Categories
ประวัติศาสตร์

ฌาคส์ ร็องซีแยร์ การเมืองคือเสรีภาพ และความเสมอภาค

“ฌาคส์ ร็องซีแยร์” มองการเมือง คือ เสรีภาพ และความเสมอภาค
ที่เกิดขึ้นเพื่อคัดคานกับการจัดระเบียบสูงต่ำในสังคม ซึ่งการเมืองในที่นี้จะ
ต้องเป็นรูปแบบการเห็นต่าง และการเห็นไม่ตรงกันของส่วนที่ถูกนับเพื่อที่
จะไม่นับรวมให้เป็นส่วน หรืออีกนัยหนึ่งคือคนที่มักจะไม่ได้ยินเสียงในสังคมและคนชายขอบทั้งหลาย เพื่อต่อสู้กับสุนทรียศาสตร์
Centrovirtual จะพาคุณไปรู้จักแนวคิดของเค้ากัน

ฌาคส์ ร็องซีแยร์

การไม่เห็นด้วย

การไม่เห็นด้วย/ การเห็นไม่ตรงกัน (Disagreement) ในฌาคส์ ร็องซิแยร์ สำหรับร็องซีแยร์ (นักคิดที่สร้างการสั่นสะเทือนให้กับทฤษฏีสังคมศาตร์) การไม่เห็นด้วย/ การเห็นต่าง/ เห็นไม่ตรงกันในฐานะที่เป็นตรรกการเมือง ไม่ใช่เรื่องของการไม่เข้าใจหรือการเข้าใจผิด และก็ไม่ใช่เรื่องของการปะทะกันระหว่างวาทกรรม แต่ก็ไม่เห็นด้วยในฐานะที่เป็นตรรกะของการเมืองเป็นเรื่องของความขัดแย้งหรือต่างกันในเรื่องเดียวกัน

นั่นคือ เห็นต่างกันในเรื่องของสิ่งที่เรียกว่า ‘การพูด’ และการแบ่งแยกการรับรู้ในสังคมที่นำไปสู่การแบ่งแยกระหว่างสิ่งที่พูดได้/ พูดไม่ได้, สิ่งที่ได้ยิน/ ไม่ได้ยิน และสิ่งที่สามารถเห็นได้ / เห็นไม่ได้ ตรรกะของการไม่เห็นด้วยนำไปสู่ ‘การปฏิวัติ’ (ของความ) ‘เงียบ’ (the silent revolution) ทางการเมือง

ด้วยทำให้กลุ่มคนที่ไม่มีเสียงในสังคมมีเสียงของตนขึ้นมา นั่นคือ‘ความเงียบ’ ปฏิวัติยึดอำนาจและประกาศเสียงของตนขึ้นมา ตรรกะของการไม่เห็นด้วยทำให้ระบบการแบ่งแยกการรับรู้ในสังคมถูกรบกวนและตั้งคำถามโดยกลุ่มคนที่ถูกนับเพื่อที่จะไม่นับรวมให้เป็นส่วนในระบบและต้องการเข้ามามีส่วน จากนัยนี้ การเมืองก็คือ จุดตัดระหว่างระบบการแบ่งแยกการรับรู้ในรูปของระเบียบสังคมกับแทรกแซงทะลุทะลวงของพลังประชาธิปไตยที่เรียกร้องความเสมอภาค เพื่อล้มล้างสั่นคลอนการจัดระเบียบ การจัดประเภทแยกแยะต่างๆ ในสังคม

การไม่เห็นด้วย/ เห็นไม่ตรงกันในฐานะที่เป็นตรรกะของการเมือง จึงไม่ใช่เรื่องการเข้าใจผิด (Dèotte, “ The Differences between Rancière’s Mésentente (Political Disagreement) and Lyotard’s Differend”) แต่เป็นเรื่องของการเมือง จึงไม่ใช่เรื่องของการมีระบบการแบ่งแยกการรับรู้คนละชุดมากกว่า

เพราะในสถานการณ์ที่เรียกว่า ‘เข้าใจผิด’ หมายความว่าคนสองคนใช้ภาษาเดียวกัน แต่ใช้ในความหมายที่ต่างกัน หรือเห็นต่างกันในรายละเอียดของสิ่งเดียวกัน เช่น ทั้งคู่พูดถึงสีขาวคนละแบบ หรือใช้คำเดียวกัน แต่ใช้ในความหมายที่ต่างกัน เช่น คำว่า ‘ชนชั้นแรงงาน’ หมายถึงกลุ่มคนที่มีอาชีพขายแรงงานในมุมมองของตรรกะแบบตำรวจ แต่‘ชนชั้นแรงงาน’หมายถึง การรับรู้การเมืองที่ตั้งคำถาม สร้างความชะงักงันให้กับระบบการแบ่งแยกการรับรู้ในสังคมที่ดำรงอยู่ ในมุมมองของตรรกะของการเมือง

ส่วนในสถานการณ์ที่สุดโต่ง การเข้าใจผิดจะเป็นการแยกคู่สนทนาออกจากกัน เพราะคู่สนทนาคนหนึ่งไม่เข้าใจว่าคู่สนทนาอีกคนพูดอะไร ไม่มีความหมายอะไร เป็นเพียง ‘เสียง’ (phôné) ไม่ใช่ ‘การพูด’ (speech) เสียงทำให้คนกับสัตว์ไม่มีความแตกต่างกัน การที่คนหนึ่งมองไม่เห็นหรือไม่เห็นว่าการออกเสียงของอีกคนหนึ่งเป็นการพูด ก็เพราะว่าไม่กรอบอ้างอิงชุดเดียวกัน หรือไม่มีสิ่งที่ร็องชีแยร์เรียกว่า ‘การแบ่งแยกการรับรู้’ ร่วมกัน

การแบ่งแยกการรับรู้นี่เองที่ทำให้สถานการณ์การสื่อสารในแบบของเจอร์เกน ฮาเบอร์มาส (Jürgen Habermas) ที่ทุกคนเสมอเท่าเทียมกัน เป็นเพียงข้อยกเว้นหรือเป็นอุดมคติเท่านั้น ก่อนที่จะมีการถกเถียง คู่สนทนาต้องยอมรับความเป็นไปได้และความสามารถในการพูดของอีกฝ่าย เพื่อที่จะทำให้สิ่งที่คู่สนทนาพูดออกมาไม่ได้เป็นเพียงการส่งเสียงอย่างสัตว์ แต่เป็นการพูดของมนุษย์

นั่นคือจะต้องยอมรับในความเป็นอื่นก่อน เช่น ยอมรับในทาส ในคนยากจน คนที่ไม่มีสิทธิ ไม่มีเสียง คนที่ไม่มีปัญญาและไม่มีความคิด หากไม่ยอมรับในความเป็นอื่น ก็ย่อมเป็นที่ชัดเจนว่า เสียงของบุคคลเหล่านี้จะไม่มีวันได้ยินและได้รับการรับฟังในฐานะที่เป็น ‘การพูด’

กล่าวอีกนัยหนึ่ง การไม่เห็นด้วย / เห็นไม่ตรงกันหมายถึงสถานการณ์ของการพูดแบบหนึ่ง ที่มีลักษณะมุ่งมั่น เป็นสถานการณ์ที่คู่สนทนาคนหนึ่งมีความเข้าใจหรือไม่เข้าใจในสิ่งที่คู่สนทนาอีกคนหนึ่งพูด การไม่เห็นด้วยไม่ใช่เรื่องของความขัดแย้งระหว่างคนที่พูดเรื่องต่างกันหรือพูดเรื่องตรงกันข้าม เช่น ขาวกับดำ แต่เป็นความขัดแย้งระหว่างคนที่พูดเรื่องเดียวกัน สิ่งเดียวกัน แต่เข้าใจสิ่งที่พูดต่างกัน หรือ ไม่เข้าใจว่าคู่สนทนาพูดเสียงเดียวกับตน เพราะใช้ภาษาคนละชุด

การไม่เห็นด้วย/ เห็นไม่ตรงกันไม่ใช่เรื่องของการเข้าใจผิดหรือสำคัญที่ผิด เพราะสองคำนี้ยังสื่อนัยว่าสามารถหาความหมายที่ผู้พูดต้องการจะสื่อได้ แต่การไม่เห็นด้วย/ เห็นไม่ตรงกันเป็นกรณีที่คู่กรณีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจในสิ่งเดียวกันพร้อมกัน แม้จะใช้ภาษา/ คำพูดแบบเดียวกันก็ตาม

ตัวอย่างประโยคที่ว่า ‘คุณเข้าใจไหม’ ในตรรกะแบบตำรวจ ไม่ได้แปลว่าอยากรู้ว่าผู้ฟังเข้าใจในสิ่งที่พูดหรือไม่ แต่มีความหมายว่าคุณต้องเชื่อฟัง การเข้าใจในตรรกะแบบตำรวจคือเข้าใจคำสั่งหรือระเบียบสังคม ในตรรกะแบบตำรวจ ประโยคที่ว่า ‘คุณเข้าใจไหม’ แปลว่าไม่มีอะไรที่คุณต้องทำความเข้าใจ จะมีก็แต่สิ่งที่คุณต้องทำ นั่นคือทำตามที่เราบอก

แต่ถ้าตรรกะของการเมืองหรือตรรกะของการไม่เห็นด้วยประโยคเดียวกันนี้ก็จะมีความหมายว่าเราเข้าใจว่าคุณกำลังใช้การสื่อสารเพื่อยัดเยียดภาษาของคุณให้กับเรา คุณกำลังใช้ภาษาแบบคำสั่ง แต่ปิดบังไว้ในรูปของการสนทนา เราเข้าใจว่าความสามารถสากลของภาษาและการสื่อสารเป็นเพียงภาพลวงตา จะมีแต่ภาษาของอำนาจ ดังนั้นเราจำเป็นจะต้องมีภาษาของตัวเอง คำว่า ‘เข้าใจ’ ภายใต้โครงสร้างหรือตรรกะของการไม่เห็นด้วยในฐานะที่เป็นการรับรู้ทางการเมือง จึงแสดงให้เห็นโครงสร้างที่สลับซับซ้อนของการพูด นั่นคือ ช่วยให้เราเห็นถึงระบบการแบ่งแยกการรับรู้ที่ดำรงอยู่

การเมืองสำหรับร็องซีแยร์จึงเริ่มจากการสื่อสารและการมีส่วนในการสื่อสาร การเมืองเป็นตัวกำหนดว่าใครจะมีสิทธิพูดในพื้นที่สาธารณะ การจัดระบบระเบียบทางสังคม การเมืองจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นธรรมชาติอย่างที่เพลโตหรืออริสโตเติลมอง และก็ไม่ใช่เรื่องของประโยชน์ใช้สอยร่วมกันอย่างโธมัส ฮอบส์ (Thomas Hobbes)เสนอ การเมืองของภาษาหรือการเมืองของสุนทรีย์ศาสตร์ในระดับสังคมหรือในระดับของตรรกะแบบตำรวจก็คือการแยกระหว่างเสียงกับการพูด แต่ในระดับของตรรกะของการเมืองหรือการเมืองสุนทรียศาสตร์ หมายถึงการต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้การออกเสียงของกลุ่มคนที่มีสิทธิ ไม่มีเสียง ให้กลายเป็นการพูดหรือได้รับการยอมรับว่าเป็นการพูด ไม่ใช่การส่งเสียง

ฌาคส์ ร็องซีแยร์ มอง ‘การไม่เห็นด้วย’ ในฐานะที่เป็นมรรควิธีในการสร้าง ‘การรับรู้’ ทางการเมืองของกลุ่มคนที่ถูกนับเพื่อที่จะไม่นับรวมให้เป็นส่วนของระบบ เพื่อปรับเปลี่ยนตัวเองจากป้ายหรือฉลากที่สังคมหยิบยื่นให้ สู่การเป็นตัวแสดงทางการเมือง ส่วนกระบวนการรับรู้ทางการเมืองไม่ใช่เรื่องของการสร้างหรือตอกย้ำเอกลักษณ์ของกลุ่ม แต่เป็นเรื่องของการสลายเส้นแบ่งต่างๆ ที่สังคมกำหนดขึ้น เพื่อนำไปสู่การลากเส้นแบ่งใหม่ ตรรกะของการไม่เห็นด้วยในฐานะที่เป็นมรรควิธีในการสร้างดารับรู้ทางการเมือง จึงเป็นเรื่องของการตั้งคำถามกับเอกลักษณ์ที่ดำรงอยู่ และเป็นการทำหน้าที่ของตัวแสดงทางการเมือง

ขอขอบคุณชีวประวัตินักปรัชญาการเมือง โดย ufabet.com

เครดิต : https://ufabets5.com/