Categories
ประวัติศาสตร์

ยุทธการที่กัวต๋อ ชัยชนะของโจโฉต่ออ้วนเสี้ยว

ยุทธการที่กัวต๋อ

หากกล่าวถึง ยุทธการสำคัญไ ใน สามก๊ก
คงไม่อาจไม่พูดถึง ยุทธการที่กัวต๋อ ได้
ซึ่ง Centrovirtual จะนำคุณไปเรียนรู้กัน

ศึกกัวต๋อ เกิดขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำฮวงโหในปี ค.ศ. 200 เป็นศึกที่โจโฉได้ชัยชนะต่ออ้วนเสี้ยว จุดตัดสินผลการรบของศึกนี้อยู่ที่การลอบโจมตีทัพขนเสบียงของอ้วนเสี้ยวที่อัวเจ๋า ทำให้ทัพอ้วนเสี้ยวขาดเสบียงและเกิดความระส่ำระสายไปทั้งกองทัพ จากแผนการของเขาฮิว ซึ่งเดิมอยู่กับอ้วนเสี้ยว แต่มาอยู่ข้างโจโฉ เพราะคาดการณ์ว่าอ้วนเสี้ยวต่อไปจะพ่ายแพ้แน่

ทั้ง ๆ ที่เริ่มต้นกองทัพของอ้วนเสี้ยวมีมากกว่าโจโฉถึง 10ต่อ1 แต่โจโฉนำทัพอย่างใจเย็นค่อย ๆ รุกคืบ และฝ่ายอ้วนเสี้ยวก็โลเลไม่ยอมทำศึกแตกหัก จึงต้องประสบความพ่ายแพ้ในที่สุด ภายหลังศึกนี้ อ้วนเสี้ยวเสียใจมาก อีกทั้งลูกชาย 2 คน คือ อ้วนซงกับอ้วนถำก็บาดหมางถึงขนาดฆ่ากัน จนต้องกระอักเลือดชีวิตในเวลาต่อมาไม่นาน ศึกนี้นำมาสู่การล่มสลายของตระกูลอ้วน เมื่อบุคคลสำคัญ ๆ ในตระกูลได้ล้มตายหมดสิ้น อีกทั้งเป็นศึกที่โจโฉได้สร้างชื่อเสียงไว้มาก และทำให้ได้ครองอำนาจใหญ่แต่เพียงผู้เดียวในดินแดนภาคเหนือของจีน ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบโจโฉใช้เวลาทำศึกครั้งนี้นานถึง 7 ปี

ในสามก๊ก เริ่มแรกจากที่เล่าปี่ได้เข้าเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ในพระราชวัง จากที่มีความดีความชอบในการปราบตั๋งโต๊ะและลิโป้ พระองค์ทรงให้ตรวจพงศาวลี พบว่าเล่าปี่สืบสายเชื้อสายมาจากตงสานเชงอ๋องจริง จึงให้ความเคารพเล่าปี่และทรงเรียกเล่าปี่ว่า พระเจ้าอา และเชื้อเชิญให้ไปปรึกษาราชการเป็นการส่วนพระองค์ ทำให้โจโฉเกิดความระแวงในตัวเล่าปี่ อีกทั้งในเวลาเดียวกันนั้น ตังสินร่วมมือกับเกียดเป๋งหมายจะลอบฆ่าโจโฉ แต่ไม่สำเร็จ โจโฉยิ่งเพิ่มความระแวงในตัวผู้ที่อยู่ตรงกันข้าม เล่าปี่จึงตัดสินใจหนีออกจากเมืองไปเข้าร่วมกับอ้วนเสี้ยว เพื่อชักชวนให้ปราบโจโฉ

โจโฉได้ทำการฝังศพอ้วนเสี้ยวอย่างสมเกียรติ และได้ซื้อใจราษฎรด้วยการงดภาษีถึง 1 ปี และต่อมาได้ร่างโคลงถึงการรบในครั้งนี้ด้วย ที่เขาจรดทะเลเช่นเดียวกับฮั่นอู่ตี้ อดีตฮ่องเต้ผู้ยิ่งใหญ่ในราชวงศ์ฮั่นเคยกระทำ หลังจากชนะศึกที่นี่เช่นกัน

สำหรับฝ่ายเล่าปี่ นี่เป็นศึกอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ทำให้เล่าปี่แตกหักกับฝ่ายโจโฉอย่างสิ้นเชิง ซึ่งนับต่อจากนี้ทั้งคู่จะขับเขี่ยวกันไปตลอด

ย้อนรอย ยุทธการที่กัวต๋อ

ศึกกัวต๋อ (Battle of Guandu) เกิดขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำฮวงโหในปีค.ศ200 เป็นศึกใหญ่ระหว่างโจโฉกับอ้วนเสี้ยว ซึ่งกองทัพอ้วนเสี้ยวมีกำลังทหารมากกว่าโจโฉถึง 10:1 เเต่อย่างที่เราทราบกันว่าจุดสำคัญของศึกนี้คือทัพอ้วนเสี้ยวถูกโจโฉเผาค่ายเสบียงที่อู่เจ๋า เป็นต้นเหตุให้ทัพอ้วนเสี้ยวพ่ายเเพ้ให้กับโจโฉไปในที่สุดเเละถือว่าศึกนี้ยังเป็นจุดเริ่มสิ่งสำคัญอีก2สิ่งคือ

  1. โจโฉสามารถยึดเเดนเหนือเเละภาคกลางไว้ได้ทั้งหมดก่อนที่จะเดินหน้าบุกลงใต้
  2. เป็นศึกใหญ่ครั้งแรกที่ทำให้เล่าปี่แตกหักกับฝ่ายโจโฉอย่างสิ้นเชิง ซึ่งนับต่อจากนี้ทั้งคู่จะขับเคี่ยวกันไปตลอด

เเต่ว่าในฉบับหงสานั้นนอกจากจะขยายภาพให้เห็นเด่นชัดเเล้ว ยังเพิ่มอถรรสให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงความลึกมากขึ้นด้วยการใส่ การเมืองภายใน,การขับเคี่ยวด้วยกลศึกพิชัยยุทธ์เเละเเอ๊คชั่นของเหล่าขุนพลของทั้งสองฝั่ง เพื่อขับเน้นให้ศึกนี้โดดเด่นในทุกๆด้าน ให้เห็นภาพของสิ่งที่เรียกว่าสงคราม งั้นเรามาลองดูกันว่าศึกกัวต๋อฉบับหงสาจอมราชันย์นี้มันเกิดอะไรขึ้นบ้างเเละจุดจบของมันเป็นอย่างไร

– ในศึกกัวต๋อนั้นมีเมืองสำคัญๆอยู่ ห้าเมืองได้เเก่ เเป๊ะเบ๊, เอียงบู๊, อู่เจ๋า, เก๋าเซีย เเละยีหลำ

– ตอนนี้เล่าปี่ได้เเยกตัวออกมาจากโจโฉเเล้วเเละเป็นพันธมิตรกับอ้วนเสี้ยว  ส่วนกวนอูก็ไปเข้ากับโจโฉตามประวัติศาสตร์

– เสบียงทั้งหมดของทัพอ้วนเสี้ยวอยู่ที่อู่เจ๋าทั้งหมดตามประวัติศาสตร์ เเต่ในฉบับหงสาเสบียงไม่ได้อยู่ที่อู่เจ๋าทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่เอียงบู๊ก็มีเช่นกัน เสบียงทั้งหมดไม่ได้รวมกันอยู่ทีเดียว เเต่ฐานสนับสนุนอยู่ที่อู่เจ๋านำทัพโดยอ้วนเสี้ยว

– กัวต๋อคือสมรภูมิรบหลักเเละสถานที่ตั้งรับของทัพโจโฉ ส่วนอ้วนเสี้ยวนำทัพบุกลงมาจากเอี๊ยบเสีย(ฮ้อปัก)
ตอนเเรกนั้นทัพโจโฉประจำอยู่ที่เอียงบู๊ ลำปั่นเเละเเป๊ะเบ๊ เเต่ก็ค่อยทยอยถอยๆจนมารวมอยู่ที่กัวต๋อ

– ที่กัวต๋อฝั่งโจโฉจะถูกบัญชาเเนวรบโดยกุยเเกกับซุนฮิวเเละมีขุนพลเก่งๆอย่าง เเฮหัวตุ้นเเละเเฮหัวเอี๋ยนประจำอยู่ คนนำเสบียงก็คือคือโจหอง  ส่วนโจโฉจะเเยกตัวไปที่เก๋าเซียพร้อมกับเตียวเลี้ยวเเละเคาทู ทางด้านฮูโต๋มีซุนฮก เทียหยกเเละโจหยินคอยคุม ส่วนกาเซี่ยงคอยตระเวนไปทั่วศึกเป็นสายสนับสนุนเเผนอีกทาง

-ฝั่งอ้วนปึงมีเเม่ทัพใหญ่คือ้วนปึงเพียงคนเดียว อ้วนถำ,อ้วนฮีเเละอ้วนซงเป็นเพียงทัพที่รอบัญชาทัพจากอ้วนปึกอีกที ขุนพลที่ติดตามอ้วนปึงมีกอหลำกับเตียวคับ เเละผู้สนับสนุนที่วิ่งไปทั่วอย่างต้วนเจี้ยนเเละเอียวเฉง

เเล้วก็มาทำความเข้าใจกันก่อนถึงเรื่องการเมืองภายในของตระกูลอ้วน ซึ่งเหล่าๆลูกของอ้วนเสี้ยวก็พยามเเย่งชิงอำนาจกันเอง โดยที่ตามหลักเเล้วผู้ที่จะต้องสืบทอดจริงๆคืออ้วนถำ เเต่ด้วยสภาวะภายในที่หลายตระกูลที่สนับสนุนอ้วนเสี้ยวนั้นมีความเเตกเเยกเเละบาดหมางกัน เลยเลือกที่จะถือหางไม่ใช่เฉพาะเเค่อ้วนถำเท่านั้น จะเห็นได้ว่านอกจากลูกๆของอ้วนเสี้ยวเเล้วเหล่าผู้สนับสนุนต่างๆก็เปิดศึกภายในกันเองอยู่ร่ำไป

– อ้วนเสี้ยวมีลูกอยู่5คนที่เอ่ยถึงนะ ลูกคนเล็กตายไปเเล้วจากการโดนวางยา

– คนเเรกคือ อ้วนถำ มีตระกูลซินเเละกัวถือหาง คือกัวเต๋าเเละซินเป๋ง

– คนที่สองคือ อ้วนฮี  ไม่ยุ่งกับการเเก่งเเย่งอำนาจ เเต่มีภรรยาคือนางเอียนสี เเต่เเม้จะไม่เข้าร่วมศึกชิงอำนาจ เเต่เขาต้องทำงานภายใต้การบัญชาของอ้วนปึงเเละต้องออกรบ

– คนที่สาม อ้วนซง มีตระกูลสิมถือหางโดยมี สิมโพยเเละฮองกี๋ เป็นที่ปรึกษา

– คนที่ห้าคือ บุตรลับ อ้วนปึง (มีอำนาจทั่วเอียบเสีย เเค้นพ่อตัวเองอย่างหนักหน่วง)

สรุปเหตุการณ์ที่เเป๊ะเบ๊

– เนื่องจากอ้วนเสี้ยวได้นำทัพลงมาหลายสายเเละส่วนนึงคือทางเเป๊ะเบ๊ ทัพโจโฉจำต้องป้องกันไว้เพื่อชะลอไม่ให้ทำอ้วนเสี้ยวลงมาพร้อมกันหมด เลยต้องตั้งรับที่นี้เอาไว้อย่างน้อยก็ถ่วงเวลาไว้ให้ได้มากที่สุด

– ผู้ที่นำทัพเเรกมาคืองันเหลียง ส่วนทัพรองคือเล่าปี่ ผลคือกุยเเกส่งกวนอูออกมาทำให้เล่าปี่ไม่กล้าลงมือ เป็นเหตุให้งันเหลียงถูกกวนอูปลิดชีพเเละเล่าปี่ก็โดนกักตัวไว้โดยบุนทิว

– ผลของศึกที่นี้คือทัพโจโฉที่นำโดยซุนฮิวเเละกุยเเกถอยออกจากเเป๊ะเบ๊ (หลังจากสังหารงันเหลียงได้ กุยเเกก็ถอยกลับไปทางลำปั่น) ส่วนทัพอ้วนเสี้ยวที่ตามมาโดยบุนทิวสามารถยึดเเป๊ะเบ๊ได้สำเร็จ ทัพโจก็ชะลอการมาของทัพอ้วนเสี้ยวได้ชั่วอึดใจนึง

– เเต่ถึงเเม้จะชะลอทัพโจโฉได้เเต่ ด้วยการเดินทัพอันรวดเร็วของบุนทิวจึงสามารถบุกไปถึงเซ่งจินค่ายใหญ่ของกุยเเก ซึ่งบุนทิวยกพลมาทั้งหมดโดยที่ไม่ทิ้งกองทหารเฝ้ามืองตามทางเลยทำให้บุนทิวยกพลมาเต็มอัตราศึก

– ผลจากศึกนี้เนื่องจากบุนทิวต้องกลของกุยเเกทำให้ทัพบุนทิวเสียกระบวนจนตัวบุนทิวเองก็โดนเตียวเลี้ยวสังหารไปในที่สุด สถานการณ์ตอนนี้ทำให้ทัพหน้าของอ้วนเสี้ยวรวนไปเลย เพราะขุนพลใหญ่มาดับไปพร้อมๆกันถึง2คน ทำให้ตอนนี้สถานการณ์ที่ค่ายเซ่งจินด้านโจโฉค่อนข้างผ่อนคลายขึ้นนิดนึง เพราะทัพหน้าของอ้วนเสี้ยวโดนตีเเตกกระจาย ทัพโจโฉสามารถกลับมารวมตัวกันได้อีกรอบ

เเต่ไม่ใช่เเบบนั้นทัพของอ้วนเสี้ยวที่นำโดยเตียวคับกลับสามารถรวมทหารที่เเตกทัพกลับมาได้อย่างรวดเร็ว เเละทัพหลักของอ้วนเสี้ยวได้มาถึงศึกนี้อย่างเงียบๆ พิสดารอันดับหนึ่งเเห่งสำนักคันฉ่องวารี อ้วนปึงมาถึงสนามรบเรียบร้อย

อ้วนปึง vs กุยเเก

อ้วนปึงนั้นสามารถรวบรวมทหารที่เเตกจากทัพหน้ามาได้จำนวนไม่กี่หมื่น เเต่ไม่ถอยดันกลับตั้งหน้าประจันกับทัพกุยเเกที่เพิ่งรวมพลได้ถึงสามหมื่น ทั้งสองนำทัพบุกเข้าใส่กัน ผลคือกุยเเกโดนอัลติของอ้วนปึง “ราชินิวายุเเปดกระบวนค่าย” โดนไปดอกเดียวทำให้ทัพโจโฉทั้งหมดต้องล่าถอยกลับไปที่เอียงบู๊ จะเห็นได้ว่าการตายของสองขุนพลใหญ่ของอ้วนเสี้ยวเเม้จะทำให้จิตใจระส่ำเเต่ก็ชั่วขณะเท่านั้น นั่นเป้นเพราะผลจากการจัดการของอ้วนปึงล้วนๆ จากนั้นโจจู๋นำทัพไท่ผิงเข้าร่วมกับอ้วนปึง อ้วนปึงเลยจัดการส่งเล่าปี่ไปยังเมืองยีหลำ……(เล่าปี่ก็ตกลงรับคำสั่งเพราะจะได้ตีตัวออกห่างจากอ้วนเสี้ยวได้)

สรุปเหตุการณ์ในเมืองยีหลำ

– อ้วนปึงสั่งให้เล่าปี่ผนวกกับลัทธิไท่ผิงนำกองทัพบางส่วนลงไปคุมเมืองยีหลำที่เล่าเพ็กยึดได้ ทำไมถึงต้องไปยีหลำ ยีหลำสำคัญยังไง? ทุกท่านลองกลับไปดูในเเผนที่ว่ายีหลำนั่นอยู่ตรงไหน ก็จะต้องร้องเหยดดดดดดดดดเปียกกกกก

– ทีนี้นอกจากจะโจโฉะต้องทำศึกกับอ้วนเสี้ยวทางเหนือเเล้ว ทางใต้ก็ยังมีเล่าปี่กับลัทธิไท่ผิงที่กำลังรอโอกาสเข้าตีฮูโต๋ กลายเป็นท่านโจต้องรับศึกสองด้านเน้นๆ

– โชคยังดีที่ทางใต้ของฮูโต๋มีกาเซี่ยงคอยดูทางอยู่

– เเละเล่าเพ็กก็ต้องกลของกาเซี่ยง ถูกล่อออกไปถล่มซะยับ ทำให้ตอนนี้ทางยีหลำทำอะไรไม่ได้เลย ได้เเต่เพียงตั้งรับเท่านั้น เพราะทางนี้มีเเต่กำลังพลของฝ่ายเล่าปี่ที่มีอยู่เพียงน้อยนิด

สรุปเหตุการณ์ในฮูโต๋

– เหล่าขุนนางพยายามชักนำให้ฮ่องเต้ ร่วมมือกับทัพอ้วนเสี้ยว เพราะโจโฉกำลังตกที่นั่งลำบาก

– เเต่ซุนฮกก็เข้ามาเคลียร์ตรงนี้ได้สำเร็จ เเละในที่สุดสถานการณ์ที่ยีหลำถูกคลี่คลายไปได้ เล่าปี่หนีลงใต้ไปเรียบร้อย (เทียหยกไปประจำทียีหลำเเทน)

– ตอนนี้ทัพโจโฉไม่จำเป็นต้องพะวงกับศึกสองด้านอีกต่อไปเเล้ว

ทัพโจโฉถูกตีถอยร่นกลับมาที่เอียงบู๊จนสุดท้ายก็กลับมาตั้งรับที่ค่ายหลักที่กัวต๋อ ซึ่งตอนนั้นขุนพลฝั่งโจโฉที่ประจำอยู่ที่กัวต๋อก็ได้เเก่ เเฮหัวเอี๋ยน,เเฮหัวตุ้น,ฮันเฮ่าเเละกุยเเก เเต่ว่าเสบียงก็เหลือน้อย ต่างกับฝั่งทัพอ้วนเสี้ยวที่สามารถบุกเบิกทางขนส่งเสบียงได้สะดวกโยธิน ทำให้การขนส่งเสบียงไม่มีบกพร่องเเละไม่ขาดสาย เรื่องเสบียงจึงหายห่วงไปเลยสำหรับทัพอ้วนเสี้ยวในตอนนี้ เเต่ในระหว่างที่ทั้งสองทัพกำลังรบกันอย่างหนักหน่วง ทัพซุนที่เพิ่งสูญเสียซุนเซ็กไปก็ได้โอกาสกลับลงใต้ ซุนกวนขึ้นเป็นผู้นำต่อเเต่ด้วยเพราะบารมียังน้อยจึงจำเป็นต้องไปเตรียมความพรั่งพร้อมเเละขยายอิทธิพลในเเดนใต้ให้เเข็งเเกร่ง

ด้านสุมาอี้ ก็รูว่าการลงทุน ของ ทางตระกูลซัน เเละ ตระกูลสุมาอี้ ชักท่าทางไม่ดี เพราะขืนเป็นเเบบนี้ สิ่งที่ลงทุนไป ก็จะสูญเปล่า หากโจโฉพ่ายเเพ้ เพราะงั้นสุมาอี้ จึงต้องเดินทาง ไปยังเอียบเสียเพื่อ ทำการสำคัญ อะไรบางอย่าง

หลายคน ที่อ่านสามก๊ก ชอบพูดกันว่า อ้วนเสี้ยว โง่เขลาอ่อนแอ แต่จริง ๆ แล้วฝ่ายอ้วนเสี้ยวนั้น นอกจาก เพลย์เซฟตอนรบ ตั๋งโต๊ะแล้ว ก็แทบจะไม่เคย รบแพ้ใครเลยนะครับ อาณาเขตเดิมของอ้วนเสี้ยว สมัยตั๋งโต๊ะ ก็ไม่ได้คุมทั้งแดนเหนือ ขนาดนั้น แต่เขาอาศัย ศึกตั๋งโต๊ะกินรวบฝั่งเหนือแม่น้ำฮวงโห ได้แบบเรียบวุธ ( ที่ท้ายสุดก็เก็บดินแดนของกองซุนจ้านได้ ) แต่เขามาแพ้จัง ๆ ให้กับโจโฉ ก็ตอนศึกกัวต๋อ และเป็นการแพ้รวดแบบไม่มีโอกาสทำแต้มกลับเลย ซึ่งผมว่ามันเป็นศึกที่ขับเคี่ยวมากนะ ถ้าอ้วนเสี้ยวไม่พลาด (หรือในหงสาอ้วนปึงไม่พลาด) โจโฉก็ไม่รอดแน่ ๆ เหมือนกัน

แต่ก็ต้องชื่นชม ฝั่งโจโฉมากด้วยครับ ที่พยายามทั้งต้าน และ เค้นสรรพกำลัง โต้กลับได้ขนาดนี้

ผมมองว่า ชัยชนะของโจโฉ ในกัวต๋อ ดูยิ่งใหญ่กว่า ชัยชนะของซุนกวน ในเซ็กเพ็กเยอะเลย เพราะเซ็กเพ็ก มีปัจจัยที่เหมือนเป็นการ “ดีบัฟ” ฝั่งโจโฉไปเยอะ ( โรคระบาด / ไม่คุ้นที่ / ชัยภูมิไม่ดี ) ซึ่งอ้วนเสี้ยว ไม่เจอปัญหาแบบนั้น แต่ชัยชนะของซุนกวน นั้นก็ไม่ได้พลิกสถานการณ์ ให้โจโฉล่มจม แบบที่อ้วนเสี้ยวแพ้

ขอขอบคุณบทความนานาสาระ โดย ufabet.com