Categories
ประวัติศาสตร์

ศีลล้างบาป ประตูแรกสู่การติดตามพระเยซูคริส

“หากใครทำบาป ดำลงให้มิด จะหายบาปที่มีอยู่”
คือท่อนนึงในบทเพลงที่มักใช้ประกอบพิธีล้างบาป
คริสตังเรียกว่า ศีลล้างบาป คริสเตียนเรียกว่า พิธีบัพติศมา
เป็นพิธีกรรมที่มีมาก่อนยุคพระเยซู
วันนี้ Centrovirtual จะพาคุณไปรู้จักพิธีล้างบาปกัน

ศีลล้างบาป

ศีลล้างบาป

ในความเชื่อของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก คนที่เกิดมาทุกคนจะต้องมีบาปกำเนิด อันเนื่องมาจากการกระทำผิดของอาดัมและเอวาในสวนเอเดน ดังนั้น การจะเข้าเป็นหนึ่งในคริสตชน ต้องรับศีลล้างบาปเพื่อทำร่างกายและจิตวิญญาณให้สะอาดบริสุทธิ์ โดยมีความจำเป็นต้องรับศีลล้างบาปตามกฏหมายของพระศาสนาจักร

แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ได้พูดถึงนิยาม “ศีลล้างบาป” โดยคุณพ่อวุฒิเลิศ แห่ล้อม  ว่าเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์สำคัญประการหนึ่งของศาสนาคริสต์ที่ต้องมี สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายภายนอกที่สำคัญ  คือ การเทน้ำบนศีรษะของผู้รับศีล และประกอบกับบทภาวนาว่า “ข้าพระเจ้าล้างท่าน เดชะพระนาม พระบิดา พระบุตร และพระจิต”  การกระทำดังกล่าว เป็นเครื่องหมายของการชำระล้าง เพราะน้ำ คือ สิ่งที่ใช้ชำระล้างความสกปรกให้หมดไป นั่นหมายถึง การชำระชีวิตทั้งกายและวิญญาณทำให้ผู้รับศีลปราศจากบาปและความผิดต่างๆ ที่จะทำให้มีชีวิตรอดพ้นความตายจากฝ่ายวิญญาณ

พิธีศีลล้างบาปนี้ประกอบไปด้วย

  • ผู้โปรดศีลล้างบาป คือ บาทหลวง
  • ผู้รับศีลล้างบาป คือ ผู้ที่มาขอรับศีลล้างบาป โดยแยกออกเป็น 2 ประเภท คือ เด็กทารก และผู้ใหญ่ ซึ่งในชาวคาทอลิกจะเรียกกันว่า “คริสตังนอน” และ “คริสตังยืน” เพราะนำเอาลักษณะ ช่วงวัยของการรับศีลล้างบาปมาเรียก
  • พ่อ-แม่อุปถัมภ์ (พ่อแม่ทูนหัว) จะเป็นผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์เช่นเดียวกัน มีเพศเดียวกับผู้รับศีลล้างบาป อายุมากกว่าผู้รับศีลล้างบาปพอสมควร เพราะพระศาสนจักรกำหนดให้มีพ่อแม่ทูนหัวเพื่อจะได้ช่วยอบรมและเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูกทูนหัวได้
  • ชื่อนักบุญประจำตัว เพื่อการนำนักบุญเป็นแบบอย่างในชีวิต พระศาสนาจักรได้กำหนดให้เลือกชื่อนักบุญที่สนใจ โดยต้องทราบประวัติของนักบุญองค์นี้พอสมควร ก่อนจะเลือกนำมาเป็นชื่อนักบุญประจำตัว
  • ทะเบียนล้างบาป คือ ทะเบียนที่ใช้บันทึกการรับศีลศักดิ์สิทธิ์ ในช่วงวัยต่างๆ ของศาสนาศริสต์
  • พิธีอื่นๆ ที่แทนศีลล้างบาป คือ สามารถแบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่ 1) การล้างบาปด้วยเลือด เป็นการยืนยันความเชื่อของบรรดามรณสักขี ที่ถูกทำร้ายและตายด้วยการยืนยันความเชื่อ และ 2) การล้างบาปด้วยความปรารถนา คือ ยืนยันความเชื่อด้วยความรักและความศรัทธา อย่างมั่นคง ซึ่งยังไม่มีโอกาสล้างบาป แต่อยู่ในสถานะกำลังจะตาย โดยในขณะนั้นหาผู้มาโปรดศีลล้างบาปให้ไม่ได้

ศีลล้างบาป เป็นจุดเริ่มต้นของการเข้ามาเป็นศริสตชน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นทางเข้าเพื่อมาพบเจอกับศีลศักดิ์สิทธิ์ประการอื่นๆ และได้รับพระพรจากพระเป็นเจ้าอย่างมากมาย โดยอาศัยความเชื่อและความศรัทธาที่มีอยู่ในตนเอง

ศีลล้างบาป (Baptism) เป็นเครื่องหมายภายนอกที่มาจากความเชื่อ เพื่อเป็นการชำระหรือลบล้างบาปกำเนิด อาศัยการช่วยให้รอดขององค์พระเยซูคริสตเจ้า

พิธีการรับศีลล้างบาปนี้ มีเครื่องหมายที่สำคัญคือการใช้น้ำ และการชำระล้างพร้อมกับคำกล่าวว่า ข้าพเจ้าล้างท่าน ในพระนามของ พระบิดา และพระบุตร และพระจิต ผลของศีลล้างบาปมีความเชื่อว่าทำให้ได้รับพระหรรษทานได้กลับเป็นลูกของพระเจ้า มีเกียรติและศักดิ์ศรีสมบูรณ์แบบ เพื่อดำเนินชีวิตไปสู่เป้าหมายของความศักดิ์สิทธิ์ทั้งในชีวิตนี้และชีวิตนิรันดรในสวรรค์

ผู้รับศีลล้างบาปอาจกระทำได้ตั้งแต่เริ่มเกิดใหม่หรือกระทำตอนโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งจะดีกว่า เพราะเป็นการกระทำด้วยความศรัทธาของตนอย่างแท้จริง ผู้ทำพิธีคืออธิการโบสถ์หรือผู้ที่คุณพ่ออธิการได้มอบหมาย แต่ในยามวิกฤตใกล้ตายก็โปรดศีลล้างบาปให้ได้ทั้งนั้น ผู้โปรดศีลล้างบาปจะต้องทำให้ถูกวิธี มิฉะนั้นจะเป็นโมฆะ

ผู้รับศีลล้างบาปแล้วตามปกติจะมีพ่อแม่ทูนหัวซึ่งไม่ใช่พ่อแม่ของตนเอง พ่อแม่ ทูนหัวนี้ คือ ผู้ประคองศีรษะผู้รับศีลล้างบาปขณะที่ผู้โปรดศีลล้างบาปจะเทน้ำลงบนศีรษะ ผู้ได้รับเกียรติเป็นพ่อแม่ทูนหัวนี้จะต้องดูแลลูกทูนหัวทางฝ่ายวิญญาณไปจนกระทั่งลูกทูนหัวสามารถช่วย ตนเองได้ และพ่อแม่ทูนหัวนี้จะแต่งงานกับลูกทูนหัวของตนไม่ได้เด็ดขาด การทำพิธีล้างบาปนี้อาจกระทำในวันคืนวันปาสกา หรือวันอาทิตย์ หรือวันที่เหมาะสม

ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ทุกคนต้องผ่านพิธีรับศีลนี้ก่อน เพื่อแสดงว่าตนเองได้เข้ามาเป็นสมาชิกของศาสนจักรแล้ว จึงจะสามารถรับศีลอื่น ๆ ต่อไปได้อีก การรับศีลล้างบาปนี้กระทำได้เพียงครั้งเดียวในชีวิตแม้ว่าจะเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่น แต่ถ้ากลับมานับถือศาสนาคริสต์อีกก็ไม่ต้องรับศีลนี้ เพราะถือได้ว่าทำการล้างบาปแล้ว ทั้งนี้เพราะชาวคริสต์เชื่อกันว่ามนุษย์มีบาปกำเนิดติดตัวมาตั้งแต่เกิดสืบมาแต่บรรพบุรุษ ซึ่งตามพันธสัญญาเดิม ในศาสนาคริสต์บอกว่าบาบกำเนิดนี้มาจากมนุษย์คู่แรก คือ อาดัมและเอวา

พิธีล้างบาปสืบเนื่องมาจากความเชื่อของพวกอิสราเอลนับตั้งแต่ยุคพันธสัญญาเดิมที่เชื่อกันว่าการชำระล้างด้วยน้ำเป็นเครื่องหมายของการชำระทางจิตใจ เริ่มมาจากพระเยซูทรงรับบัพติศมาจากยอห์นผู้ให้บัพติศมาที่แม่น้ำจอร์แดนและพระเยซูเคยมีคำสั่งให้ผู้ที่จะเป็นสาวกนั้นต้องรับศีลล้างบาปในนามของพระบิดา พระบุตร และพระจิต ชาวคริสต์นับตั้งแต่ยุคแรกจนถึงปัจจุบันนี้จึงได้ถือปฏิบัติตามกันมา เพราะเชื่อว่าเป็นการชำระตนให้บริสุทธิ์จากบาป ยืนยันความเชื่อในพระคริสต์เจ้าผู้ทรงคืนชีพ

ศีลล้างบาปเป็นศีลแรกที่ทุกคนต้องรับเพื่อที่จะเป็นสมาชิกของพระศาสนจักร ตามที่พระเยซูเจ้าได้อธิบายให้นิโคเดมุสฟังว่า..”ผู้ที่จะเป็นประชากรของอาณาจักรพระเจ้าจะต้องเกิดใหม่จากน้ำและพระจิต” (ยน.3:1-8)

คนที่จะรับศีลนี้ต้องแน่ใจว่า จะละทิ้งหนทางที่ไร้ความรัก ความเมตตาต่อมนุษยชาติ และหันมารับเอาหนทางของพระเยซูคริสต์ ตามที่ยอห์นได้ประกาศเป็นแนวทางว่า “จงกลับใจเสียใหม่…ใครมีเสื้อสองตัว จงเอาตัวหนึ่งให้คนที่ไม่มี และคนมีอาหาร จงแบ่งให้คนอดอยาก…ส่วนคนเก็บภาษีอย่าเก็บเกินพิกัด และพวกทหารอย่าบังคับขู่เข็ญเอาเงินจากผู้ใดหรือใส่ร้ายเขา จงพอใจกับค่าจ้างที่ตนได้รับ…” (ลก.3:7-17)

ศีลศักดิ์สิทธิ์นี้ยังทำให้เขาเป็นสาวกของพระเยซู มีส่วนร่วมในบุญบารมีและศักดิ์ศรีของพระองค์คือการเป็นปุโรหิต ผู้เผยพระวจนะ และกษัตริย์ (ผู้นำ) ในชีวิตประจำวันของเขา

  1. หน้าที่ปุโรหิตคือ ภาวนา และร่วมถวายบูชามิสซา
  2. หน้าที่ประกาศกคือ สั่งสอนด้วยคำพูดและตัวอย่างที่ดี
  3. หน้าที่ของผู้นำคือ ต้องรักและช่วยเหลือผู้ทุกข์ยาก

ขอขอบคุณบทความความรู้รอบโลก โดย sagaming66