Categories
นานาสาระ

สงครามโลกครั้งที่ 1

วันนี้ Centrovirtual จะพาคุณไปพบกับ “สงครามโลกครั้งที่ 1”
กับเรื่องเล็กๆที่คุณอาจไม่เคยรับรู้

สงรามโลกครั้งที่ 1
สงครามโลกครั้งที่ 1

เป็นที่รู้กันว่าสาเหตุของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก็คือ การลอบปลงพระชนม์อาร์คดุยค ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ รัชทายาทของบัลลังก์จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี โดยกัฟรีโล ปรินซีป ชาวเซิร์บบอสเนีย ซึ่งเป็นสมาชิกของแก๊งมือมืด และการแก้แค้นของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีต่อราชอาณาจักรเซอร์เบียก็ทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ก่อให้เกิดสงครามครั้งใหญ่ปะทุขึ้นในทวีปยุโรป ภายในหนึ่งเดือน ทวีปยุโรปส่วนมากก็อยู่ในสภาวะสงคราม แต่ความขัดแย้งที่มีมาตั้งแต่การรวมชาติเยอรมนี ตั้งแต่ ค.ศ. 1871 นั้นทำให้ยุโรปต้องอยู่ในสมดุลแห่งอำนาจซึ่งยากแก่การรักษา การแข่งขันทางทหาร อุตสาหกรรมและการแย่งชิงดินแดนก็ทำให้วิกฤตสุกงอมจนกระทั่งปะทุออกมาเป็นสงคราม

กลายเป็นความขัดแย้งระดับโลกที่เกิดขึ้นตั้งแต่ พ.ศ. 2457 (ค.ศ. 1914) ถึง พ.ศ. 2461 (ค.ศ. 1918) ระหว่างฝ่ายสัมพันธมิตร และฝ่ายมหาอำนาจกลาง ซึ่งไม่เคยปรากฏสงครามขนาดใหญ่ที่มีทหารหรือสมรภูมิเกี่ยวข้องมากขนาดนี้มาก่อน(อังกฤษ: World War I หรือ First World War) หรือเป็นที่รู้จักกันว่า “สงครามครั้งยิ่งใหญ่” (อังกฤษ: Great War) หรือ “สงครามเพื่อยุติสงครามทั้งมวล” (อังกฤษ: War to End All Wars) โดยพบว่ามีทหารกว่า 70 ล้านคนมีส่วนร่วมในการรบ รวมไปถึงชาวยุโรปอีกกว่า 60 ล้านคน ผลจากสงครามทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บและสูญหาย รวมกันไม่ต่ำกว่า 40 ล้านคน

ความจริงของ “สงครามโลกครั้งที่ 1” ที่หลายคนอาจมองข้าม

1. ผู้ชายจำนวน 65 ล้านคน เข้าต่อสู้ในสงคราม และราวๆ 10 ล้านคนต้องตาย 1 ใน 6 ของผู้ชายที่เข้าร่วมสงครามดังกล่าวต้องสังเวยด้วยชีวิต

2. เกือบ 2 ใน 3 ของการตายในสงครามเกิดในสนามรบ นั่นทำให้มันกลายเป็นสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่าโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นกับประชากรบนโลกในยุคนั้น

3. สนามเพลาะ (แนวหลุมที่ขุดหลบภัย) ของเยอรมนี มีทั้งเตียงนอน เฟอร์นิเจอร์ ตู้ แสงไฟ รวมไปถึงกริ่งประตูอีกด้วย

4. ก๊าซพิษที่แตกต่างกันราว 30 ชนิด ถูกนำมาใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่หลังจากสงครามครั้งนี้ หลายประเทศได้มีการลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามใช้ก๊าซพิษเหล่านี้อีก

5. ฝรั่งเศสเป็นประเทศแรก ที่ใช้ก๊าซพิษกับศัตรู พวกเขาใช้ระเบิดแก๊ซน้ำตา เพื่อตัดกำลังฝ่ายต่อต้าน

6. ชาวอเมริกันบางคนไม่เห็นด้วยกับการลังเลเข้าสู่สงครามของสหรัฐ พวกเขาจึงไปที่แคนาดาเพื่อขอความช่วยเหลือและร่วมต่อสู้

7. ผู้ก่อการร้ายชาวเซิร์บได้ลอบปลงพระชนม์ ฟรานซ์ เฟอร์ดินาน รัชทายาทแห่งราชบัลลังก์ออสเตรีย-ฮังการี นั่นคือชนวนของสงคราม เยอรมนีเข้ากับฝ่ายออสเตรีย-ฮังการี ส่วนฝรั่งเศสและรัสเซียอยู่ฝ่ายเดียวกับเซอร์เบีย

8. สงครามครั้งนี้ เป็นยุคใหม่ของสงครามที่ต่อสู้กันด้วยก๊าซพิษ, การโจมตีทางอากาศ และ รถถัง

9. เครือข่ายสนามเพลาะของสงครามโลกครั้งที่ 1 กินพื้นที่กว่า 25,000 ไมล์

10. ถึงแม้ก๊าซพิษจะนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในสงครามโลกครั้งที่ 1 แต่ไม่มีใครใช้มันในสงครามโลกครั้งที่ 2

11. กองทัพเยอรมนีจะยิงและฆ่าพลเรือนในระหว่างสงคราม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้ขู่ในผู้คนหวาดกลัว และไม่ต่อต้านกองทัพ

12. ในปี 1917 ปีเดียว จำนวนผู้ชายที่ถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารมีถึง 2.7 ล้านคน ส่วนอาสาสมัครมีมากถึง 1.7 ล้านคน

สงครามโลกครั้งที่ 1

13. เกือบๆ 1 ใน 3 ของผู้คนที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 ตายเพราะไข้หวัดใหญ่สเปนซึ่งระบาดในช่วงท้ายของสงคราม

14. ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ของสงครามโลกครั้งที่ 1 ของอเมริกา อยู่ที่ราวๆ 3 หมื่นล้านเหรียญ หรือราวๆ ล้านล้านบาท

15. ปืนกล เริ่มถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในสงครามโลกครั้งที่ 1

16. ทหารนับล้านต้องเผชิญกับโรคที่เรียกว่า Shell-shock ซึ่งในปัจจุบันนี้เรียกว่าโรค PTSD คือโรคป่วยทางใจ หรือ โรคเครียดจากเหตุการณ์ร้ายแรง

17. สงครามครั้งนี้ เป็นสงครามที่มีความขัดแย้งกันแบบคอขาดบาดตายที่สุดในประวัติศาสตร์

18. เยอรมนี มีความสามารถในการดักจับและถอดรหัสฝ่ายพันธมิตรได้ จนกระทั่งอเมริกาได้เริ่มใช้ Choctaw Code Talkers ซึ่งเป็นภาษาอเมริกันพื้นเมืองที่ซับซ้อน จนเยอรมนีไม่สามารถถอดรหัสได้อีก

19. มี 4 ประเทศที่ล่มสลายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้แก่ จักรวรรดิออตโตมัน, เยอรมนี, รัสเซีย และ จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี

20. สันนิบาตชาติ ถือกำเนิดขึ้นจากการประชุมสันติภาพที่ปารีส ของผู้ชนะในสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อป้องกันสงครามและความขัดแย้งในอนาคต แต่เนื่องจากสันนิบาตไม่มีกองกำลังของตัวเอง จึงต้องพึ่งพาชาติมหาอำนาจในการดำเนินการตามคำสั่ง สันนิบาตชาติจึงล้มเหลวในการป้องกันสงครามโลกครั้งที่สอง และเมื่อสงครามจบถูกยุบไปและแทนที่ด้วยสหประชาชาติจนกระทั่งปัจจุบัน

สงครามโลกครั้งที่ 1

21. สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้เปลี่ยนให้สหรัฐอเมริกา กลายเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

22. ลิงผู้กล้า แจ็คกี้ ลิงบาบูนจากแอฟริกาใต้ตัวนี้ถูกพบโดย อัลเบิร์ต มารร์ ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 จะเริ่มไม่นาน และเมื่อสงครามเริ่มขึ้น อัลเบิร์ตต้องเข้าร่วมสงคราม และเขาได้นำเจ้าแจ็คกี้ไปด้วย ซึ่งแจ็คกี้ไม่ได้ไปทำหน้าที่ให้ความสนุกสนานในกองทัพเท่านั้น แต่มันยังร่วมออกไปรบในสงครามอีกด้วย อย่างเช่นการเตือนเมื่อเห็นศัตรูใกล้เข้ามา สุดท้ายหลังจบสงคราม แจ็คกี้ได้รับเหรียญกล้าหาญ และเกษียณไปอยู่กับอัลเบิร์ตจนกระทั่งปี 1921

23. แผนการลอบปลงประชนม์อาร์คดุยค ฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ รัชทายาทของบัลลังก์จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี ใช้มือสังหารทั้งหมด 6 คน โดยก่อนหน้าการสิ้นพระชนม์ มือสังหารชุดแรกได้ปาระเบิดเข้าใส่รถพระที่นั่งแต่เกิดความผิดพลาดไปโดนประชาชนผู้มาเฝ้ารับเสด็จแทนพระองค์จึงรอดไปได้ แต่เมื่อพระองค์จะเสด็จไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บจากเหตุระเบิด ขบวนพระที่นั่งดันเลี้ยวไปทางที่มีมือสังหารอีกคนหนึ่งรออยู่ จึงโดนสังหารโดยอาวุธปืนสำเร็จ และเหจุกดารณ์นี้ได้กลายเป็นชนวนแห่งสงครามโลกครั้งที่ 1 นั่นเอง

24. สงครามโลกครั้งที่ 1 อยู่ในช่วงรัชกาลที่ 6 ของสยาม และสยามเลือกข้างสัมพันธมิตร โดยส่งทหารเข้าร่วม 1,233 นาย ในจำนวนนี้เสียชีวิต 19 นาย และสยามได้ประโยชน์จากการเป็นผู้ชนะสงคราม

25. พลเรือนเชื้อชาติเยอรมันในสหรัฐอเมริกา ได้รับผลกระทบแบบสุดๆ เกิดการแบ่งแยกและตรวจสอบอย่างหนัก แม้จะเป็นลูกครึ่ง เยอรมัน – อเมริกัน ก็ตาม ถึงขนาดมีการพยายามยกเลิกคำศัพท์ต่างๆ ที่มีชื่อเรียกอิงมาจากเยอรมัน เช่น ให้เรียก Hamburger ว่า Liberty Sanwich แทน หรือเปลี่ยนชื่อสนุขพันธุ์อัลเซเชี่ยน แทนเยอรมันแชปเพิร์ด

26. สงครามคร้งนี้กินเวลา 4 ปี 2 เดือน 2 สัปดาห์ และถือกันว่าเวลาสิ้นสุดของสงครามนี้ คือ วันที่ 11 เดือน 11 ในเวลา 11.11 น.

27. มีการใช้สัตว์สงครามมากมายหลายชนิด จนคุณคิดไม่ถึง เช่น กองทัพอังกฤษนกนางนวล มีม้ามากมายเข้าร่วมาสงคราม ประมาณกันว่า มีม้าเสียชีวิตจากสงครามนี้กว่า 8 ล้านตัว และม้าที่รอดจากสงครามส่วนมากถูกนำส่งไปโรงฆ่าสัตว์เพราะคนเชื่อว่ามันไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อื่นได้ สุนัขเป็นสัตว์สงครามหลักที่ใช้เพื่อสงครามจากแนวหลังไปถึงแนวหน้า

28. เยอรมันเสียค่าปฏิกรรมสงครามไปกว่า 32,000 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นค่าเงินปัจจุบัน (2020) ประมาณ 840,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยเยอรมันต้องใช้วิธีผ่อนจ่ายโดยงวดสุดท้ายสิ้นสุดที่วันที่ 4 ตุลาคม 2010

29. ทหารที่มีอายุน้อยที่สุดที่มีการบันทึกไว้ในสงครามครั้งนี้ คือ ทหารชาวเซอร์เบีย อายุ 8 ขวบ ชื่อ Momčilo Gavrić รับหน้าที่ทางทหารคือผู้เฝ้ายาม และได้เคยจุดชนวนปืนใหญ่ 1 ครั้ง แทนการแก้แค้นที่เขาต้องกำพร้าจากฝีมือกองทหารออสเตรีย – ฮังการี

Momčilo Gavrić - สงครามโลกครั้งที่ 1
Momčilo Gavrić