Categories
ประวัติศาสตร์

นาอามาห์ สัตว์ร้ายแห่งการล่อลวงของชาวยิว

หาก กล่าวถึง นาอามาห์ ในตำนานยิว มีหลายคนมากมายให้นึกถึง ทั้งยังพาลไปนึกถึง นางนาอามาห์ น้องสาว ทูบัลคาอิน
แต่ที่เราจะกล่าวถึงในวันนี้เป็นปีศาจ
วันนี้ Centrovirtual จะพาคุณไปรู้จัก ปิศาจตนนี้กัน

นาอามาห์

นาอามาห์ ราชินีปีศาจ

ใน ทัลมูดิก-midrashic วรรณกรรมนาอามาห์แยกไม่ออกจากมนุษย์นาอามาห์ผู้ซึ่งได้รับชื่อจากการล่อลวงผู้ชายผ่านการเล่นฉิ่งของเธอ เธอยังล่อลวงทูตสวรรค์ Shamdon หรือ Shomron และเบื่อหน่าย Ashmodai ราชาแห่งปีศาจ ต่อมาในวรรณคดี Kabbalistic เช่น Zohar เธอกลายเป็นวิญญาณที่ไร้มนุษยธรรม

นามาห์ หรือ นาเฮม่า-Nahema คือปีศาจเผ่าซัคคิวบัสที่เป็นหนึ่งในราชินีแห่งปีศาจ ปรากฏในคัมภีร์คับบาลาห์ของชาวยิวครับ โดยมีการระบุว่านางคือสหายสนิทของมาห์ล่าท์(อากุส-แบท-มาห์ล่าท์) ซามาเอล ลิลิธ และไอเซธ ซึ่งรูปลักษณ์และพลังอำนาจของนามาห์ก็เหมือนกับลิลิธและไอเซธ

นามาห์เป็นปีศาจ(หรือบางตำราก็ว่าคือทูตสวรรค์)ที่ถูกพระเจ้าสร้างขึ้น เช่นเดียวกับอดัมและอีฟ ซึงต่อมา ด้วยเหตุอันใดไม่มีการระบุไว้แน่ชัด ทว่านางก็ได้ถูกขับไล่ออกจากอาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า และได้มาอาศัยอยู่แถวทะเลแดงแทน

หลังจากที่คาอินได้ฆ่าอาแบลอดัมแยกตัวออกจากอีฟเป็นเวลา 130 ปี ในตอนนั้นนามาห์และลิลิธได้เข้าไปคลอเคลียร่วมรักกับอดัมจนให้กำเนิดปีศาจขึ้นมาอีกหลายตน ด้วยเหตุนี้ทำให้นามาห์เองจึงถือว่าเป็นมารดาแห่งเหล่าปีศาจด้วย 

ว่ากันว่าต่อมา ลิลิธได้สร้างกองทัพปีศาจของนางขึ้น นามาห์ก็ได้เข้าร่วมกลุ่มกับลิลิธ และร่วมกันออกอาละวาดเป็นเหตุให้เด็กๆเกิดลมชัก ล้มตายเป็นจำนวนมาก  จึงมีความเชื่อว่าหากเด็กๆเกิดลมชักก็คงเป็นผลมาจากปีศาจกลุ่มนี้นั่นเอง

นอกจากนี้ความเชื่อเกี่ยวกับตัวตนของนามาห์เองก็มีหลายหลากมาก เช่นว่า เป็นพระมารดาหรือพระชายาของ(กษัตริย์)โซโลมอน ภรรยาของโนอาห์ ภรรยาหรือบุตรีของซามาเอล ญาติของลิลิธ แม่ของลูกอดัม แม่ของอัสโมดาย เป็นผู้คิดค้นศาสตร์แห่งการทำนาย เป็นต้น 

เฟมินิสต์ในตำนาน

นาอามาห์ (Naamah)
—————————-
ในคัมภีร์โบราณหลายเล่ม มีเรื่องเล่าของหญิงสาวที่งดงามจนทำให้ทูตสวรรค์หลงใหล นามว่า นาอามาห์

นาอามาห์ ในภาษาฮีบรู แปลว่า ‘น่ารื่นรมย์’ (Pleasant) นางได้รับนามนี้จากเสียงร้องเพลงหวานๆ และเสียงเล่นเครื่องดนตรีฉาบซึ่งใช้ล่อลวงผู้คนมากราบไหว้บูชารูปเคารพ อันเป็นการกระทำนอกรีตจากบัญญัติ 10 ประการ ข้อ ‘จงอย่าสร้างรูปเคารพและอย่าบูชารูปเคารพ’

เรื่องราวของนาอามาห์ปรากฏใน ภาคมนุษย์ จากหนังสือ ทัลมุด (Talmud) หนังสือปฐมกาล และหนังสือ The Legends of the Jews ก่อน ภายหลังจึงมี ภาคปีศาจ จากหนังสือโซฮาร์ โดยไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าทั้งสองควรเป็นนาอามาห์คนเดียวกันหรือไม่

ภาคมนุษย์—ชื่อของนาอามาห์ปรากฏครั้งแรกในบทที่ 4 ของหนังสือปฐมกาล นางเป็นลูกสาวของลาเมค (Lamech) และน้องสาวที่รักของทูบัลคาอิน (Tubal-cain) ทั้งหมดสืบเชื้อสายจากคาอิน (Cain) ผู้ถูกประณามหลังสังหารอาเบล (Abel)—น้องชายของตน

นาอามาห์มีทั้งความงามและเสน่ห์เย้ายวน นางเป็นหนึ่งในบุตรีของมนุษย์ที่ถูกกล่าวถึงในปฐมกาล 6 ว่าทำให้เหล่าเทวดาละทิ้งสวรรค์มาสู่โลก

‘บุตรชายทั้งหลายของพระเจ้าเห็นว่าบุตรสาวของมนุษย์สวยงาม จึงรับพวกเธอไว้เป็นภรรยาตามที่เลือก’

นางถูกระบุว่าเป็นสตรีไร้ยางอายเหมือนกับลูกหลานคนอื่นๆ ของคาอิน ชายและหญิงเชื้อสายนี้ปล่อยตัวเหมือนสัตว์ป่า ชอบเดินเปลือยกาย หมกมุ่นในกามคุณ

ใน The Legends of the Jews ทูตสวรรค์ที่หลงผิดเพราะความงามของนางคือ แชมดอน (Shamdon) การกระทำผิดของทั้งสองให้กำเนิดราชาปีศาจ แอสโมเดียส (Asmodeus)

—————————-
นิทานลูกหลานของคาอิน
—————————-
คาอินตระหนักดีว่าบาปแห่งสายเลือดของตนจะเป็นเช่นไร เขาอาจรู้ดีเกินไปด้วยซ้ำ ว่ามันจะมาเยี่ยมเยียนตนภายในเจ็ดชั่วอายุคน ดังที่พระเจ้ากำหนดไว้

คาอินจึงพยายามทำให้นามของตนเป็นอมตะโดยจารึกไว้บนอนุสาวรีย์และสร้างเมืองหลายเมืองขึ้นมา เมืองแรกคือ เอโนค ตั้งชื่อตามลูกชายของเขา ตอนเอโนคเกิด คาอินพบความสงบทางจิตใจอยู่พักหนึ่ง

เขาก่อตั้งเมืองอีกหกเมือง บ้านเรือนทุกหลังในเมืองเหล่านั้นไร้ซึ่งการบูชาพระเจ้า คาอินสร้างกำแพงล้อมรอบเมืองและบังคับให้ครอบครัวของตนอยู่ภายในเมือง การกระทำทั้งหมดแสดงถึงความไม่เลื่อมใสศรัทธาต่อพระเจ้า

บทลงโทษจากพระเจ้าไม่ทำให้คาอินปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นแต่อย่างใด เขากระทำบาปเพื่อรักษาความสุขของตัวเอง แม้ว่าเพื่อนบ้านของเขาต้องทนทุกข์ทรมานหรือได้รับบาดเจ็บ เขาปล้นชิงและใช้ความรุนแรง เขาหาความสุขจากการปล้นชิงและกลายเป็นแบบอย่างของความชั่วร้าย เขาเปลี่ยนมนุษย์ที่ไร้เดียงสาและปราศจากความเห็นแก่ตัวเป็นคนขี้โกง

เช่นเดียวกับคาอิน ลูกหลานทั้งหมดของเขาก็เป็นคนชั่วร้ายซึ่งไม่นับถือพระเจ้า

ดังนั้น…พระเจ้าจึงตัดสินใจทำลายพวกเขา

จุดจบของคาอินมาเยือนเขาในสายเลือดรุ่นที่เจ็ด…ความตายจากน้ำมือหลานชายของเขาเอง

หลานชายของคาอินชื่อว่าลาเมค ลาเมคคนนี้ตาบอด ยามเขาออกล่าสัตว์ ลาเมคจะพาลูกชายคนเล็กของตนไปด้วย ลูกชายคอยบอกเมื่อมีสัตว์เข้ามาในสายตา เมื่อได้ยินเสียงบอก ลาเมคก็จะง้างคันธนูยิงสัตว์ตัวนั้นด้วยลูกศรของตน

ครั้งหนึ่ง สองพ่อลูกกำลังไล่ล่าสัตว์ป่า เด็กหนุ่มสังเกตเห็นบางสิ่งซึ่งมีเขาอยู่บนศีรษะจากระยะไกล เด็กหนุ่มเข้าใจว่ามันคือสัตว์ป่าและบอกบิดาตาบอด

ลาเมคปล่อยลูกศรแหวกอากาศ มันเข้าเป้าอย่างแม่นยำ พาร่างเจ้าสิ่งนั้นร่วงลงสู่พื้น ทว่าเมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้เหยื่อที่เพิ่งล่าได้ เด็กหนุ่มกลับอุทานอย่างตกใจ

“พ่อ ท่านฆ่าสิ่งที่คล้ายมนุษย์ทุกประการ… เว้นแค่มันมีเขาอยู่บนหน้าผาก!”

ลาเมครู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาฆ่าไปแล้ว…ฆ่าคาอิน บรรพบุรุษของตนซึ่งถูกพระเจ้าตีตราด้วยเขาบนหน้าผาก

ด้วยความสิ้นหวัง ลาเมคฟาดมืออย่างแรง และฆ่าลูกชายคนเล็กโดยไม่ตั้งใจ

เคราะห์ร้ายยังไม่จบแค่นั้น แผ่นดินเปิดปากของนางและกลืนลูกหลานสี่ชั่วอายุคนจากคาอินตามไปด้วย อันได้แก่ ลูกหลานของ เอโนค, ไอราด (Irad), เมฮูจาเอล (Mehujael), และเมธูเชล (Methushael)

ในป่า ลาเมคผู้ตาบอดมองไม่เห็น เขาจึงหาทางกลับบ้านไม่ได้ และต้องนั่งอยู่ข้างศพของคาอินกับลูกชายของตน ภรรยาสองคนของลาเมคตามหาเขาเจอในตอนเย็น เมื่อพวกนางทราบว่าเกิดอะไรขึ้น พวกนางก็ต้องการไปจากเขา พวกนางตระหนักแล้วว่า…ลูกหลานของคาอินถูกสาปให้สิ้นเชื้อสาย

จะมีประโยชน์อะไรเมื่อพวกนางให้กำเนิดบุตรแก่เขาแต่ลูกหลานเหล่านั้นต้องตาย

ทว่าลาเมคแย้งว่า “ถ้าคาอินฆ่าคนด้วยความมุ่งร้าย แล้วถูกลงโทษในเจ็ดชั่วอายุคน ข้าผู้ไม่มีเจตนาจะฆ่าใคร ก็ได้แต่หวังให้บทลงโทษของข้าถูกหลีกเลี่ยงเป็นเวลาเจ็ดสิบเจ็ดชั่วอายุคน”

อาดัมซึ่งเป็นผู้ตัดสินความครั้งนี้รับฟังทั้งสองฝ่าย และสนับสนุนลาเมค

ภรรยาสองคนของลาเมค อดาห์ (Adah) และซิลลาห์ (Zillah) ให้กำเนิดบุตรแก่ลาเมคคนละสองคน โดยอดาห์มีลูกชายสองคน คือยาบาล (Jabal) และยูบาล (Jubal) ซิลลาห์มีลูกชายหนึ่งคนคือทูบัลคาอิน กับลูกสาวหนึ่งคนคือนาอามาห์

ยาบาลเป็นมนุษย์คนแรกที่สร้างวิหารให้กับรูปเคารพ ส่วนยูบาลแต่งเพลงที่ร้องและบรรเลงในนั้น

ทูบัลคาอินได้รับนามนี้เพราะเขาทำให้ผลงานในฐานะฆาตกรของบรรพบุรุษเสร็จสมบูรณ์ คาอินฆ่าคน ขณะที่ทูบัลคาอินเป็นคนแรกที่รู้วิธีลับคมเหล็กและทองสัมฤทธิ์ เขาคือช่างตีเหล็กคนแรก ผู้สร้างอาวุธซึ่งใช้ในการต่อสู้และการศึกสงคราม

ภาคปีศาจ—ในโซฮาร์ นาอามาห์เป็นปีศาจสาวที่ล่อลวงทูตสวรรค์ อูซา (Ouza) โดยเชื่อว่าหมายถึงเซมยาซา—ผู้นำแห่งคณะผู้เฝ้าดู

ด้านชั่วร้ายของนาอามาห์ชัดเจนขึ้นในตำนานโซฮาร์ นางคือนักเดินทางยามค่ำคืนผู้เข้าไปในความฝันของเหล่าบุรุษ ทำให้พวกเขาหลงใหลใคร่ปรารถนาในตัวนางจนมีบุตรด้วยกันผ่านทางความฝัน และสร้างปีศาจทุกชนิดขึ้นมาบนโลก จนได้รับสมญา ‘มารดาแห่งปวงปีศาจ’

บรรดาบุตรชายปีศาจของนาอามาห์ที่เกิดมาด้วยวิธีนี้จะไปเยี่ยมเยือนหญิงสาวชาวมนุษย์ ทำให้พวกนางตั้งครรภ์และให้กำเนิดวิญญาณชั่วร้าย

นางยังเป็นที่รู้จักในนาม มารดาแห่งการพยากรณ์ และ ผู้ทรงเสน่ห์ (The Charmer)

นาอามาห์มักถูกกล่าวถึงพร้อมกับลิลิธ ทั้งสองอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลแดง ที่ซึ่งพวกนางถูกพระเจ้าขับไล่มา ว่ากันว่ารูปลักษณ์ของนามาห์คล้ายกับลิลิธ เวลาไม่วุ่นวายกับการล่อลวงผู้ชายหรือบรรดาภูตผี พวกนางชอบทำให้เด็กๆ เป็นโรคลมบ้าหมู

หลังคาอินฆ่าอาเบล อาดัมแยกจากเอวาเป็นเวลา 130 ปี ในช่วงเวลานี้ ลิลิธกับนาอามาห์ล่อลวงอาดัมให้ตกบ่วงเสน่ห์ มีบุตรกับเขาเป็นปีศาจหลายตน ปีศาจเหล่านี้กลายเป็นภัยพิบัติของมนุษยชาติ

นาอามาห์เป็นคนรักหรือคู่ครองของเทวดาตกสวรรค์ ปีศาจ และวีรบุรุษในพระคัมภีร์จำนวนไม่น้อย ได้แก่ เซมยาซา, อาซาเซล, แชมดอน, ซามาเอล, โซโลมอน, อาดัม, และโนอาห์ (อาจรวมลูกชายของเขา)

บุตรของนางคือ เนฟิลิม, แอสโมเดียส, และบรรดา เชดิม (Shedim)

เหล่าเชดิมคือปีศาจในตำนานยิว วิญญาณชั่วร้ายซึ่งเป็นสาเหตุของโรคภัยและความโชคร้าย พวกมันคอยติดตามคนตายและบินไปรอบๆ หลุมศพ รวมทั้งสามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นมนุษย์ได้

คนบาปจะสังเวยบุตรสาวให้กับบรรดาเชดิม แต่ไม่ชัดเจนว่าการบูชายัญนั้นคือการคร่าชีวิตเหยื่อหรือการทำให้เชดิมพึงพอใจในกามารมณ์

ในหนังสือโซฮาร์ เชดิมเป็นลูกหลานของนาอามาห์กับอาซาเซล ทว่าในตำนานทั่วไป พวกมันเป็นบุตรของลิลิธกับอาดัม หรือกับผู้ชายคนอื่นๆ

ในปัจจุบัน ความเชื่อบางกลุ่มยกย่องให้นาอามาห์เป็นตัวแทนของจิตวิญญาณแห่งอิสระทางเพศของสตรี รวมถึงพิธีกรรมทางเพศอันศักดิ์สิทธิ์
นางเป็นต้นแบบของความสุขสมทั้งทางจิตวิญญาณและร่างกายซึ่งผสานรวมกับเสียงดนตรี

ขอขอบคุณบทความสาระ ประวัติศาสตร์ โดย ufabet.com