคราม การแต่งบทประพันธ์และสนับสนุนงานประพันธ์ที่มีคุณค่าเชิงวรรณศิลป์และการบอกเล่าประวัติศาสตร์ รวมทั้งการวางฐานการติดต่อต่างประเทศเช่นญี่ปุ่นและชาติทางตะวันตก

ด้วยความที่หัวก้าวหน้าและไม่ยึดขนบกับพิธีรีตองเก่า ๆ ทำให้ขวางหูขวางตากับขุนนางเช้าชามเย็นชามที่มีอยู่เดิม อีกทั้งไปกินเกาเหลากับฝั่งลัทธิหยู ทำให้โจโฉถูกต่อต้านอยู่ไม่น้อย แต่เทียบกับก๊กอื่น ๆ แล้วก็มีเสถียรภาพมากกว่าอยู่ดี บางคนว่าโจโฉโหดเหี้ยมกับขุนนางและฮ่องเต้ แต่อาจกลับมองได้ว่าโจโฉเป็นคนตรงและเด็ดขาด และก็มีเมตตามากกว่าที่เห็นเยอะ ฮ่องเต้ออกนอกลู่นอกทางด้วยการเพ็ดทูลจากใครก็เด็ดหัวมันแล้วจัดแจงให้ฮ่องเต้อยู่อย่างเหมาะสมตามสถานะ ก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับยุคสมัยสงคราม ฉะนั้นถือได้ว่าคนนี้คือผู้นำที่ดีที่สุดคนนึงในยุคนั้น

โจโฉ ถ้าเปรียนสมัยนี้คือ นายก ที่คุมได้ทุกอย่างแม้แต่ฮ่องเต้ ที่ยังกลัวจะทำอะไรต้องถามโจโฉก่อนตลอด ขุนนางโจโฉได้เอาพวกตัวเองทั้งสิ้น ฮ่องเต้จะสั่งอะไรขุนนางไม่ทำตามต้องให้โจโฉมาออกคำสั่งอีกที คิงจะกลัวโจโฉมากๆ คิงเป็นแค่ฉากบังหน้าให้ประชาคนรับรู้เท่านั้นไม่มีอำนาจใดๆทั้งสิ้น ขุนนางทุกคนรู้ดีว่าใครมีอำนาจที่แท้จริงในวังนี้ จนฮ่องเต้ต้องหาคนที่ไว้ใจได้ลงนามในสัญญาเลือด เพื่อล้มโจโฉ ในนี้มีเล่าปี่ด้วย

จนมายุคลูกโจผีที่ได้อำนาจต่อจากพ่อมาเต็มที่ขุนนางพวกตัวเอง100% ก็ได้ทำการล้มราชบัลลังค์ตั้งตัวเองเป็นฮ่องเต้ 

โจโฉมีคำว่า ยอมทรยศใต้ฟ้าแต่จะไม่ให้ใครใต้ฟ้าทรยศตัวเอง  หมายถึงเค้าจะทรยศใครก็ได้สั่งฆ่าใครก็ได้แต่ถ้าใครทรยศโจโฉตายลูกเดียว ในอีกมุมมองโจโฉคือคนเลวที่ไต่เต้าจากขุนนางธรรมดาจนคุมฮ่องเต้ ใช้คนเป็น รอบคอบ ฉลาด แต่ที่ทำมาทั้งหมดก็ให้ลูกตัวเองน่ะล่ะ

อุดมการณ์หลักของโจโฉ คือการรวบรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่น และในยุคนั้นการที่ผู้นำหัวเมืองต่างๆ ตั้งตัวเองเป็นใหญ่ในเขตพื้นที่นั้นๆก็เหมือนกับการตั้งก๊ก ถ้าหากปล่อยเอาไว้มันจะเป็นเนื้อร้ายต่อไปในการบริหารประเทศ

และโจโฉ ก็ไม่ได้เข้ายึดครองก๊กนั้นๆทันทีนะครับ เห็นหลายครั้งมีการส่งทูตไปเจรจาก่อน แต่ส่วนใหญ่ที่ต้องบุกตีนั่นก็เพราะมีการ ปฏิเสธความสัมพันธ์ทางการทูต และการกระทำแบบบุกตีบ่อยครั้งนี่เอง ทำให้ประชาชนที่ไม่รู้ข่าวและโดนเป่าหูเกลียดชังเขาค่อนข้างมาก

โจโฉหนึ่งในขุนนางสามคนที่ต้องการให้ “ฮั่น” ยังคงอยู่ คนแรกตายเพราะขุนนางขี้ฉ้อ อีกคนตายเพราะลูกทรยศต่อฮั่น ถ้าไม่มีเขา จีนคงล่มสลายไปพร้อมฮั่นแล้ว

นักบริหารยุคใหม่ในสมัยโบราณ รูปแบบการบริหารองค์กรที่เน้นประสิทธิภาพมากกว่าประสิทธิผล แถมยังมีศักยภาพเต็มความสามารถที่ได้รับ เทคนิคการจ่ายงานให้เหมาะสมกับความสามารถของพนักงาน โดยที่ไม่ต้องให้พนักงานนั้นปรับตัวเข้าหางาน การเลือกไม่สนใจข่าวลือ โดยมองผลประโยชน์โดยรวมเพื่อรักษาเสถียรภาพขององค์กรไว้ก่อน

เสียชื่อ เสียลูก

โจโฉได้คุมตัวฮ่องเต้และสั่งการทั่วหล้าภายใต้ชื่อของฮ่องเต้ใหม่ เจ้าเมืองอ่วนเซีย นามเตียวซิ่ว ก็ระดมพลเรือนแสน หวังสู้โจโฉ ที่จบศึกลิฉุยกุยกีและระดมพล จะยกทัพมา แต่โจโฉเองก็เพิ่งจบศึกที่ขับไล่ลิฉุยกุยกีไปได้
ใหม่ๆ ก็ยังไม่พร้อมแต่ เตียวซิ่วอันตราย จึงต้องปราบ

เตียวซิ่วเองก็เรียกที่ปรึกษา กาเซี่ยน (คนที่ช่วย ลิฉุย กุยกี เอาชนะ ม้าเท้ง หันซุย และก็เป็นคนเดียวกันกับที่ใช้แผนบ่อนทำลาย ให้ลิฉุยกุยกีทำลายตัวเองลง) กาเซียนและเตียวซิ่วตกลงว่าโจโฉกำลังมากกว่า จึงยอมแพ้ ไม่ได้รบกัน (ที่เขาฮิวเคยกล่าว ว่าชื่อเสียงโจโฉน่ากลัวกว่าการทำศึก)

ครั้นโจโฉเข้าเมืองได้ ก็พอใจเป็นอันมาก และเสพสุขในเมือง โดยให้หลานชายโจอันบิ๋น ไปพาสาวงามมาปรนเปรอ 1 ในนั้น คือเจ๋าซือน้าสะใภ้ของเตียวซิ่ว ซึ่งเป็นคนสวยซึ่งตอนนี้เป็นหม้าย โจโฉชอบใจนางมากมายและจะเอาเป็นภรรยาน้อย และได้พูดคุยหว่านล้อมโอ้อวด ว่าที่ยังไว้ชีวิตเตียวซิ่วเพราะเห็นแก่เธอนะนี่ละ สุดท้ายทั้งสองจึงได้กัน

นางเจ๋าซือเองก็กลัว ว่าคนจะครหานินทานางได้ จึงขอโจโฉให้ไปอยู่กินกันนอกเมือง (หรือจริงๆคืออุบาย) คือไปอยู่กันในค่ายทหารของโจโฉใกล้ๆเมือง เรื่องราวพวกนี้ไปถึงหูเตียวซิ่ว และเตียวซิ่วทนไม่ได้ ด้วยความโกรษจึงวางแผนการ กับกาเซี่ยนคืนนี้จะตีปล้นค่ายโจโฉที่นอกเมือง และให้คนไปชวนเตรียนอุย (เตรียนอุย ฉายาผู้ใช้ศากศพ เคาทูชายโดเดี่ยวอาศัยอยู่ในถ้ำผู้ฆ่าเสือแต่ตอนนี้ยังไม่เจอเคาทู) ซึ่งเป็นองค์รักษ์รักษาประตูค่ายของโจโฉ ให้คนชวนเตรียนอุยมาดื่มกินให้เมาและจะโขมยทวนคู่อาวุธร้าย(สองเล่มร้อยกว่ากิโล)เอาไปซ่อนซะ และคืนนี้ให้จุดไฟเผาหลังค่าย เราจะบุกตีค่ายโจโฉ

ครั้นตกดึก โจโฉกำลังรื่นเริงกับนางเจ๋าซือในค่าย ทหารมารายงานว่ามีไฟติดหลังค่าย นางเจ๋าซือก็แก้ต่างให้ ว่าอาจเป็นแค่ไฟที่ทหารหุงหาอาหาร ซี่งเป็นเรื่องธรรมดา โจโฉเองก็วางใจหลงสาวงามอยู่

ครั้นตกดึกเสียงทหารอื้ออึงกองทหารของเตียวซิ่วบุกตีหักปล้นค่ายโจโฉ และมีข่าวแจ้งว่าไฟไหม้หลังค่ายด้วย กองทหารเตียวซิ่วตีผ่าค่ายโจโฉ แต่ต้องมาหยุดที่เตรีนยอุย ผู้รักษาประตูค่ายเตรียนอุยตอนนี้ไร้ซึ่งอาวุตคู่กาย ร่างกายก็ไร้เกราะ ก็แย่งดาบของพลทหารมาพาดฟันทหารของเตียวซิ่วจนล้มตายมากมาย ฟันจนดาปหัก

เมื่อเตียนอุยปราศจากอาวุธ ก็เลยคว้าหยิบซากศพทหารของเตียวซิ่วที่พื้นถือศพละข้าง สองมือถือข้างละศพ และเอาศพพาดตีทหารของเตียวซิ่วที่ถาโถมเข้ามาจนล้มตายเป็นจำนวนมาก เตียวซิ่วจึงสั่งให้ระดมธนูยิงใส่ จนเตียนอุยสิ้นใจในที่สุดแม้ตายก็ยังยืนตาย พิงประตูค่ายทหารของเตียวซิ่วก็ยังมิกล้าเข้าใกล้

ครั้นค่ายใกล้แตกทหารเตียวซิ่วบุกเข้ามาใช้พลธนูเข้าจู่โจมอย่างรวดเร็ว โจอันบิ๋น หลานของโจโฉก็ต้องมาตายลงในการปกป้องโจโฉ  โจโฉหนีมาได้แต่ม้าที่ขี่ถูกธนูบาดเจ็บจนล้มตาย โจงั่ง ลูกชายคนแรก จึงเสียสละม้าให้โจโฉ ขี่และตัวเองเดิน เมื่อทหารของเตียวซิ่ว ตามมาจึงหนีไม่ทัน จึงโดนธนูยิงตายในที่สุด โจโฉหนีไปเรื่อยจนไปรวมตัวกันกับทหารที่แตกมาเตรียมตัวตั้งค่ายเพื่อตั้งจะรับศึก

แต่ในขณะเดียวกัน หลังคาแตก ทหารนอกแถวในบัญชาของแฮหัวตุ๋น
อาศัยความชุลมุน ถือโอกาศยกพวกเข้าปล้นสดมช้าวบ้าน โจจิ๋นก็แตกมาเหมือนกันผ่านมาเห็นการกระทำ ของทหารแฮหัวตุ๋นครั้นห้ามปรามก็ไม่ฟัง จึงลงมือฆ่าทหารเหล่านั้น การกระทำนี้ ทำให้แฮหัวตุ๋นเข้าใจผิด และเข้ารบกับโจจิ๋น

ตอนนี้ทหารของโจโฉก็รบกันเอง แฮหัวตุ๋นแตกพ่ายจึงหนีไปหาโจโฉและนำเรื่องนี้ไปฟ้อง หาว่าโจจิ๋นทรยศ แต่สุดท้าย ทุกอย่างปรับความเข้าใจกันได้ และกองทัพโจโฉ รวมตัวกันได้อีกครัง จึงตั้งรับกองทัพของเตียวซิ่ว ที่ยกมาตีซ้ำ

ทั้งสองได้รับความเสียหายอย่างหนักจึงแยกถอยกลับกันไป โจโฉก็ต้องกลับไปฮูโต๋ด้วยแค้นและสะปักสะบอม ครั้นผ่านมาไม่นานโจโฉ ก็ยกทัพมาปราบเตียวซิ่วอีก ยังไม่ทันที่โจโฉจะเอ่ยคำพูดใด เตียวซิ่วก็ด่าทอโจโฉต่างๆนาๆไม่มีชิ้นดี

จนโจโฉโกรธจัดจนลืมตัวสั่งทหารเข้ารบทันที ทั้งสองทัพรบกับ แน่นอนเตียวซิ่วสู้ไม่ได้เลยหนีเข้าเมืองปิดประตูไม่สู้ด้วย โจโฉหวังว่ากลางดึกจะใช้แผนลวงจะตีหักเข้าเมือง แต่กาเซี่ยนรู้ทันและซ้อนแผนการบุกตีเมืองคืนนี้ของโจโฉ แผนเลยต้องล้มเหลวและเป็นฝ่ายถูกตีขนาบไป จนทัพแตกแพ้ไป จนต้องหนีไปตั้งหลักตั้งทัพที่แม่น้ำหยกซุย ที่ๆลูกชายโจงั่งต้องมาตายและก็ยังอาลัยถึงทหารเอกเตียนอุย

ทำให้กองทัพเกิดความฮึกเหิมขึ้นมา ขณะเดียวกันตียวซิ่วจะตามมาตีซ้ำแต่หลายๆอย่างผิดแผนเพราะเล่าเปียว บอกจะมาช่วยแต่ก็มาช้า มาถึงแต่ยังไม่รบ รบก็รบไม่เต็มที่คือจะสู้ก็ไม่สู้จะถอยก็ไม่เอา สุดท้ายเกิดศึกอีกรอบ เตียวซิ่ว เล่าเปียว  สู้กับ โจโฉ ทั้งสองเสียหายหนัก แต่เตียวซิ่วเสียหายมากที่สุด ทั้งสามจึงถอยกลับกันไป

จนจะเกิดศึก ครั้งที่สาม โจโฉก็จะมาปราบเตียวซิ่วอีก แต่เตียวซิ่วตกลง กับ กาเซี่ยน ว่าจะไม่รบกับ โจโฉอีกแล้ว รบไปก็มี แต่จะล้มตาย จะขอเข้าสวามิภัคดิ์ แต่กลัวว่าโจโฉจะฝังแค้น ไม่ยอมรับตัวเพราะสิ่งที่ เตียวซิ่วทำไป นั้นมากมาย แต่สุดท้ายโจโฉ เพื่อการใหญ่เขายอมอภัยให้เตียวซิ่วในทุกๆเรื่องที่ทำ ที่ตีค่ายให้โจงั่งลูกคนแรกต้องมาตายและโจอันบิ๋นหลานต้องตายรวมทั้งเตียนอุย ยอดองค์รักษ์ด้วย

โจโฉ อภัยให้เตียวซิ่ว ทุกๆอย่าง และ ยอมรับการสวามิภัคดิ์ เพื่อจะทำการการใหญ่ สืบต่อไปในวันหน้า

จะเห็นว่า โจโฉ ใจกว้างกว่าที่เรามักจะเข้าใจ และเห็นแก่ส่วนรวมเป็นหลัก แล้วสำหรับคุณ โจโฉเป็นคนอย่างไร?

ขอขอบคุณบทความประวัติศาสตร์คุณภาพ โดย ufabet.com

Credit : https://ufabets5.com/