Categories
ประวัติศาสตร์

ค้นพบวัคซีน บริษัท Pfizer

ค้นพบวัคซีน

วันนี้ Centrovirtual จะพาท่านไปรู้จักับบริษัทยายักษ์ใหญ่
ที่กำลังมีประเด็นกันในประเทศ
ค้นพบวัคซีน บริษัท Pfizer เขาทำอะไรมาบ้าง ถึงยืนหยัดในธุรกิจยา

มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย เป็นองค์กรการกุศลที่ดำเนินงานอย่างอิสระ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2544 ด้วยความเชื่อในการเป็นผู้ให้และมอบความช่วยเหลือให้แก่ผู้ด้อยโอกาสในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสเติมเต็มความหวัง ความฝันให้เป็นความจริงและมีชีวิตที่ดีขึ้น

นอกเหนือจากสุขภาพที่ดีแล้ว เราทุกคนต้องการมีชีวิตที่มีคุณภาพด้วย มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย จึงมุ่งมั่นทุ่มเทที่จะปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ขาดแคลนและด้อยโอกาสในสังคม ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ด้วยการมอบโอกาสในการพัฒนาชีวิตและชุมชนที่เขาอาศัยอยู่ให้ดีขึ้นใน 3 ด้าน คือ ส่งเสริมการศึกษา ส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต

มูลนิธิไฟเซอร์ประเทศไทย บริหารงานโดยคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากสาขาอาชีพต่างๆ ทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ นักบริหาร และผู้เสียสละทำงานเพื่อสังคม ภายใต้การนำของ ศ. นพ. จรัส สุวรรณเวลา นอกจากนี้เราได้ร่วมมือกับบุคลากรและองค์กรที่มีชื่อเสียงหลายแห่งทั้งในและต่างประเทศ เช่น โรงพยาบาล มูลนิธิ สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการช่วยเพื่อนมนุษย์ให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

เราตระหนักว่าเราไม่สามารถช่วยเหลือใครหรือชุมชนใดไปได้ตลอด ดังนั้นในการพัฒนาชีวิตและชุมชน เราจึงมุ่งเน้นการเสริมสร้างศักยภาพ ให้ผู้รับได้เปลี่ยนมาเป็นผู้ให้แก่สังคม และส่งต่อวัฒนธรรมการให้ในสังคมไทยต่อไป

เราภูมิใจที่ได้มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนจำนวนมาก เปลี่ยนจากผู้ด้อยโอกาสมาเป็นผู้ได้โอกาส ซึ่งเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนหรือจะคงอยู่ตลอดไป

ค้นพบวัคซีน บริษัท Pfizer

เราพลิกโฉมโลกนี้ได้อย่างไร

ไฟเซอร์พลิกโฉมโลกใบนี้ด้วยการเลือกเป็นผู้นำทางด้านการทำวิจัยและนวัตกรรมทางด้านเวชภัณฑ์และวัคซีนที่ช่วยยืดอายุและรักษาชีวิตมนุษย์ ผลงานและคุณประโยชน์ของเวชภัณฑ์ที่ช่วยพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ของเราทุกคนซึ่งไฟเซอร์ได้คิดค้นขึ้นนี้ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1 ศตวรรษ จวบจนถึงปัจจุบันและต่อไปถึงในอนาคต เป้าหมายของเรายังคงเหมือนเดิม นั่นก็คือ ความมุ่งมั่นเพื่อสุขภาพที่ดีกว่าของประชาชนทุกคน

ตัวอย่างความสำเร็จที่น่าภูมิใจของเราที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเพื่อสุขภาพที่ดีกว่าของประชาชนทุกคนพอจะสังเขปได้ดังต่อไปนี้

พ.ศ. 2425
ไฟเซอร์ได้คิดค้นวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษได้สำเร็จที่ไร่วัคซีนแห่งแลนคาสเตอร์

พ.ศ. 2449
ไฟเซอร์ได้คิดค้นวัคซีนป้องกันโรคคอตีบ ซึ่งเป็นโรคติดต่อทางเดินลมหายใจส่วนบน

พ.ศ. 2485
หลังจากที่นักวิจัยชาวอังกฤษ มร. อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่งได้ค้นพบยาปฏิชีวนะเพนิสซิลิน ในปีพ.ศ. 2471 กลุ่มของนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์จากอ๊อกซ์ฟอร์ด นำโดยมร. ฮาเวิร์ด ฟลอรี่ย์, มร. เอิร์นส์ บอริส เชน และมร. นอร์มอน ฮีทลี่ย์ ได้ค้นพบวิธีผลิตยาปฏิชีวนะในปริมาณมาก มร. ฟลอรี่ย์ มร. เชน และมร. เฟลมมิ่งได้รับรางวัล โนเบลร่วมกันใน สาขาวิชาแพทย์ศาสตร์ในปีพ.ศ. 2488 ซึ่งการค้นพบดังกล่าวได้พลิกโฉมประวัติศาสตร์ของโลกเลยทีเดียว

และในปีพ.ศ. 2485 ไฟเซอร์ได้เริ่มทำการผลิตยาฆ่าเชื้อ “เพนิสซิลิน” นี้ในปริมาณมาก ซึ่งยาดังกล่าวมีคุณสมบัติฆ่าเชื่อแบคทีเรีย ลดการติดเชื้อ และช่วยชีวิตผู้คนมากมาย ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยาเพนิสซิลินนี้ ซึ่งช่วยลดอัตราการตายและการตัดอวัยวะที่ติดเชื้อจากบาดแผลของทหารพันธมิตร

พ.ศ. 2491
ไฟเซอร์ได้คิดค้นวัคซีนรวมขึ้น ซึ่งสามารถช่วยป้องกันโรคคอตีบ โรคบาดทะยักและโรคไอกรนในเด็กได้

พ.ศ. 2501
ไฟเซอร์ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอเป็นอย่างมาก โดยได้เริ่มผลิตวัคซีนดังกล่าวที่ถูกคิดค้นโดย ดร. โจนาส ซอล์คในปริมาณมาก จากนั้นไม่นาน ดร. อัลเบิร์ต ซาลบิน ซึ่งเป็นผู้ได้รับการสนับสนุนจากไฟเซอร์ได้คิดค้นวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอตัวใหม่ได้สำเร็จ โดยให้ชื่อว่า “ซาบิน โอรัล วัคซินชนิดที่ 1” เด็ก ๆ ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าน้ำตาลก้อนที่เคลือบด้วยวัคซีนนี้ดีกว่าการฉีดยาเป็นไหน ๆ

พ.ศ. 2511
ไฟเซอร์เป็นบริษัทผลิตยาบริษัทแรกในโลกที่สามารถผลิตเข็มปลอดเชื้อหัว 2 แฉก ที่ปฏิวัติวิธีการให้วัคซีนป้องกันโรคฝีดาษ ซึ่งหมดไปในที่สุด

พ.ศ. 2519
ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายยาที่ใช้บำบัดโรคความดันโลหิตสูง

พ.ศ. 2527
ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายยารักษาโรคเบาหวาน

พ.ศ. 2529
ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายยาฆ่าเชื้อแบบฉีด

ไฟเซอร์เป็นบริษัทแรกที่ออกใบอนุญาตวัคซีนที่ป้องกันโรคที่เกิดจากแบคทีเรีย ฮีโมฟิลุสอินฟลูเอนซา ชนิด บี

พ.ศ. 2534
ไฟเซอร์เป็นบริษัทแรกที่ออกใบอนุญาตวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ โรคบาดทะยักและโรคไอกรน ในประเทศสหรัฐอเมริกา

พ.ศ. 2543
ไฟเซอร์เป็นบริษัทแรกที่ออกใบอนุญาตวัคซีนป้องกันเชื้อโรคนิวโมคอดคัสที่ใช้ในทารกและเด็ก

พ.ศ. 2546
ไฟเซอร์วางจำหน่ายยาที่ผลิตขึ้นมาเพื่อรักษาโรคไมเกรนโดยเฉพาะ

พ.ศ. 2548
ไฟเซอร์ได้รับเหรียญเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติคุณระดับสูงที่สุดในสาขาการพัฒนาเทคโนโลยี ซึ่งรางวัลดังกล่าวเป็นผลมาจากการผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อโรคนิวโมคอดดัส ของไฟเซอร์นั่นเอง

พ.ศ. 2553
ไฟเซอร์ได้เป็นบริษัทแรกที่ออกใบอนุญาตวัคซีนป้องกันเชื้อโรคนิวโมคอดคัสที่ใช้ในทารกและเด็ก

พ.ศ. 2554
ไฟเซอร์เป็นบริษัทแรกที่ออกใบอนุญาตวัคซีนป้องกันเชื้อโรคนิวโมคอดคัส ที่ใช้ในผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป ไฟเซอร์ได้รับรางวัล พรีซ์ กาเลียน ในการเป็น “ตัวแทนจำหน่ายเวชภัณฑ์ที่ดีที่สุด” ในปี 2554 สำหรับวัคซีนป้องกันเชื้อโรคนิวโมคอดคัส

ในปีเดียวกันนี้เอง ไฟเซอร์ได้วางจำหน่ายตัวยารักษาโรคมะเร็งปอดซึ่งถือเป็นตัวยาที่มีคุณสมบัติยับยั้ง ALK ชั้นเยี่ยม

การวิจัยและพัฒนา

กว่า 160 ปี บริษัทไฟเซอร์ได้อุทิศตนให้กับการทำงานวิจัยและการพัฒนาเพื่อคิดค้นยารักษาโรคและวัคซีนที่ช่วยยืดอายุและช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์บนโลกใบนี้

ความมุ่งมั่นของไฟเซอร์ในการทำงานวิจัยและพัฒนาที่มีมานานกว่า 100 ปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลในวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่หล่อหลอมบริษัทของเรา แต่กระนั้นเราก็ยังตระหนักในความจริงที่ว่า การทำวิจัยและพัฒนานี้ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายแต่อย่างใด การทำวิจัยต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากและทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถ ตลอดจนความมุ่งมั่นที่จะทำงานให้เห็นเป็นรูปธรรม สิ่งที่ท้าทายสำหรับเราคือการสร้างทางออกให้กับผู้ป่วยในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกของเรา ให้ได้รับยารักษาคุณภาพดีและวัคซีนป้องกันโรคอย่างถ้วนหน้า ซึ่งทางออกดังกล่าวจะต้องสร้างมูลค่าทั้งทางการค้าและทางสังคมให้กับบริษัทของเรา ตลอดจนเป็นทางออกที่ยั่งยืน และสามารถแก้ปัญหาได้ในระยะยาว

การคิดค้นตัวยาเพื่อเสริมสร้างสุขภาพเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนและมีระดับความเสี่ยงสูง มูลค่ารวมของอุตสาหกรรมชีวเวชภัณฑ์ในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อคิดค้นตัวยารักษาโรคใหม่ ๆ นั้นสูงถึงประมาณ 59,000 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี (หรือประมาณ 2,006,000 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในโลกเมื่อเทียบกับมูลค่ารวมในประเทศอื่น ๆ จากห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ จนถึงระดับโรงพยาบาลและร้านขายยาทั่วไป การคิดค้นยารักษาโรคใหม่ ๆ ตัวหนึ่งจะใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 12-15 ปี และงบประมาณถึง 1.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 44,200 ล้านบาท)

ในปีพ.ศ. 2555, ไฟเซอร์ได้ทุ่มเงิน 7.87 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 267,580 ล้านบาท) ในการทำวิจัยและพัฒนา ในปีพ.ศ. 2554 ไฟเซอร์ได้ใช้เงินกว่า 9 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 306,000 ล้านบาท) บาทในการทำวิจัยโดยไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าเราจะสามารถคิดค้นยารักษาโรคตัวใหม่ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้เมื่อไร สำหรับในอุตสาหกรรมนี้ เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปอยู่แล้วว่าบริษัทที่การทำวิจัยและพัฒนาเพื่อคิดค้นยารักษาโรคใหม่ ๆ นั้นมักจะประสบความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ ดังที่เห็นได้ชัดในปีพ.ศ. 2549 ที่บริษัทไฟเซอร์ได้เลิกล้มการพัฒนายารักษาโรคหัวใจที่มีแนวโน้มว่าจะสำเร็จ แต่กลับล้มเหลวในการทดลองขั้นสุดท้าย หลังจากที่ไฟเซอร์ได้ลงทุนในงานวิจัยชิ้นนี้ไปกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 34,000 ล้านบาท)

ศูนย์วิจัยและพัฒนาของไฟเซอร์เป็นศูนย์รวมของผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทางด้านเวชศาสตร์และเวชภัณฑ์ ซึ่งในปัจจุบันไฟเซอร์มีศูนย์วิจัยและพัฒนา
ในประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ได้แก่

  1. ลา โจลลา ซานดิเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย
  2. ริแนท์ ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย
  3. ที่รัฐคอนเน็คติกัน
  4. เคมบรืดจ์ รัฐแมสซาชูเซ็ท
  5. เซอร์ ที่เมือง แอนโดเว่อ รัฐแมสซาชูเซ็ท
  6. เซ็นท์ หลุยส์ รัฐมิซูริ
  7. เพริล ริเว่อร์ ในมหานครนิวยอร์ค
  8. แซนวิช ในสหราชอาณาจักร
  9. เคมบริจ ในสหราชอาณาจักร

ขอขอบคุณบทความสาระดีๆ โดย sagaming66