Categories
ประวัติศาสตร์

ประวัติศาสตร์ เกาหลี ประชาธิปไตย และ คอมมิวนิสต์

ที่มาของเกาหลีเหนือ และเกาหลีได้ เป็นมาอย่างไร?
Centrovirtual จะพาท่านไปพบกับสาเหตุของการฉีกประเทศ
ใน ประวัติศาสตร์ “เกาหลี”

ประวัติศาสตร์ เกาหลี
เกาหลี เหนือ – ใต้

จีน กับญี่ปุ่น

ว่ากันตาม ประวัติศาสตร์ คนไทยเรียกแผ่นดินตรงนี้สะดวกปาก ออกเสียงง่ายๆ ว่า “เกาหลี” ฝรั่งเรียกว่า Korea เป็นพื้นที่เก่าแก่มีลักษณะเหมือนแหลมขนาดใหญ่ยื่นลงไปในทะเล (เรียกเป็นทางการว่า คาบสมุทรเกาหลี) แผ่นดินเกาหลีเป็นทางผ่านให้จีนและโซเวียตสามารถบุกไปโจมตีญี่ปุ่นได้ ในทางกลับกัน ญี่ปุ่นสามารถใช้เกาหลีเป็นเส้นทางบุกไปโจมตีจีนและโซเวียตได้เช่นกัน

จีน รัสเซีย และญี่ปุ่น ต่างจ้องจะยึดเอาดินแดน สร้างอิทธิพลเหนือแผ่นดินเกาหลี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากว่า 100 ปี ประชาชนเกาหลีผู้บริสุทธิ์บนดินแดนแห่งนี้ ประสบเคราะห์กรรมแสนสาหัส พลัดพราก ถูกสังหารแบบเหี้ยมโหดจากการประลองกำลังกันของมหาอำนาจ

ราว 1 ศตวรรษที่แล้ว เกาหลีดินแดนแห่งความงดงาม มีประชากรจากจีน ญี่ปุ่น และโซเวียต อพยพหลั่งไหลเข้าไปตั้งถิ่นฐานเป็นการถาวรจำนวนมหาศาล ปลายเดือน กรกฎาคม พ.ศ.2437 ชาวเกาหลีกลุ่มหนึ่งลุกฮือขึ้นเพื่อแสดงพลังต่อต้านชาวต่างชาติในกรุงโซล จีนรีบส่งทหารราว 5,500 นาย เข้าไปควบคุมความไม่สงบ ญี่ปุ่นรู้เท่าทันจีน จึงเคลื่อนกำลังทหารราว 8,000 นาย ไปขึ้นบกที่เมืองอินชอน เพื่อแสดงศักยภาพเหนือจีน

1 สิงหาคม 2437 ทหารญี่ปุ่นรบกับทหารจีนบนแผ่นดินเกาหลี กองทัพลูกพระอาทิตย์รบชนะกองทัพจีน ในที่สุด 17 เมษายน 2438 มีการลงนามสัญญาสันติภาพชื่อ ชิโมโนเซกิ (Treaty of Shimonoseki) จีนต้องยอมรับว่าเกาหลีเป็นเอกราชและจีนยังเสียดินแดนหลายแห่งให้ญี่ปุ่นเป็นค่าปฏิกรรมสงคราม

ญี่ปุ่นฮึกเหิมขยายผลแห่งความสำเร็จต่อไปอีก กองทัพซามูไรสั่งให้โซเวียตถอนทหารออกจากแมนจูเรีย และให้โซเวียตยอมรับว่าเกาหลีอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น โซเวียตไม่ทำตามคำสั่ง

8 กุมภาพันธ์ 2447 กองทัพญี่ปุ่นบุกโจมตีกองทัพหมีขาวที่เรียกว่า Russo-Japanese War ในที่สุด ประธานาธิบดีรูสเวลท์ ของสหรัฐยื่นมือเข้าไกล่เกลี่ย 5 กันยายน 2448 ญี่ปุ่น-โซเวียตไปทำสัญญาสันติภาพกันที่เมืองปอร์ตสมัธ (Portsmouth) ผู้แพ้คือ โซเวียตต้องถอนทหารออกจากแมนจูเรีย

ถึงตอนนี้ ญี่ปุ่นคือมหาอำนาจเดี่ยวที่ครอบครองแผ่นดินเกาหลี กองทัพญี่ปุ่นห้าวหาญ เกรียงไกรไร้เทียมทาน

ญี่ปุ่นตีเนียน

29 สิงหาคม พ.ศ.2453 กองทัพลูกพระอาทิตย์บังคับให้เกาหลีลงนามในสัญญาผนวกดินแดน (The Korea-Japan Treaty of Annexation) เกาหลีเลยกลายเป็นดินแดนในการปกครองของญี่ปุ่นโดยสมบูรณ์ ถูกต้องตั้งแต่นั้นมา

ญี่ปุ่นต้องการลบเกาหลีออกจากแผนที่โลก จึงเปลี่ยนชื่อประเทศนี้ให้ใหม่ว่า “โชเซน” (Chosen) ญี่ปุ่นยึดครองดินแดนนี้ไว้ราว 35 ปี ระหว่างยึดครองญี่ปุ่นห้ามชาวเกาหลีใช้ภาษาเกาหลี กองทัพญี่ปุ่นจะปราบปรามขั้นเด็ดขาดหากพบการต่อต้าน ความป่าเถื่อนของกองทัพญี่ปุ่นยังเป็นแผลในหัวใจของชาวเกาหลีมาจนถึงปัจจุบัน

1 มีนาคม พ.ศ.2462 ชาวเกาหลีกลุ่มหนึ่งนำโดย นายซิงมัน รี (Syngman Rhee) นัดชาวเกาหลีออกมาแสดงพลังบนถนนเพื่อเรียกร้องให้สังคมโลกยื่นมือเข้ามาช่วยชาวเกาหลีออกจากกรงเล็บของญี่ปุ่น ผลคือ ประชาชนเกาหลีถูกทหารญี่ปุ่นสังหาร ไม่มีต่างชาติหน้าไหนเข้ามาช่วย

การเรียกร้องล้มเหลว ผู้นำขบวนการหนีออกนอกประเทศไป “ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นเกาหลี” ขึ้นในประเทศจีน มีนายซิงมัน รี เป็นประธานาธิบดี กลุ่มรัฐบาลพลัดถิ่นทำงานด้วยกันได้ไม่นานแตกคอกันเป็นเสี่ยงเป็นเสี้ยว กลุ่มที่นิยมโซเวียตชื่นชอบระบอบคอมมิวนิสต์ หันไปจัดตั้งกองโจรเข้าไปโจมตีทหารญี่ปุ่นแถวพรมแดนเกาหลี-แมนจูเรีย

ส่วนกลุ่มที่เกลียดคอมมิวนิสต์ นำโดย นายกิมกู เป็นหัวหน้าก็จัดตั้งกองกำลังแล้วไปจับมือกับกองทัพจีนคณะชาติของ เจียง ไคเชค
ต่อมา นายซิงมัน รี ประธานาธิบดีพลัดถิ่น ไปตั้งหลักพักอาศัยอยู่ในวอชิงตันเพื่อแสวงหามาตรการทางการทูตเพื่อขับไล่ญี่ปุ่น

กอบกู้เอกราช

ในยุคสมัยนั้น กองทัพญี่ปุ่นแข็งแรง กล้ามใหญ่ สร้างเขี้ยวเล็บแหลมคมแบบที่ไม่มีชาติใดกล้าขัดใจ เป็นมหาอำนาจหนึ่งเดียวในเอเชีย ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ออกล่าอาณานิคม แย่งยึดดินแดน ตักตวงทรัพยากรจากดินแดนหลากหลายเพื่อเข้าไปหล่อเลี้ยงประชาชนของตนบนเกาะญี่ปุ่น กองทัพญี่ปุ่นบุกไปทั่วสารทิศ ปราบกองทัพโซเวียต บุกจีนแผ่นดินใหญ่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวจีนตายราว 3 แสนคน ที่เรียกว่า การสังหารหมู่นานกิง (Nanking Massacre)

กองทัพญี่ปุ่นปราบคู่ต่อสู้ในทวีปเอเชียเหี้ยนเตียน เหิมเกริมถึงขนาดส่งฝูงเครื่องบินรบไปถล่มกองทัพเรือสหรัฐ ที่ฮาวายเมื่อ 7 ธันวาคม 2484 จนทำให้อเมริกาต้องประกาศสงครามกับญี่ปุ่นในวันต่อมา

สงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมรภูมิเอเชียและแปซิฟิก กำลังรบอันหฤโหดของญี่ปุ่นปราบกองทัพอังกฤษที่เข้ามายึดสิงคโปร์ มาลายู จับทหารฝรั่งอังกฤษ ออสเตรเลีย เป็นเชลยได้นับหมื่นคนนำตัวไปสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแควที่กาญจนบุรี (ญี่ปุ่นมายกพลขึ้นบกจังหวัดแถบอ่าวไทยตอนรุ่งสางของวันที่ 8 ธันวาคม 2484) สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติเมื่อ 2 กันยายน พ.ศ.2488 เมื่อวอชิงตันเอาระบิดปรมาณูไปทิ้ง 2 ลูก ใน 2 เมืองของญี่ปุ่น สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นทรงประกาศให้ทหารญี่ปุ่นที่ออกไปทำสงครามในทุกพื้นที่ยอมแพ้

กองทัพญี่ปุ่นรบจนขาดใจ บ้างก็ฆ่าตัวตายโดยการคว้านท้องบ้างกลายเป็นเชลยศึก แม่ทัพนายกองญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งถูกนำไปขึ้นศาลประหารชีวิตฐานก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ สหรัฐส่งนายพลแมคอาเธอร์เข้าปกครองแผ่นดินญี่ปุ่น สลายโครงสร้างกองทัพญี่ปุ่นแทบไม่เหลือซาก สหรัฐเขียนรัฐธรรมนูญให้ญี่ปุ่นใหม่ กองทัพที่เกรียงไกรหายวับไปกับตา ไม่มีเขี้ยวเล็บให้เหลือ

ชาวเกาหลีปลื้มสุดสุด เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้ชนะสงครามคือฝ่ายสัมพันธมิตรที่นำโดยสหรัฐ คือ ผู้กำหนดกติกา ผู้ชนะจะทำอะไรก็ได้ สัมพันธมิตรประกาศให้เกาหลีเป็นเอกราช พ้นจากการปกครองของญี่ปุ่น

นาทีทองของการทำสงคราม คือ ผู้ชนะจะต้องรีบเข้าครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของผู้แพ้ โดยเฉพาะดินแดน เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลโซเวียตรีบส่งกำลังทหารเข้าปลดอาวุธกองทัพญี่ปุ่นในพื้นที่ตอนเหนือของเกาหลี ในขณะที่สหรัฐเข้าไปปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นในเกาหลีทางภาคใต้

สหรัฐตกลงกับโซเวียตว่าเส้นขนานที่ 38 เป็นเส้นแบ่งเขตการทำงานเพื่อรีบปลดอาวุธทหารญี่ปุ่นที่ยึดครองเกาหลี

เส้นขนานที่ 38

กองทัพโซเวียตเคลื่อนกำลังเข้ายึดพื้นที่เกาหลีตอนบนของเส้นขนานที่ 38 ส่วนสหรัฐเข้ายึดพื้นที่ใต้เส้นขนานที่ 38 ลงมา

(แวะหน่อย – สยามประเทศในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มีกองทัพญี่ปุ่นตั้งอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี กองทัพอังกฤษโดย ลอร์ดหลุยส์ เมาท์แบตตัน รีบนำกำลังทหารอังกฤษเข้ามาสยามในทันที โดยอ้างว่าจะเข้ามาจัดการปลดอาวุธญี่ปุ่น ช่วงนั้น สยามประเทศเกือบเอาตัวไม่รอด เพราะแท้ที่จริงแล้ว คือ อังกฤษต้องการเข้ายึดครองดินแดนสยามแบบเนียนๆ นั่นเอง)

โซเวียตต้องการดินแดนเกาหลีตอนเหนือ เพราะต้องการเมืองท่าออกสู่ทะเล จึงรีบชิงจัดตั้งรัฐบาลให้เกาหลีทางตอนเหนือ ส่วนสหรัฐรู้เท่าทันรัฐบาลหมีขาว ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการแบ่งเป็นเกาหลีเหนือ-ใต้

มาถึงตอนนี้ เท่ากับว่าสหรัฐและโซเวียตเริ่มแตกคอกัน

กันยายน พ.ศ.2490 สหรัฐนำเรื่องเกาหลีไปเข้าที่ประชุมองค์การสหประชาชาติ (UN) ซึ่งมีมติให้จัดการเลือกตั้งในเกาหลีภายใต้การควบคุมของสหประชาชาติ

10 พฤษภาคม พ.ศ.2491 มีการเลือกตั้งเฉพาะพื้นที่ในการปกครองของสหรัฐเท่านั้น เพราะโซเวียตไม่ให้ความร่วมมือ ผลการเลือกตั้งทำให้มีสมาชิกสมัชชาแห่งชาติเพื่อเข้ามาร่างรัฐธรรมนูญของเกาหลีทางตอนใต้ ร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ประกาศใช้ใน 17 กรกฎาคม พ.ศ.2491 ทุกอย่างรวดเร็วทันใจ สมัชชาแห่งชาติเกาหลีประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐเกาหลีอย่างเป็นทางการ โดยมีนายซิงมัน รี เป็นประธานาธิบดีคนแรก ปกครองด้วยแนวทางประชาธิปไตย

โซเวียตที่ปกครองดินแดนเกาหลีตอนเหนือเส้นขนานที่ 38 ไม่ยอมให้มีการเลือกตั้ง กลัวเสียหน้าสหรัฐ จึงจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวให้ปกครองดินแดน และแต่งตั้งนายคิม อิล-ซุง เป็นหัวหน้าคณะรัฐบาลปกครองเกาหลีตอนเหนือด้วยระบอบคอมมิวนิสต์

17 กรกฎาคม พ.ศ.2491 สหรัฐประกาศจัดตั้งประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) คือ เกาหลีใต้ ในพื้นที่ใต้เส้นขนานที่ 38

ต่อมา 9 กันยายน 2491 โซเวียตประกาศจัดตั้งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (Democratic Republic of Korea: DPRK) คือ เกาหลีเหนือ ในพื้นที่ตอนเหนือเส้นขนานที่ 38 และตั้งนายคิม อิล-ซุง เป็นผู้นำรัฐบาล

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คลื่นมนุษย์ฝั่งเกาหลีเหนืออุ้มลูกจูงหลานมืดฟ้ามัวดินแห่กันเสี่ยงชีวิตข้ามเส้นขนานที่ 38 เพื่อขอไปอยู่ฝั่งเกาหลีใต้

นี่เป็นตำนานที่มาของการแบ่งเป็น เกาหลีเหนือเกาหลีใต้ ที่ต้องนำมาเปิดเผยต่อสังคมไทย เพื่อความเข้าใจในสถานการณ์ที่คาบสมุทรเกาหลี

นี่เป็นผลผลิตของ 2 มหาอำนาจที่ประลองกำลังกัน ระหว่างค่ายประชาธิปไตย และค่ายคอมมิวนิสต์

ชาวเกาหลีที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกันเพื่อต่อสู้ขับไล่ญี่ปุ่น และเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม กลับต้องมาแบ่งเป็นฝ่ายเหนือ-ใต้ เป็นศัตรูกันต่อไปอีก อันที่จริงประชาชนชาวเกาหลีเองก็มิได้จองล้างจองผลาญกัน

แต่เมื่อผู้นำ “ยัดเยียด-แบ่งฝ่าย” ความคิดทางการเมืองให้เสร็จสรรพ ประชาชนเกาหลีคือ ผู้รับเคราะห์กรรมประจักษ์ชัดมาจนถึงปัจจุบัน