Categories
ประวัติศาสตร์

โรมันคาทอลิก นิกายหลักที่โด่งดังยาวนานและอื้อฉาว

หากพูดถึงคริสตศาสนา หลายคนย่อมเห็นภาพจำจากภาพยนตร์ฮอลลีวูด
บาทหลังในชุดครุยสีขาว การทำท่าค้อนของนักแสดงหรือที่เราเห็นบ่อยๆ จากเหล่านักกีฬา วาติกันซึ่งเป็นองค์กรศาสนาที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลมากที่สุดในโลก สมเด็จพระสันตะปาปาผู้นำสูงสุดของวาติกัน ฯลฯ เหล่านี้คือ โรมันคาทอลิก วันนี้ Centrovirtual จะพาทุกท่านไปรู้จักนิกายนี้กัน

โรมันคาทอลิก

โรมันคาทอลิก

พระศาสนจักรคาทอลิก (อังกฤษ: Catholic Church) หรือ คริสตจักรโรมันคาทอลิก (Roman Catholic Church) เป็นคริสตจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีศาสนิกชนกว่า 1.3 พันล้านคนในปี ค.ศ. 2017 เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดที่ยังดำเนินกิจการอยู่ และมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์อารยธรรมตะวันตก พระสันตะปาปาทรงเป็นประมุขและปกครองศาสนจักรนี้ผ่านสันตะสำนัก ในศาสนจักรโรมันคาทอลิกประกอบด้วยคริสตจักรละตินและคริสตจักรคาทอลิกตะวันออก

ชาวคาทอลิกเชื่อว่าพระเยซูมีพระมหาบัญชาตั้งศาสนจักรขึ้นให้เป็นหนึ่งเดียว ศักดิ์สิทธิ์ สากล และสืบมาจากอัครทูต โดยมีมุขนายกสืบทอดหน้าที่จากอัครทูต และพระสันตะปาปาสืบมาจากนักบุญเปโตร ซึ่งพระเยซูทรงยกเป็นเอกในบรรดาอัครทูต

ศาสนจักรคาทอลิกให้ความสำคัญกับศีลมหาสนิทที่สุดในบรรดาศีลศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด และฉลองศีลนี้ในพิธีมิสซา โดยเชื่อว่าไวน์และปังที่บาทหลวงเสกในพิธีนี้จะเปลี่ยนสารเป็นพระกายและพระโลหิตของพระเยซู และมีหลักคำสอนให้นับถือพระนางมารีย์พรหมจารีเป็นพระมารดาพระเจ้าและราชินีแห่งสวรรค์ นอกจากนี้ยังเชื่อในพระเมตตา การชำระให้บริสุทธิ์โดยความเชื่อ การประกาศพระวรสาร และทำงานเพื่อสังคม ศาสนจักรคาทอลิกจึงเป็นองค์กรเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่จัดการศึกษาและบริการสุขภาพ

ในประเทศไทยเรียกคริสต์ศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิกว่า “คริสตัง” ซึ่งมีที่มาจากภาษาโปรตุเกส คำว่า Cristão โดยศาสนิกชนนิกายโรมันคาทอลิคในไทยนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของศาสนจักรโรมันคาทอลิกในประเทศไทย

ทำความรู้จักศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

ชื่อ “โรมันคาทอลิก” (Roman Catholic) มาจากประเพณีที่ถือเอากรุงโรมเป็นศูนย์กลางของคริสต์ศาสนา เป็นสำนักของสันตะปาปา (Pope) ซึ่งเป็นสังฆราชของกรุงโรมและเป็นหัวหน้าของบรรดาสังฆราชทั่วโลก จึงเป็นหัวหน้าของคริสต์ศาสนนิกชน (โรมันคาทอลิก) ทั่วโลกด้วย

คำว่า “คาทอลิก” แปลว่า “สากล” (Universal) หมายถึง ศาสนาที่เป็นของสากลโลกสำหรับชน ทุกชาติ ทุกภาษา และทุกชั้น ในสังคม คริสต์ศาสนนิกชนนิกายโรมันคาทอลิก ไม่ถือว่าตนเองเป็นนิกายหนึ่งของคริสต์ศาสนา แต่ถือเป็นคริสต์ศาสนาที่เที่ยงแท้และสากลสืบเนื่องมาจากอัครสาวก เมื่อไม่ถือว่าเป็น “นิกาย” หนึ่ง แต่ถือว่าเป็นศาสนจักรของพระเยซูที่เที่ยงแท้ จึงถือว่าคริสต์ศาสนนิกชนที่ไม่ใช่โรมันคาทอลิก คือผู้ที่ได้แยกตัวออกไปเพราะความเข้าใจต่างกัน

การปกครองศาสนจักรคาทอลิก

นิกายโรมันคาทอลิกวางระเบียบการบริหารการปกครองของศาสนจักรและวินัยสงฆ์ ที่เข้มงวด ในการบริหารมีผู้นำในตำแหน่งสูงสุด คือ สันตะปาปา (Pope) แห่งโรม รองลงมา คือ คาร์ดินัล (Cardinals) ซึ่งเป็นผู้ช่วยสันตะปาปา คัดเลือกมาจากประเทศต่างๆ เพื่อมาทำหน้าที่บริหารดดยตรงที่นครวาติกัน (Vatican) สำหรับการปกครองในแต่ละประเทศแบ่งออกเป็นอัครสังฆมณฑลซึ่งมีอัครสังฆราช (Archbishop) ปกครอง และสังฆมณฑล ซึ่งมีสังฆราช (Bishop) เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ สังฆมณฑลแบ่งเป็นวัดมีเจ้าอาวาสปกครองและมีปลัดเจ้าอาวาสเป็นผู้ช่วย พระสงฆ์ (บาทหลวง) ทุกรูปต้องอยู่ใต้สถาบันการปกครองของศาสนจักรนี้

การปกครองศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในประเทศไทย แบ่งออกเป็น 2 อัครสังฆมณฑล และ 8 สังฆมณฑล มีอัครสังฆราช และสังฆราช (คาทอลิก) อยู่ 10 องค์รวมกันเป็นสภาพระสังฆราชแห่งประเทศไทย ขึ้นตรงต่อพระสันตะปาปา สำนักวาติกันที่กรุงโรม

ในปี พ.ศ. 2526 สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ทรงแต่งตั้งพระคาร์ตินัล อันหมายถึงพระราชาคณะในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการประชุมเลือกพระสันตะปาปา ในจำนวนที่ทรงแต่งตั้งใหม่นี้มีอาร์คบิชอบ หรืออัครสังฆราชของคริสตจักรในประเทศไทยได้รับแต่งตั้งด้วย คืออาร์คบิชอบ ไมเคิล มีชัย กิจบุญชู ซึ่งเป็นพระราชาคณะคริสต์ศาสนาในไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระคาร์ดินัล (Cardinal) รูปแรกจากประเทศไทย

ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เรียกตนเองว่า คริสตัง นิกายโปรเตสแตนท์ เรียกตนเองว่า คริสเตียน

หลักความเชื่อของคริสต์ศาสนา

หลักความเชื่อดั้งเดิมที่พวกอัครสาวกได้วางไว้ เพื่อให้ศาสนนิกชนท่อง เมื่อนมัสการพระเจ้าหรือเมื่อทำพิธีรับศีล เรียกในภาษาละตินว่า เครโด (Credo) และยังคงใช้อยู่ในศาสนจักรคาทอลิก มี 6 ประการ ดังนี้

1. ข้าพเจ้าเชื่อในพระเป็นเจ้าองค์เดียว พระบิดาผู้ทรงสรรพานุภาพ เนรมิตฟ้าดินทั้งสิ่งที่เห็นได้ และสิ่งที่เห็นไม่ได้

2. เชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า พระบุตรแต่องค์เดียวของพระเป็นเจ้า ทรงบังเกิดจากพระบิดาก่อนกัปป์ก่อนกัลป์  เป็นพระเป็นเจ้า จากพระเป็นเจ้าเป็นองค์ความสว่างจากองค์ความสว่างเป็นพระเป็นเจ้าแท้ จากพระเป็นเจ้าแท้มิได้ถูกสร้าง แต่ทรงบังเกิดร่วมพระธรรมชาติเดียวกับพระบิดา องค์พระบุตรนี้ได้ทรงเนรมิตทุกสิ่งขึ้นมา เพราะเห็นแก่เรามนุษย์ เพื่อช่วยเราให้รอด พระองค์จึงเสด็จจากสวรรค์

เดชะพระจิต พระองค์ทรงรับเอากายจากพรหมจารีมารีอามาเป็นมนุษย์ พระองค์ยังทรงถูกตรึงกางเขน เพื่อเรา ทรงรับทรมานและถูกฝังไว้ สมัยปอนติอุสปิลาส ทรงคืนชีพในวันที่สามตามที่กล่าวไว้ในพระคัมภีร์ เสด็จสู่สวรรค์ประทับเบื้องขวาพระบิดา พระองค์จะเสด็จมาอีกด้วยราศีรุ่งโรจน์เพื่อพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย รัชสมัยของพระองค์จะไม่มีสิ้นสุด

3. ข้าพเจ้าเชื่อในพระเจิดจ้า ผู้ประทานชีวิต ทรงเนื่องมาจากพระบิดาและพระบุตร พระองค์ดำรัสทางผู้ประกาศศาสนา

4. ข้าพเจ้าเชื่อในพระศาสนจักร หนึ่งเดียว ศักดิ์สิทธิ์ สากล และสืบเนื่องมาจากอัครสาวก

5. ข้าพเจ้าเชื่อในการยกบาป ยอมรับว่าพิธีล้างที่ยกบาปมีแต่พิธีเดียว

6. ข้าพเจ้าเชื่อในการคืนชีพของร่างกาย ข้าพเจ้ารอวันที่ผู้ตายจะคืนชีพ และเชื่อชีวิตของภพหน้า

หลักความเชื่อของนิกายโรมันคาทอลิก

นิกายโรมันคาทอลิกยึดถือหลักความเชื่อดั้งเดิม 6 ประการ ดังกล่าวและเน้นในข้อเพิ่มเติมต่อไปนี้

1. พระผู้เป็นเจ้ามีแต่เพียงพระเป็นเจ้าเดียว มีธรรมชาติเป็นแต่เพียงหนึ่งเดียว แต่ในพระเป็นเจ้าเดียวนั้น มีสามพระบุคคล คือ พระบิดา พระบุตร และพระจิต และสามพระบุคคลนี้รวมกันเรียกว่า ตรีเอกานุภาพ (Trinity) บางท่านแปลว่าตรีเอกภาพตรี แปลว่า สาม เอก แปลว่า หนึ่ง จึงแปลรวมกันว่า สามพระบุคคลในพระเจ้าเดียวกัน

2. พระเยซูคริสต์ทรงมี 2 สภาวะ คือ ทรงเป็นพระเจ้าแท้ และเป็นมนุษย์แท้ พระเยซูได้เสด็จลงมาจากสวรรค์มารับเอาธรรมชาติมนุษย์ เพื่อทรงไถ่บาปแทนมนุษย์ด้วยการยอมรับการทรมาน และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน สามวันหลังจากที่พระองค์สิ้นพระชนม์ พระองค์ได้ฟื้นขึ้นและประทับอยู่กับสาวกเป็นเวลา 40 วัน เมื่อครบ 40 วันแล้ว พระองค์ก็ได้เสด็จขึ้นสวรรค์

3. ยกย่องพระนางมารีย์ (หรือมาเรียหรือมารีอา) เป็นพระมารดาของพระเจ้า เรียกโดยทั่วไปว่าแม่พระ และถือว่าก่อนที่พระเยซูจะเสด็จขึ้นสวรรค์ได้ทรงสถาปนาพระนาง ให้เป็นแม่พระของคริสต์ศาสนิกชนทุกคน พระนางได้ถูกยกขึ้นสวรรค์ทั้งร่างไปรับมงกุฎ เป็นพระราชินีแห่งเทพเทวาและนักบุญทั้งหลายในสวรรค์ ทรงเป็นคนกลางระหว่างพระเจ้ากับคริสต์ศาสนิกชน ชาวคาทอลิกเชื่อว่าการสวดขอพรต่อแม่พระ ให้พระนางช่วยเสนอขอพระพรจากพระเป็นเจ้าจะได้รับผล

4. ยกย่องโยเซฟ (บิดาเลี้ยงของพระเยซู) เป็นนักบุญ และยกย่องนับถือสหพันธ์นักบุญ (Communion of Saints) คำว่านักบุญ (Saint หรือ St.) เป็นคำใช้ในคริสต์ศาสนา สำหรับบุคคลที่กระทำความดีพิเศษในศาสนา เช่น ได้เสียสละชีวิตให้แก่ศาสนา เสียสละความสุขช่วยเหลือคนจำนวนมาก บุคคลที่จะได้รับการยกย่องว่าเป็นนักบุญ จะต้องเป็นผู้ที่คณะสงฆ์ที่โรมประกาศว่าเป็นเซนต์ และกว่าจะได้รับการประกาศยกย่องเช่นนั้น ก็มักจะเป็นเวลาล่วงไปหลายสิบปี หรือถึงร้อยปีหลังจากบุคคลนั้นสิ้นชีวิตไปแล้ว ชาวคาทอลิกเชื่อว่านักบุญเป็นที่รักของพระเยซูเจ้า เมื่อเราไปสวดภาวนาขอต่อนักบุญก็เท่ากับเราไปขอให้ท่านช่วยเสนอต่อพระเป็นเจ้าอีกทีหนึ่ง ให้ประทานพระคุณแก่เรา แทนที่เราจะสวดขอต่อพระเป็นเจ้าโดยตรง

5. เชื่อในเรื่องแดนชำระ คาทอลิกเชื่อว่าเมื่อคนตาย ขณะที่สิ้นชีวิต วิญญาณจะถูกพิพากษาเป็นรายบุคคลไป ผู้ที่ทำบาปหนักวิญญาณก็ไปนรก ผู้ที่บริสุทธิ์หรือได้ใช้บาปหมดแล้วก็ไปสวรรค์ ส่วนวิญญาณของผู้ที่ไม่มีบาปหนัก แต่ก็ไม่บริสุทธิ์ จะไปสู่สถานที่สำหรับชำระวิญญาณเรียกว่า “แดนชำระ” ก่อน คือยังไม่ไปสู่นรกหรือสวรรค์ วิญญาณจะไปสู่สถานที่นี้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะชดใช้โทษบาปหมดแล้ว จึงจะได้รับอนุญาตให้เข้าสวรรค์ได้

6. ชาวคาทอลิกถือว่าพระสันตะปาปา ผู้ดำรงตำแหน่งประมุขของคริสต์ศาสนิกชนประจำอยู่ที่กรุงโรม เป็นผู้รับทายาทสืบต่อจากเซนต์ปีเตอร์ (เปโตร) อัครสาวกของพระเยซู เพื่อปกครองคริสต์ชนในมนุษย์โลกแทนองค์พระเยซู เพราะพระเยซูประทานอำนาจนี้ไว้แก่อัครสาวกเปโตร อำนาจนี้สืบทอดกันมาทางสายพระสังฆราชแห่งโรม ดังนั้นจึงถือว่าพระสันตะปาปาเป็นประมุขของพระศาสนจักรคาทอลิก พระองค์ไม่รู้จักผิดพลั้ง (infalliable) หมายความว่า คำสั่งสอนของพระสันตะปาปาในตำแหน่งหน้าที่ประมุขของศาสนาจะผิดพลั้งไม่ได้ เฉพาะเรื่องที่เน้นการใช้อำนาจนี้เป็นครั้งๆ ไป

7. พิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญ เรียกว่า พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์ 7 ประการ (Sacraments) ซึ่งนิกายโรมันคาทอลิกปฏิบัติอยู่ คือ

  • ศีลล้างบาป
  • ศีลกำลัง
  • ศีลมหาสนิท
  • ศีลแก้บาป
  • ศีลเจิมคนไข้
  • ศีลบรรพชา
  • ศีลกล่าว

ขอขอบคุณบทความดีๆประเทืองปัญญาโดย sagaming66