Categories
ประวัติศาสตร์

ศีลอภัยบาป ความบริสุทธิ์จำเพาะพระพักต์พระเจ้า

ศีลอภัยบาป หรือ การสารภาพบาป ที่เรามักเห็นในภาพยนตร์
หนึ่งในเหตุเข้าใจผิดที่ต่างศาสนิก ที่มองว่าเป็นเสมือนใบอนุญาตในการทำบาป… ทั้งที่จริงแล้วนั้น การทำบาปเป็นเรื่องที่ไม่ต้องใช้ใบอนุญาต แต่การจะบริสุทธิ์จำเพาะพระพักต์พระเจ้าได้นั้น ต้องใช้ศีลอภัยบาป
วันนี้ Centrovirtual จะพาคุณมารู้จักกับศีลอภัยบาปกัน

ศีลอภัยบาป

ศีลอภัยบาป

หรือศีลสารภาพบาป (Confession) เป็นการคืนดีกับพระและเพื่อนพี่น้อง มีความเสียใจ และตั้งใจที่จะกลับคืนดี เริ่มต้นชีวิตใหม่ในพระหรรษทานของพระเจ้า

ศีลในข้อนี้เป็นการยกบาปที่ได้กระทำแล้ว หลังจากที่ทำการรับศีลล้างบาปมาแล้ว ผู้ที่มีอำนาจยกบาปให้ได้ต้องเป็นผู้ที่มีตำแหน่งระดับมุขนายก (Bishop) หรือบาทหลวงที่ได้รับมอบอำนาจจากมุขนายก ถ้ายังชำระหรือชดใช้ไม่หมดก็ต้องไปใช้ในโลกหน้าในแดนชำระ

ผู้ที่จะเข้ารับศีลมหาสนิทหากมีบาปอยู่ต้องแก้บาปก่อน จึงจะเข้ารับศีลมหาสนิทได้ โดยการบอกบาปของตนแก่บาทหลวงเพื่อว่าท่านจะได้ยกบาปให้ ในการสารภาพบาปนี้นิยมกระทำในห้องเล็ก ๆ ซึ่งจัดไว้ด้านข้างของโบสถ์ ภายในห้องเล็กมีม่านหรือฉากกั้นกลาง บางแห่งทำเป็นฝาปรุไว้เพื่อให้ได้ยินเสียงโดยไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าผู้สารภาพบาป ผู้สารภาพบาปและบาทหลวงจะเข้ามาคนละด้านของห้อง เมื่อสารภาพแล้วบาทหลวงคาทอลิค จะกล่าวว่า “พระจิตได้รับบาปของท่านแล้ว บาปที่ท่านทำให้แก่ผู้อื่นก็ได้ยกโทษให้แล้ว” หลังจากนั้นผู้สารภาพแล้วจะต้องพยายามไม่ทำบาปที่ตนทำไว้ และจะต้องตั้งใจมั่นที่จะไม่กระทำผิดต่อพระเจ้าอีกต่อไป

การชดใช้บาปนั้น อาจารย์กีรติ บุญเจือ (2530 : 97) ได้กล่าวว่า เป็นการเสริมแต่งคุณภาพชีวิตเพื่อให้ชีวิตพระเจ้าพัฒนายิ่งขึ้นตามลำดับทั้งในตนเองและผู้อื่น กิจการชดใช้บาปที่บาทหลวง กำหนดนั้น อาจเป็นการสวดบทบางบท หรือให้ทำดีอะไรบางอย่างตามแต่สะดวกและใจรัก แต่ถ้าเป็นการชดใช้ความเสียหายแก่เพื่อนมนุษย์จะต้องชดใช้ให้อย่างยุติธรรม มิฉะนั้นจะไม่พ้นบาปได้ การชดใช้บาป จึงเป็นการเปิดประตูเข้าสู่ชีวิตใหม่ที่ตนเองจะต้องวางแผนชีวิตโดยอาศัยคำแนะนำจากผู้รู้ เพื่อให้ชีวิตของตนนั้น สามารถพัฒนาก้าวหน้าต่อไปไม่หยุดยั้ง

ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินไม่อาจสารภาพบาปเป็นส่วนตัวได้ เช่น คนไข้ พูดไม่ได้ เครื่องบินกำลังตก เรือกำลังล่ม หรือกำลังติดอยู่ในตึกที่ไฟไหม้ บาทหลวงจะอภัยบาปให้ทันที คนที่อยู่ในสภาพจำเป็นนี้หากมีบาปแม้แต่นิดเดียวก็ได้รับการอภัยบาปทันทีโดยไม่ต้องมีพิธีอะไรเพิ่ม แต่ถ้ารอดชีวิตไปได้และมีโอกาสสารภาพบาปได้เมื่อใด จะต้องสารภาพทันทีกับบาทหลวงรูปใดก็ได้ทั้งนั้น

ผลของศีลอภัยบาปคือ ทำให้ผู้รับได้กลับคืนดีกับพระ และอยู่ในชีวิตพระหรรษทาน สำนึกถึงความรักของพระ และตั้งใจที่จะปรับปรุงแก้ไข เริ่มต้นใหม่ให้สมกับความเป็นลูกของพระในความครบครัน เป็นอิสระจากบาป มีความบริสุทธิ์ และมีสันติในจิต

พิธีสารภาพบาปนี้ ได้แบบอย่างมาจากพระจริยวัตรของพระเยซูเมื่อครั้งไปรักษาโรคให้แก่คนเป็นโรคเรื้อน และคนตาบอด คนเหล่านี้เมื่อได้รับการอภัยโทษจากพระเยซูแล้วก็หายจากโรคร้ายและคนตาบอดได้กลายเป็นคนตาดี การรักษาโรคของพระเยซู ก็คือ การใช้อำนาจจิตที่เต็มไปด้วยความรักและความเมตตาอันยิ่งใหญ่แก่คนทุกข์ยากเหล่านั้น เพราะพวกเขาเป็นผู้ที่มีบาปอันกระทำไว้แล้ว จึงถูกพระเจ้าลงโทษ และพระเยซูซึ่งเป็นพระเจ้าตามความเชื่อของชาวคริสต์สามารถยกบาปให้ได้เพียงกล่าวแก่คนบาปเหล่านั้นว่า บาปของเจ้า เราได้ยกโทษให้แล้ว นับแต่นั้นมาการสารภาพบาปเป็นศีลศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญยิ่ง

ศีลอภัยบาป เป็นศีลที่อภัยบาปของมนุษย์ เมื่อได้ทำผิดพลาดไป ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน เพื่อจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ตามที่สัญญาไว้ในตอนรับศีลล้างบาป พระศาสนจักรได้รับอำนาจยกบาปจากพระเยซูเจ้า เมื่อพระองค์ตรัสกับนักบุญเปโตรว่า “เปโตร ท่านคือศิลา บนศิลานี้เราจะสร้างศาสนจักรของเราไว้ แม้แต่ความตายก็ไม่อาจจะเอาชนะศาสนจักรของเราได้ เราจะมอบกุญแจเข้าอาณาของพระเจ้าให้ท่านไว้ สิ่งใดที่ท่านห้ามในโลกนี้ก็จะถูกห้ามในสวรรค์ และสิ่งใดที่ท่านอนุญาตในโลกนี้ก็จะได้รับอนุญาตบนสวรรค์ด้วย” (มธ.16:16-20 , ยน.20:19-23)

ในศีลอภัยบาปนี้เราได้พบกับพระเยซูเจ้าในตัวพระสงฆ์ ซึ่งพร้อมที่จะช่วยเราให้ฟื้นกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ เสริมสร้างความสัมพันะ์ของเรากับพระบิดาเจ้า และพระศาสนจักร ทำให้เราเติบโตฝ่ายจิต และมีพลังในการหลีกเลี่ยงการกระทำบาปอีกด้วย
ข้อปฎิบัติ 5 ประการ เพื่อการรับศีลอภัยบาปอย่างดี

  1. สวดภาวนาขอให้รับศีลอภัยบาปอย่างดี
  2. พิจารณาบาป
  3. เป็นทุกข์ถึงบาป
  4. สารภาพบาป
  5. ขอบพระคุณพระเป็นเจ้า และสวดทำกิจใช้โทษบาป

แล้วโปรเตสแตนต์มีการอภัยบาปรึเปล่า?

มีครับ ซึ่งโปรเตสแตนต์สามารถของการอภัยบาปผ่านการอธิษฐานส่วนตัวกับพระเจ้าโดยไม่ต้องผ่านนักบวช เพราะโปรเตสแตนต์เชื่อกันว่า เราสามารถอธิษฐานต่อพระเจ้าได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลางใดๆ เพราะเรามีความสัมพันธ์กับพระเจ้าได้โดยผ่านองค์พระเยซูคริสต์ โปรเตสแตนต์เลยจะอธิษฐานกับพระเจ้าโดยอาศัยพระนามพระเยซู

” เกิดอะไรขึ้นถ้าฉันทำบาป และจากนั้นฉันตายก่อนที่ฉันจะมีโอกาสสารภาพบาปกับพระเจ้า” อีกคำถามที่พบบ่อย คือ “เกิดอะไรขึ้น ถ้าฉันกระทำบาปแต่แล้วก็ลืมมันซะ และไม่เคยจำได้ว่าจะต้องสารภาพต่อพระเจ้า”

ทั้งสองคำถามนี้ ตั้งบนสมมติฐานที่มีข้อตำหนิ ความรอดไม่ได้เป็นเรื่องของผู้เชื่อที่พยายามจะสารภาพ และสำนึกผิดจากบาปที่พวกเขา กระทำก่อนที่จะ ตาย

ความรอดไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า คริสเตียนได้สารภาพและสำนึกผิดบาปทุกอย่าง

ใช่แล้ว เรา ควรจะสารภาพบาปของเรากับพระเจ้าทันทีที่เราทราบว่าเราได้ทำบาป

อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องทูลขอให้พระเจ้าทรงให้อภัยเสมอ

เมื่อเราเชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ที่ทรงช่วยให้รอด ความบาปทั้งสิ้นของเราได้รับการอภัยแล้ว ซึ่งรวมถึง อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่

ผู้เชื่อไม่ต้องเฝ้าทูลขอให้ทรงยกโทษ หรือสำนึกผิดเพื่อขอรับการอภัยโทษบาปที่กระทำ

พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์และได้ทรงชำระค่าไถ่บาปของเรา และเมื่อสิ่งเหล่านั้นได้รับการอภัยแล้ว พวกเขาก็ได้รับการอภัยทั้งหมด โคโลสี 1:14 “ในพระบุตรนั้นเราจึงได้รับการไถ่ ซึ่งเป็นการทรงโปรดยกบาปทั้งหลายของเรา” กิจการ 10:43 “ ผู้เผยพระวจนะทั้งหลายย่อมเป็นพยานถึงพระองค์ว่า ทุกๆคนที่เชื่อถือในพระองค์นั้น พระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของเขา เพราะพระนามของพระองค์”

สิ่งที่เราต้องทำคือสารภาพบาปของเรา: “ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:9) สิ่งที่ข้อพระคัมภีร์นี้บอกเราคือ “สารภาพ” บาปของเราต่อพระเจ้า

คำว่า “สารภาพ” หมายถึง ” เห็นด้วยกับ . ” เมื่อเรา สารภาพบาป ต่อพระเจ้าของเรา เรามีความ เห็นพ้องกับพระเจ้าว่าเราผิดที่ได้กระทำบาป พระเจ้าทรงให้อภัยเราอย่างไม่มีวันสิ้นสุดโดยผ่านการสารภาพของเรา เพราะความจริงที่ว่าพระองค์ทรง “สัตย์ซื่อ และยุติธรรม” พระเจ้าทรง “สัตย์ซื่อ และยุติธรรม” อย่างไร พระองค์ทรงสัตย์โดยทรงให้อภัยบาป ซึ่ง พระองค์ได้ ทรงสัญญาว่าจะทำเพื่อทุกคนที่ได้รับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เพียงแค่โดยวิธีที่พระคริสต์ทรงยอมชดใช้เพราะความผิดบาปของเรา เราก็ได้รับการยอมรับว่าบาปของเราได้รับการชดใช้แล้วแน่นอน

ในเวลาเดียวกัน 1 ยอห์น 1:9 ได้ระบุว่าบางครั้ง การให้อภัยขึ้นอยู่กับการที่เราพึ่งพาพระองค์ ยอมสารภาพความผิดบาปของเรากับพระเจ้า มีวิธีการยังไง ถ้าบาปของเราทั้งสิ้นได้รับการอภัยทันทีที่เราได้รับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด ดูเหมือนว่าสิ่งที่อัครทูตยอห์นอธิบายตรงนี้คือ การให้อภัย “ที่เกี่ยวโยงกัน” บาปของเราทั้งหมดได้รับการอภัย “แบบที่ตั้งไว้” ในขณะที่เราได้รับพระเยซูคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอด การให้อภัยแบบที่ตั้งไว้ รับประกันความรอดและพระสัญญาที่เราจะได้มีบ้านนิจนิรันดร์ในสวรรค์ เมื่อเรายืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าหลังจากความตาย พระเจ้าจะไม่ทรงปฏิเสธเราเข้าสู่สวรรค์ เพราะบาปของเรา นั่นคือการให้อภัยแบบที่ตั้งไว้ แนวคิดของการให้อภัยแบบที่เกี่ยวโยงกัน ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่ว่า เมื่อเราทำบาป เราทำให้พระเจ้าทรงขัดเคืองพระทัย และทำให้พระวิญญาณของพระองค์เศร้าเสียใจ เอเฟซัส4:30 “และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้ เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด” ในขณะที่พระเจ้าได้ทรงโปรดอภัยต่อบาปที่เราได้ทำโดยสิ้นเชิง ความบาปของเราส่งผลปิดกั้นความสัมพันธ์ของเรากับพระเจ้า

เด็กหนุ่มที่ทำบาปต่อพ่อของเขาไม่ได้ถูกโยนออกมาจากครอบครัว

พระเจ้าผู้ทรงชอบธรรมจะทรงยกโทษให้ลูก ๆ ของพระองค์โดยไม่มีเงื่อนไข

ในขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อและลูกชายไม่สามารถเหมือนเดิมได้จนกว่าความสัมพันธ์ได้กลับคืนสู่สภาพเดิม นี้สามารถเกิดขึ้นเมื่อเด็กสารภาพความบาปของเขาต่อคุณพ่อและขอโทษ นั่นคือเหตุผลที่เราสารภาพบาปของเราต่อพระเจ้า ไม่ใช่จะรักษาความรอดของเรา แต่ที่จะนำตัวเองกลับเข้ามาติดสนิทกับพระเจ้าผู้ทรงรักเราและได้ทรงยกโทษให้เราแล้ว

ขอขอบคุณบทความสาระศาสนาดีๆ โดย ufa168