Categories
นานาสาระ

สงครามโลกครั้งที่ 2

Centrovirtual จะพาคุณย้อนไปสู่ “สงครามโลกครั้งที่ 2”
กับเรื่องราวต่างๆ ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน

สงครามโลกครั้งที่ 2
ภาพจากหนึ่งในสมภูมิที่โหดที่สุด
ในภาพนาวิกโยธินอเมริกันกำลังปักธงชาติสหรัฐอเมริกา โดดจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากกรุงโตเกียวเมืองหลวงของญี่ปุ่นเพียง 1056 กม.

สงครามโลกครั้งที่ 2

สงครามโลกครั้งที่ 2 สงครามใหญ่ที่เกิดขึ้นระหว่างปี 1939 ถึง 1945 โลก โดยประเทศมหาอำนาจทั้งหมดในสมัยนั้นได้เข้าร่วม แบ่งเป็นฝ่าย “สัมพันธมิตร” และฝ่าย “อักษะ” มีทหารเข้าร่วมทั้งหมดมากกว่า 100 ล้านคน สงครามนี้มีมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านล้านดอลลาห์สหรัฐฯ ผู้เสียชีวิตกว่า 70 ล้านคน ซึ่งเราจะไม่ขอพูดถึงที่มาที่ไปของสงครามในครั้งนี้ แต่จะพาคุณไปพบกับเรื่องราวต่างๆ ในอีกแง่มุมของสงคราม

เกร็ดความรู้

ในรูปคือทหารเยอรมันคนแรกผู้สังเวยชีวิตให้กับกองทัพญี่ปุ่น

สงครามโลกครั้งที่ 2
ทหารเยอรมันคนแรก ถูกสังหารโดยทหารญี่ปุ่น

ทหารสอดแนมชาวอเมริกันคนแรกถูกฆ่าโดยกองทัพรัสเซีย

สงครามโลกครั้งที่ 2
ทหารอเมริกันคนแรก ถูกสังหารโดยกองทัพโซเวียต

1. ระเบิดกว่า 10,000 ลูกถูกทิ้งไปทั่วยุโรปโดยฝ่ายพันธมิตร
2. อเมริกันสูญเสียทหารไปในอากาศยานมากกว่าทางเรือ
3. ในช่วงสงครามทหารชาวอังกฤษได้รับกระดาษชำระ 3 ม้วนต่อวัน ในขณะที่ชาวอเมริกันได้รับ 22 ม้วน
4. ในปี 1941 อเมริกาผลิตรถได้ 3 ล้านกว่าคัน มากกว่าที่ผลิตได้ทั้งหมดในช่วงสงครามเพียงแค่ 139 คันเท่านั้น
5. 4 ใน 5 ของทหารเยอรมันถูกฆ่าในแนวรบด้านตะวันออก
6. ผู้ชายที่เกิดในปี 1920 ในโซเวียต มีเพียง 20% เท่านั้นที่มีชิตรอดจากสงคราม
7. ทหารที่มีอายุน้อยที่สุดคือ Calvin Graham วัย 12 ปี ชาวอเมริกัน เขาโกงอายุเพื่อเข้ารับใช้ชาติ
8. เพียง 1 ใน 4 ของทหารที่เข้าร่วมเรืออู (U-boats) เท่านั้นที่รอดชีวิต
9. การปิดล้อมสตาลินกราดทำให้ทหารและประชาชนชาวรัสเซียเสียชีวิตมากกว่า ชาวอเมริกันและอังกฤษที่เสียชีวิตในสงครามรวมกันเสียอีก
10. หลานชายของฮิตเลอร์ เข้าร่วมกับกองทัพอเมริกันในสงครามโลกครั้งที่ 2
11. ฐานทัพสอดแนมญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดอยู่ในเม็กซิโก
12. 85% ของผู้อพยพในค่ายรัสเซียเสียชีวิต
13. ปรมาณูลูกที่ 3 ตั้งเป้าไว้ว่าจะยิงไปที่โตเกีย
14. ผู้เสียชีวิตจากสงครามทั้งหมดอยู่ที่ 50-70 ล้านคน โดย 80% มาจาก 4 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย จีน เยอรมนี และโปแลนด์ โดยกว่าครึ่งเป็นพลเรือนที่เป็นเด็กและผู้หญิง

ประเทศไทยกับสงครามโลกครั้งที่ 2 (อันนี้แถม)

ประเทศไทย เดิมเป็นประเทศที่วางตัวเป็นกลางในสงครามโลกครั้งที่สอง จนกระทั่งถูกญี่ปุ่นบุกครอง ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 เวลาประมาณ 02.00 น. กองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกทางภาคใต้และภาคตะวันออกของประเทศไทย และปะทะกับทหารไทยและยุวชนก่อนรัฐบาลจะมีคำสั่งหยุดยิงเมื่อเวลา 11.00 น. หลังจากนั้นมีการทำสนธิสัญญาทหารระหว่างสองประเทศ ในช่วงแรกของสงครามแปซิฟิก ญี่ปุ่นกดดันให้รัฐบาลไทยเปิดทางให้ญี่ปุ่นเดินทัพผ่านไปยังพม่าและบริติชมาลายา ซึ่งรัฐบาลไทยนำโดยจอมพล ป. พิบูลสงครามยินยอมเนื่องจากญี่ปุ่นให้คำมั่นสัญญาว่าจะมอบดินแดนอินโดจีนบางส่วนที่เสียให้ฝรั่งเศสคืน

หลังร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ประเทศไทยยังคงมีอำนาจในการจัดการกำลังพลและกิจการภายใน ซึ่งคล้ายคลึงกับความสัมพันธ์ระหว่างนาซีเยอรมนีกับฟินแลนด์ บัลแกเรีย และโรมาเนีย อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยแบ่งออกเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายจอมพล ป. พิบูลสงครามกับฝ่ายเสรีไทย ขบวนการใต้ดินที่ต่อต้านการรุกรานของญี่ปุ่นนำโดยปรีดี พนมยงค์ โดยขบวนการเสรีไทยนี้มีส่วนในการต่อรองเจรจากับฝ่ายสัมพันธมิตรหลังสงครามยุติ ทำให้ไทยไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าประเทศที่ร่วมมือกับฝ่ายอักษะอื่น ๆ

ระหว่างนี้ได้มีการออกกฎหมายอาชญากรสงครามมาเพื่อให้ผู้กระทำผิดต้องขึ้นศาลไทย จอมพล ป. พิบูลสงคราม รวมทั้งอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาระดับสูงหลายคน เช่น หลวงวิจิตรวาทการ, จรูญ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์, พลเอกมังกร พรหมโยธี เป็นต้น จึงถูกจับกุมและถูกดำเนินคดีในประเทศไทย และต่อมาไม่ต้องรับโทษเพราะศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลังและอ้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ระบุเรื่องสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งเป็นกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่ากฎหมายอาชญากรสงคราม ทั้งนี้มีผู้วิจารณ์ว่าการออกกฎหมายอาชญากรสงครามก็เพื่อไม่ให้คนไทยถูกส่งไปดำเนินคดีในต่างประเทศอันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศและทำให้เสียเปรียบในการเจรจาหลังสงคราม หรือบางแหล่งก็ว่าเป็นการช่วยเหลือจอมพล ป. ให้พ้นโทษ ในขณะที่อาชญากรสงครามของประเทศอื่น ๆ ถูกจับกุมและประหารชีวิตในที่สุด

อังกฤษถือว่าการที่ไทยได้เป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นและประกาศสงครามต่ออังกฤษ ได้สร้างความเสียหายต่ออังกฤษและอังกฤษมีสิทธิจะเรียกร้องความเสียหายนั้นจากไทย นอกจากนี้ อังกฤษยังต้องการรื้อฟื้นระบบอาณานิคมของตนในเอเชียตะวันออกขึ้นมาใหม่ หลังจากที่อิทธิพลของตนในอาณานิคมต่าง ๆ เสื่อมถอยลงจากการรุกรานของญี่ปุ่น เมื่อสงครามสิ้นสุดลง ท่าทีของอังกฤษขัดแย้งกับสหรัฐอเมริกา เนื่องจากสหรัฐอเมริกาไม่อยากถูกมองว่าเข้าร่วมสงครามเพื่อรักษาระบบอาณานิคมของชาติใด สหรัฐต้องการจัดระเบียบโลกใหม่ให้เป็นตามกฎบัตรแอตแลนติก หนึ่งในนโยบายของสหรัฐคือการคงเอกราชของไทยไว้เพื่อเป็นตัวอย่างนโยบายของตัวเองต่อภูมิภาค สหรัฐกรานปกป้องไทยซึ่งเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่ไม่เคยตกเป็นอาณานิคมของชาติตะวันตก โดยถือว่าไทยในขณะนั้นเป็นดินแดนที่ถูกข้าศึกครอบครอง และไม่ยอมรับว่าไทยประกาศสงครามต่อตัวเองตามแนวคิดของขบวนการเสรีไทย

ขบวนการเสรีไทย