Categories
ประวัติศาสตร์

อิสราเอล 1948 กับการตั้งประเทศใหม่ที่ไม่ธรรมดา

ในปี 1948 ได้มีการก่อตั้งประเทศใหม่ในตะวันออกกลาง
“อิสราเอล” ผู้เป็นศัตรูกับโลกมุสลิม
แต่ตั้งอยู่ท่ามกลางแผ่นดินอาหรับ
Centrovirtual จะพาคุณไปศึกษาที่มาที่ไป

อิสราเอล
ธงชาติประเทศอิสราเอล
ที่มาที่ไป

วันที่ 14 พฤษภาคม 1948 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งความเปรมปรีดิ์ของชาวยิวทั่วโลก และเกิดขึ้นหลังจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวผ่านพ้นไป 3 ปี ประเทศเพื่อนบ้านอาหรับของอิสราเอลไม่ยอมรับการประกาศเอกราชนี้ และกองทัพของ 5 ประเทศก็โจมตีรัฐเกิดใหม่นี้ในวันถัดมา คือที่มาของประเทศ “อิสราเอล”

อิสราเอล
ตราแผ่นดินอิสราเอล
ก่อตั้งบนสงคราม

ชาวอาหรับปาเลสไตน์หลายแสนคนอพยพ หรือต้องละทิ้งบ้านเรือนในช่วงที่เกิดสงครามหลังจากการตั้งรัฐอิสราเอล ถือเป็นการเริ่มต้นของปัญหาผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ที่ดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ ผู้ลี้ภัยชาวยิวราว 600,000 คนจากประเทศอาหรับหลายประเทศ และผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในยุโรปอีกราว 250,000 คน ได้เข้ามาตั้งรกรากในอิสราเอลในช่วง 2-3 ปีแรกของการตั้งรัฐอิสราเอล ทำให้ประชากรชาวยิวเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2 เท่า

ล้างเผ่าพันธุ์ยิว เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

ในปี 1961 อิสราเอลได้เริ่มการไต่สวน อดอล์ฟ ไอชมันน์ ผู้นำระดับสูงของนาซี ซึ่งเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการทำให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขึ้น สายลับของอิสราเอลจับตัวเขาได้ในอาร์เจนตินา และลักลอบนำตัวเขาออกนอกประเทศ ผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หลายคนต้องมาให้การในชั้นศาลเผชิญหน้ากับนายไอชมันน์เป็นเวลาหลายสัปดาห์ เขาถูกตัดสินว่ามีความผิดและถูกแขวนคอในปี 196

สงคราม 6 วัน

สงคราม 6 วัน ในปี 1967 ได้เปลี่ยนภูมิทัศน์ของตะวันออกกลาง อิสราเอลได้ชิงโจมตีอียิปต์ ซึ่งผู้นำอียิปต์ในสมัยได้ขู่ว่าจะกำจัดรัฐยิว ความขัดแย้งที่ตามมากับอียิปต์, จอร์แดน และซีเรีย ยุติลงด้วยการที่อิสราเอลยึดครองแหลมไซนาย, กาซา, เยรูซาเลมตะวันออก, เขตเวสต์แบงก์ และที่ราบสูงโกลัน อิสราเอลยังได้นำกำแพงตะวันตกในเขตเมืองเก่าของนครเยรูซาเลม ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์ที่สุดของศาสนายูดาย มาอยู่ในมือของชาวยิวเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2,000 ปี

ต่อสู้กับการก่อการร้าย

ช่วงเวลาที่สำคัญอีกช่วงหนึ่งของอิสราเอลเกิดขึ้นในปี 1976 เมื่อคอมมานโดอิสราเอลบุกช่วยชีวิตตัวประกันกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอล หรือ ชาวยิว ที่ถูกชาวปาเลสไตน์และผู้ที่สนับสนุนปาเลสไตน์จี้เครื่องบินและจับตัวไว้ที่สนามบินเอนเทบเบ ในประเทศยูกันดา ตัวประกันที่ได้รับการช่วยเหลือถูกส่งตัวไปยังอิสราเอล โยนี เนทันยาฮู หัวหน้าของกองกำลังคอมมานโด ซึ่งเป็นพี่ชายของนายกรัฐมนตรีอิสราเอลคนปัจจุบัน ถูกสังหารในปฏิบัติการนี้

ไซออนนิสต์ องค์กรสร้างชาติ

นับแต่มีชุมชนยิวพลัดมาตุภูมิแรกสุด ยิวจำนวนมากหวังคืนสู่ “ไซออน” (ชื่อเรียกดินแดนแห่งพันธสัญญาของชาวยิว) และ “แผ่นดินอิสราเอล” แม้ปริมาณความพยายามที่ควรใช้ไปเพื่อเป้าหมายนี้เป็นหัวข้อพิพาท ความหวังและความปรารถนาของยิวที่อาศัยอยู่นอกมาตุภูมิเป็นแก่นสำคัญของระบบความเชื่อของยิว หลังยิวถูกขับไล่ออกจากสเปนในปี 1492 บางชุมชนตั้งถิ่นฐานอยู่ในปาเลสไตน์ ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 16 ชุมชนยิวตั้งรกรากในสี่นครศักดิ์สิทธิ์ ได้แก่ เยรูซาเลม ไทเบียเรียส ฮีบรอนและซาเฟ็ด และในปี 1697 แรบไบเยฮูดา ฮาชาซิด (Yehuda Hachasid) นำกลุ่มยิว 1,500 คนไปเยรูซาเลม ในครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 18 ผู้คัดค้านลัทธิฮาซิดิมชาวยุโรปตะวันออก ที่เรียก เปรูชิม (Perushim) ตั้งถิ่นฐานในปาเลสไตน์

การย้ายถิ่นของยิวสมัยใหม่ระลอกแรกไปปาเลสไตน์ในปกครองของออตโตมัน ที่เรียก อะลียาครั้งแรก (First Aliyah) เริ่มขึ้นในปี 1881 เมื่อยิวหนีโพกรมในยุโรปตะวันออก แม้มีขบวนการไซออนิสต์แล้ว นักหนังสือพิมพ์ชาวออสเตรีย-ฮังการี ทีโอดอร์ เฮิซ (Theodor Herzl) ได้รับความชอบว่าเป็นผู้ก่อตั้งขบวนการการเมืองไซออนิสต์ เป็นขบวนการซึ่งมุ่งสถาปนารัฐยิวในแผ่นดินอิสราเอล ฉะนั้นจึงเสนอทางออกแก่ปัญหาชาวยิวในรัฐยุโรป ร่วมกับเป้าหมายและความสำเร็จของโครงการระดับชาติอื่นในเวลานั้น ในปี 1896 เฮิซจัดพิมพ์หนังสือ รัฐยิว เสนอวิสัยทัศน์รัฐยิวในอนาคต ปีต่อมาเขาเป็นประธานสภาไซออนิสต์ครั้งที่หนึ่ง

อะลียาครั้งที่สอง (ปี 1904–14) เริ่มขึ้นหลังโพกรมคีชีเนฟ (Kishinev pogrom) มียิวประมาณ 40,000 คนตั้งถิ่นฐานในปาเลสไตน์ แม้เกือบครึ่งออกจากที่นั้นในที่สุด ผู้เข้าเมืองทั้งสองระลอกแรกเป็นยิวออร์ทอด็อกซ์เสียส่วนใหญ่ แม้อะลียาครั้งที่สองมีกลุ่มสังคมนิยมซึ่งสถาปนาขบวนการคิบบุตส์ (kibbutz) อยู่ด้วย 

ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศบริเตน อาร์เธอร์ แบลเฟอร์ (Arthur Balfour) ส่งปฏิญญาแบลเฟอร์ปี 1917 แก่บารอนรอทส์ไชลด์ (วัลเทอร์ รอทส์ไชลด์ บารอนที่ 2 แห่งรอทส์ไชลด์) ผู้นำชุมชนยิวบริเตน ซึ่งแถลงว่าบริเตนตั้งใจสถาปนา “บ้านชาติ” ของยิวในอาณัติปาเลสไตน์ พิธีโอนเยรูซาเลมให้อยู่ในการปกครองของบริเตนหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

ในปี 1918 ลีจันยิว กลุ่มซึ่งประกอบด้วยอาสาสมัครไซออนิสต์เป็นหลัก สนับสนุนการพิชิตปาเลสไตน์ของบริเตน การคัดค้านการปกครองของบริเตนและการเข้าเมืองของยิวนำไปสู่เหตุจลาจลในปาเลสไตน์ปี 1920 และการสถาปนาทหารอาสาสมัครยิวที่เรียก ฮาฆอนาฮ์ (Haganah) ซึ่งต่อมาแยกออกมาเป็นกลุ่มกึ่งทหารออกัน (Irgan) และเลฮี (Lehi) ในปี 1922 สันนิบาตชาติให้อาณัติเหนือปาเลสไตน์แก่บริเตนภายใต้เงื่อนไขซึ่งรวมปฏิญญาแบลเฟอร์และคำมั่นแก่ยิว และบทบัญญัติคล้ายกันว่าด้วยชาวปาเลสไตน์เชื้อสายอาหรับ ประชากรของพื้นที่ในเวลานั้นเป็นอาหรับและมุสลิมเป็นหลัก โดยมียิวคิดเป็นประมาณร้อยละ 11 และคริสต์ศาสนิกชนเชื้อสายอาหรับประมาณร้อยละ 9.5 ของประชากร

อะลียาครั้งที่สาม (1919–23) และครั้งที่สี่ (1924–29) นำชาวยิวอีก 100,000 คนมายังปาเลสไตน์ ความรุ่งเรืองของลัทธินาซีและการเบียดเบียนยิวที่เพิ่มขึ้นในทวีปยุโรปคริสต์ทศวรรษ 1930 นำไปสู่อะลียาครั้งที่ห้า โดยมีการไหลบ่าของชาวยิวกว่า 250,000 คน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของกบฏอาหรับปี 1936–39

ระหว่างนั้นทางการอาณัติบริติชร่วมกับทหารอาสาสมัครอาฆอนาห์และออกันฆ่าอาหรับ 5,032 คนและทำให้มีผู้บาดเจ็บ 14,760 คน ทำให้ประชากรอาหรับปาเลสไตน์ชายผู้ใหญ่กว่าร้อยละ 10 ถูกฆ่า ได้รับบาดเจ็บ ถูกจำคุกหรือถูกเนรเทศ บริเตนริเริ่มการจำกัดการเข้าเมืองปาเลสไตน์ของยิวด้วยกระดาษขาวปี 1939 เมื่อประเทศทั่วโลกไม่รับผู้ลี้ภัยยิวที่หนีฮอโลคอสต์ จึงมีการจัดระเบียบขบวนการลับที่เรียก เข็มขัดอะลียา เพื่อนำยิวไปปาเลสไตน์ เมื่อสิ้นสงครามโลกครั้งที่สอง ประชากรยิวของปาเลสไตน์เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 33 ของประชากรทั้งหมด

วันที่ 14 พฤษภาคม 1948 หนึ่งวันก่อนอาณัติบริติชหมดอายุ เดวิด เบนกูเรียน หัวหน้าหน่วยงานยิว ประกาศ “การสถาปนารัฐยิวในแผ่นดินอิสราเอล เรียก รัฐอิสราเอล” การพาดพิงเดียวในข้อความของประกาศฯ ถึงเขตแดนของรัฐใหม่คือการใช้คำว่าแผ่นดินอิสราเอล (Eretz-Israel) วันรุ่งขึ้น กองทัพประเทศอาหรับสี่ประเทศ คือ อียิปต์ ซีเรีย ทรานส์จอร์แดนและอิรัก ยาตราเข้าอดีตปาเลสไตน์ในอาณัติบริเตน เปิดฉากสงครามอาหรับ–อิสราเอล ค.ศ. 1948 ทหารสมทบจากประเทศเยเมน โมร็อกโก ซาอุดีอาระเบียและซูดานเข้าร่วมสงครามด้วย ความมุ่งหมายปรากฏของการบุกครองคือการป้องกันการถสาปนารัฐยิวตั้งแต่เริ่มบังคับและผู้นำอาหรับบางคนพูดถึงการผลักดันยิวตกทะเล เบนนี มอร์ริสว่า ยิวรู้สึกว่ากองทัพอาหรับที่กำลังบุกครองมุ่งฆ่าล้างบางยิว สันนิบาตอาหรับแถลงว่าการบุกครองเป็นไปเพื่อฟื้นฟูกฎหมายและความสงบเรียบร้อยและป้องกันการนองเลือดเพิ่มอีก

หลังการสู้รบนานหนึ่งปี มีการประกาศการหยุดยิงและมีการสถาปนาพรมแดนชั่วคราว เรียก เส้นเขียว (Green Line) จอร์แดนผนวกดินแดนที่เรียก เวสต์แบงก์ รวมทั้งเยรูซาเลมตะวันออก และอียิปต์ควบคุมฉนวนกาซา สหประชาชาติประมาณว่าชาวปาเลสไตน์กว่า 700,000 คนถูกขับไล่หรือหลบหนีจากกำลังอิสราเอลที่กำลังรุกคืบระหว่างความขัดแย้งนั้น ซึ่งภาษาอารบิกเรียก นัคบา (“หายนะ”) ส่วน 156,000 คนยังอยู่และกลายเป็นพลเมืองอิสราเอลเชื้อสายอาหรับ

ขอขอบคุณเนื้อหาสาระอันเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา

โดย ufabet.com