Categories
ชีวประวัติ

ดาวิด จากสามัญชยสู่กษัตริย์ ผู้เปี่ยมคุณธรรม แต่ก็ล้มในบาป

เรา Centrovirtual จะพาคุณไปรู้จักกับ ดาวิด บุคคลในตำนาน ผู้ซึ่งได้เป็นกษัตริย์ผู้ปกครองชาวยิว เป็นคนที่พระเจ้าทรงโปรดปราณ แต่ก็ยังมีบาปที่ก่ออยู่ ไม่มีใครดีพร้อมจริงๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก สมาคมพระคริสตธรรมไทย

ดาวิด

ดาวิด

กษัตริย์ดาวิด หรือ พระเจ้าดาวิด (อังกฤษ: David; ฮีบรู: דָּוִד‎ ภาษาฮีบรูมาตรฐาน: Davíd [ดาวิด]; ภาษาฮีบรูไทบีเรียน: Dāwíð; อาหรับ: داوود or داود‎, Dāwūd, [ดาวูด]; หมายถึง เป็นที่รัก) (1037 – 967 ก่อนคริสต์ศักราช; ปกครองราชอาณาจักรยูดาห์และราชอาณาจักรอิสราเอล 1005 – 967 ก่อนคริสต์ศักราช)

ดาวิด เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ที่สองของราชอาณาจักรอิสราเอล กล่าวกันว่ามีคุณธรรมและเป็นนักการทหารที่มีความสามารถ นอกจากนี้ยังเป็นนักดนตรี กวี (เชื่อกันว่าเป็นผู้เขียนเพลงสดุดีหลายเพลง) ดาวิดในวัยเด็กเป็นเพียงเด็กเลี้ยงแกะธรรมดา แต่เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงเลือกและมีอุปนิสัยกล้าหาญไม่เกรงกลัวใคร โดยอาสาเข้าต่อสู้ตัวต่อตัวกับ โกไลแอ็ธ นักรบร่างมหึมาผู้เป็นทหารเอกของชาวฟิลิสทีน และสามารถสังหารโกไลแอ็ธลงได้ จึงมีความดีความชอบได้มารับใช้พระเจ้าซาอูล (Saul) ในฐานะนายพลและที่ปรึกษาทางทหารคนสนิท และยังเป็นเพื่อนสนิทกับ โจนาธาน ราชบุตรของซาอูล ต่อมาพระเจ้าซาอูลเกิดระแวงว่าดาวิดจะแย่งชิงราชบัลลังก์ จึงพยายามกำจัดดาวิด แต่ซาอูลและโจนาธานพ่ายแพ้เสียชีวิตในการรบ ดาวิดจึงได้รับการเจิมขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ของอิสราเอล ต่อมาพระเจ้าดาวิดทรงพิชิตเยรูซาเลมได้ และนำหีบแห่งพันธสัญญาเข้ามาประดิษฐานในเมือง แต่เนื่องจากทรงประพฤติผิดทางเพศต่อนางแบธชีบา ทำให้พระองค์ถูกพระเจ้าตำหนิติเตียนและทำให้ทรงหมดความชอบธรรมที่จะสร้างวิหารศักดิ์สิทธิ์ขึ้นในเยรูซาเลม

ชาวยิวถือว่าดาวิดและกษัตริย์โซโลมอน พระราชบุตรของพระองค์ เป็นผู้ก่อตั้งประเทศอิสราเอลขึ้น ดาวิดถือเป็นต้นแบบของกษัตริย์ในอุดมคติของชาวอิสราเอล นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า พระเมสสิยาห์ หรือพระผู้ไถ่ ที่จะมาจุติในอนาคตจะเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากพระองค์ ชีวิตของกษัตริย์ดาวิดที่บันทึกไว้ในหนังสือซามูเอล เล่มที่ 1 ในพันธสัญญาเดิมตั้งแต่บทที่ 16 เป็นต้นไปและหนังสือพงศาวดาร

ดาวิดเป็นบุคคลสำคัญในศาสนาอับราฮัม

รื่องราวของซาอูลจบลงอย่างน่าเศร้า ชายผู้เริ่มชีวิตด้วยการเป็นผู้เผยพระวจนะคนสุดท้ายกลับหันหลังให้กับพระเจ้าผู้ทรงดำรงอยู่ เขาพึ่งพาหมอดูเพื่อจะได้รู้ว่าควรทำอะไรต่อไป พระเจ้าไม่ได้พูดกับเขาอีกต่อไป ซาอูลตายในขณะที่กำลังสู้รบในสนามรบใหญ่และลูกชายทั้งสามก็ตายกับเขาด้วย

หลังจากเหตุการณ์นี้ ดาวิดได้เดินทางไปหลายที่ของประเทศเพื่อจะรับการยอบรับจากประชาชนและเขาก็ประสบความสำเร็จ ดาวิดนำหีบพันธสัญญาซึ่งเป็นสัญลักษณ์การสถิตอยู่ของพระเจ้าไปเมืองเยรูซาเล็มที่ที่เขาต้องการสร้างพระวิหารสำหรับพระเจ้าผู้ทรงดำรงอยู่

อ​มา​เมื่อ​พระ​รา​ชา​ประ​ทับ​ใน​พระ​ราช​วัง​ของ​พระ​องค์ และ​พระ​ยาห์​เวห์​ทรง​ให้​พระ​องค์​พัก​สงบ​จาก​เหล่า​ศัตรู​รอบ​ด้าน​ของ​พระองค์ พระ​รา​ชา​ตรัส​กับ​นา​ธัน​ผู้​เผย​พระ​วจนะ​ว่า “ดู​สิ เรา​อยู่​ใน​บ้าน​ทำ​ด้วย​ไม้​สน​สีดาร์ แต่​หีบ​ของ​พระ​เจ้า​อยู่​ใน​เต็นท์” และ​นา​ธัน​ทูล​พระ​รา​ชา​ว่า “ขอ​ทรง​ทำ​ทุกสิ่ง​ตาม​พระ​ทัย​ของ​ฝ่า​พระ​บาท​เพราะ​พระ​ยาห์​เวห์​สถิต​กับ​ฝ่า​พระ​บาท”

แต่​ต่อ​มา​ใน​คืน​วัน​นั้น พระ​วจนะ​ของ​พระ​ยาห์​เวห์​มา​ถึง​นา​ธัน​ว่า “จง​ไป​บอก​ดาวิด​ผู้​รับ​ใช้​ของ​เรา​ว่า พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​ดัง​นี้​ว่า เจ้า​จะ​สร้าง​นิเวศ​ให้​เรา​อยู่​หรือ? เรา​ไม่​เคย​อยู่​ใน​นิเวศ​นับ​แต่​วัน​ที่​เรา​พา​พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล​ขึ้น​มา​จาก​อียิปต์​จน​ถึง​วัน​นี้ และ​เรา​เอง​ก็​ไป​กับ​เต็นท์​และ​กับ​พลับ​พลา ใน​ที่​ต่างๆ ที่​เรา​เอง​ไป​กับ​พงศ์​พันธุ์​อิส​รา​เอล​ทั้ง​หมด เรา​เคย​พูด​สัก​คำ​กับ​ผู้​นำ​คน​ไหน​ใน​เผ่า​ของ​อิส​รา​เอล ผู้​ที่​เรา​บัญ​ชา​ให้​เขา​เลี้ยง​ดู​อิส​รา​เอล​ประ​ชา​กร​ของ​เรา​ไหม​ว่า ทำไม​พวก​เจ้า​ไม่​สร้าง​นิเวศ​ไม้​สน​สีดาร์​ให้​เรา? เพราะ​ฉะนั้น บัด​นี้​เจ้า​จง​กล่าว​แก่​ดาวิด​ผู้​รับ​ใช้​ของ​เรา​ว่า พระ​ยาห์​เวห์​จอม​ทัพ​ตรัส​ดัง​นี้​ว่า เรา​เอง​นำ​เจ้า​มา​จาก​ทุ่ง​หญ้า จาก​การ​ตาม​ฝูง​แพะ แกะ เพื่อ​ให้​เจ้า​เป็น​ผู้นำ​เหนือ​อิส​รา​เอล​ประ​ชา​กร​ของ​เรา เรา​อยู่​กับ​เจ้า​ทุก​แห่ง​ที่​เจ้า​ไป และ​ได้​กำ​จัด​ศัตรู​ของ​เจ้า​ทั้ง​หมด​ให้​พ้น​หน้า​เจ้า และ​เรา​จะ​ทำ​ให้​เจ้า​มี​ชื่อ​เสียง​โด่งดัง เช่น​เดียว​กับ​ชื่อ​เสียง​ของ​พวก​ผู้​ยิ่ง​ใหญ่​ใน​โลก และ​เรา​จะ​กำ​หนด​ที่​หนึ่ง​ให้​อิส​รา​เอล​ประ​ชา​กร​ของ​เรา และ​เรา​จะ​ปลูก​ฝัง​พวก​เขา​ไว้ เพื่อ​พวก​เขา​จะ​ได้​อยู่​ใน​ที่​ของ​เขา​เอง​และ​ไม่​ถูก​รบ​กวน​อีก และ​พงศ์​พันธุ์​ของ​คน​อธรรม​จะ​ไม่​ข่ม​เหง​เขา​อีก​ดัง​ที่​ผ่าน​มา ตั้ง​แต่​สมัย​เมื่อ​เรา​ตั้ง​พวก​ผู้​วินิจ​ฉัย​เหนือ​อิส​รา​เอล​ประ​ชา​กร​ของ​เรา และ​เรา​จะ​ให้​เจ้า​พัก​สงบ​จาก​พวก​ศัตรู​ของ​เจ้า พระ​ยาห์​เวห์​ตรัส​แก่​เจ้า​อีก​ว่า พระ​ยาห์​เวห์​จะ​ทรง​ให้​เจ้า​มี​ราช​วงศ์ เมื่อ​วัน​ของ​เจ้า​ครบ​แล้ว และ​เจ้า​ล่วงหลับ​อยู่​กับ​บรรพ​บุรุษ​ของ​เจ้า เรา​จะ​ตั้ง​พงศ์​พันธุ์​ของ​เจ้า​คน​หนึ่ง​สืบ​ต่อ​จาก​เจ้า ผู้​ซึ่ง​เกิด​มา​จาก​ตัว​เจ้า​เอง และ​เรา​จะ​สถา​ปนา​อา​ณา​จักร​ของ​เขา เขา​เอง​จะ​เป็น​ผู้​สร้าง​นิเวศ​เพื่อ​นาม​ของ​เรา และ​เรา​จะ​สถา​ปนา​บัล​ลังก์​แห่ง​ราช​อา​ณา​จักร​ของ​เขา​ให้​อยู่​เป็น​นิตย์​

พระเจ้าได้ “อวยพร” ดาวิด (พระเจ้าทำให้เขามีความสุข) เมื่อพระองค์บอกเขาว่าคนในครอบครัวของเขาจะเป็นกษัตริย์ชั่วนิรันดร์ สิ่งที่ทำให้เราวางใจพระเจ้ามากขึ้นมักจะทำให้เรามีความสุข ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? เพราะว่าพระเจ้าเป็นผู้อวยพรเรามากที่สุด คุณคิดถึงตอนที่คุณได้รับการอวยพรจากพระเจ้าได้ไหม? สิ่งนั้นทำให้คุณมีความสุขไหม?

ทำ “กล่องพระพร” หากล่องใบเล็กแล้วตกแต่งด้วยกระดาษหรือสติ๊กเกอร์หลากสี ใช้กระดุม ลูกปัด ลูกแก้ว หรือ สิ่งที่คล้ายๆ กัน เริ่มคิดถึงสิ่งที่จะ “ขอบคุณ” พระเจ้า แต่ละครั้งที่คิดได้ให้วางของลงไปในกล่องแล้วบอกว่าพระเจ้าทำให้คุณมีความสุขอย่างไร (“ที่อวยพร” คุณ)

ถ้าคุณสามารถนึกถึง “การขอบคุณ” ได้อีก ให้หยิบของออกมาให้หมดแล้วเริ่มใหม่!

งานศิลป์ที่โด่งดัง รูปสลักดาวิด

ดาวิดผู้ฆ่ายักษ์โกลิอัท” สักเล็กน้อยเพื่อเข้าใจเบื้องหลังที่มาของรูปแกะสลักชิ้นนี้

ดาวิด คือวีรบุรุษของชาวอิสราเอล และเป็นกษัตริย์องค์ที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอิสราเอลโบราณ เขาเริ่มต้นจากการเป็นเด็กเลี้ยงแกะ ก่อนก่อวีรกรรมสร้างชื่อด้วยการสังหาร “ยักษ์โกลิอัท” นักรบร่างใหญ่ของกองทัพฟีลิสเตียที่เข้ามารุกรานดินแดนอิสราเอล

ตามบันทึกของคัมภีร์ไบเบิลฉบับพันธสัญญาเดิม (1 ซามูเอล 17) บรรยายถึงโกลิอัทไว้ว่า เขาเป็นนักรบสูงหกศอกคืบ สวมหมวก เสื้อเกราะ และสนับแข้งที่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ มีหอกสัมฤทธิ์เป็นอาวุธ สื่อถึงความแข็งแกร่งของร่างกาย และเทคโนโลยีที่เป็นต่อยิ่งกว่า เมื่อเทียบกับ “ดาวิด” เด็กหนุ่มผู้เป็นตัวแทนของกองทัพอิสราเอล  

เมื่อกองทัพฟีลิสเตียยกทัพรุกรานมาถึงเขตยูดาห์ โกลิอัทก็ตะโกนท้าชาวอิสราเอลให้ส่งผู้กล้ามาดวลกับเขาตัวต่อตัว ฝ่ายกษัตริย์ซาอูลกษัตริย์องค์แรกของอิสราเอล (ที่ไม่ได้มีสัมพันธ์ทางสายเลือดกับดาวิด) กับเหล่าราษฎรของพระองค์ได้ยินเสียงท้าทายก็อกสั่นขวัญหาย แต่ดาวิดเด็กหนุ่มร่างเล็กกลับหาญกล้าอาสาเป็นตัวแทนชาวอิสราเอล

กษัตริย์ซาอูลเห็นดาวิดเสนอตัวจึงบอกว่า “เจ้าไม่สามารถที่จะไปสู้รบกับชายฟีลิสเตียคนนั้นดอก เพราะเจ้าเป็นแต่เด็กหนุ่ม และเขาเป็นทหารชำนาญศึกมาตั้งแต่หนุ่ม ๆ แล้ว”

ฝ่ายดาวิดได้ฟังแล้วก็ตอบกลับไปว่า ตัวเขานั้นก็ไม่ธรรมดา เวลาเลี้ยงแกะเลี้ยงแพะให้พ่อ เจอสิงโตเจอหมีมารังควานเขาก็ไล่ฆ่ามาหมดแล้ว “คนฟีลิสเตียผู้มิได้เข้าสุหนัตก็เป็นเหมือนสัตว์เหล่านั้นตัวหนึ่ง” ดาวิดประกาศ ด้วยเชื่อว่า พระผู้เป็นเจ้าที่เคยอยู่ข้างเขามาตลอดเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสัตว์ร้าย เมื่อเขาต้องต่อกรกับผู้รุกรานชาวฟีลิสเตียนอกรีต พระองค์ก็จะต้องช่วยเขาไว้ด้วยเป็นแน่

กษัตริย์ซาอูลฟังแล้วก็ใจชื้นยื่นเสื้อเกราะและหมวกทองสัมฤทธิ์ให้ดาวิดสวมใส่ ดาวิดสวมแล้วบอกว่าไม่ถนัดจะขอสู้ด้วยตัวเปล่ากับอาวุธติดตัวเป็นหินแม่น้ำห้าก้อนกับสายสลิงอาวุธโบราณสำหรับเขวี้ยงก้อนหิน (และแน่นอนว่ายังมีพระเยโฮวาห์ที่อยู่ข้างเขามาตลอดด้วย)

เมื่อตัวแทนของสองฝ่ายลงสู่สังเวียน โกลิอัทก็ลุกขึ้นวิ่งเข้าใส่ ฝ่ายดาวิดจึงล้วงเอาก้อนหินในย่ามออกมาก้อนหนึ่งแล้วเหวี่ยงด้วยสายสลิงเข้ากลางหน้าผากจมลึกอยู่ในกะโหลก ทำให้โกลิอัทถึงแก่ความตายในทันทีด้วยก้อนหินเพียงก้อนเดียว ก่อนที่ดาวิดจะทำการข่มขวัญกองทัพศัตรูด้วยการตัดคอโกลิอัท จนทำให้กองทัพฟีลิสเตียขวัญเสียวิ่งหนีไปแบบไม่เป็นขบวน

ดาวิดจึงเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้ที่ด้อยกว่าในเชิงกายภาพ (หากประเมินด้วยตาเปล่าอย่างเดียว) แต่สามารถพลิกเอาชนะฝ่ายที่มีกำลังอำนาจเหนือกว่าได้อย่างเหนือความคาดหมาย ซึ่งจริง ๆ นี่เป็นเรื่องที่พอจะเป็นไปได้ เพราะสลิงแม้จะเป็นอาวุธโบราณสร้างขึ้นง่าย ๆ ด้วยเชือก แต่มันก็สามารถเหวี่ยงก้อนหินด้วยความเร็วสูง หากโดนเป้าหมายก็จะสร้างความเสียหายรุนแรงได้ แต่ปัญหาของมันอยู่ที่การควบคุมที่ไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้ใช้จึงต้องมีทักษะสูง หรือไม่ก็ต้องได้รับพรจากพระผู้เป็นเจ้าเหมือนเช่นดาวิด

เมื่อกลับมาย้อนดูดาวิดของมีเกลันเจโล เขาเลือกที่จะเล่าถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นต่างไปจากศิลปินคนอื่น ๆ ที่เคยทำมาก่อน คือก่อนนั้นศิลปินส่วนใหญ่เลือกที่จะเล่าถึงเหตุการณ์หลังจากที่ดาวิดได้ชัยชนะเหนือโกลิอัทแล้ว ขณะที่มีเกลันเจโลเลือกที่จะแสดงภาพของดาวิดในตอนที่เขายังไม่ได้ประมือกับโกลิอัท แต่ก็ตั้งท่าเตรียมพร้อม มือซ้ายคว้าสายสลิงพาดบ่า มีย่ามใส่ก้อนหินแม่น้ำวางอยู่ข้างขาขวา และสายตาที่จ้องเขม็งด้วยความมาดมั่น

รูปแกะสลักนี้เดิมทีเดียวมีแผนที่จะนำไปประดับเครื่องค้ำหลังคาของวิหารแห่งฟลอเรนซ์แต่เมื่องานของมีเกลันเจโลเสร็จสิ้น ทางรัฐบาลสาธารณรัฐแห่งฟลอเรนซ์ก็เกิดเปลี่ยนใจเอาไปประดับไว้ที่หน้าศาลาว่าการรัฐบาล (Piazza della Signoria) แทน และกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งเสรีภาพของฟลอเรนซ์ท่ามกลางภัยคุกคามจากอาณาจักรใหญ่ข้างเคียง

ทั้งนี้ มีเกลันเจโลเติบโตในยุคที่ตระกูลเมดีซีครองอำนาจ ก่อนตระกูลเมดิซีจะถูกขับออกไปในปี 1494 เมื่อกองทัพฝรั่งเศสเข้ารุกรานโดยได้รับการสนับสนุนจากชาวบ้าน และรื้อฟื้นระบอบสาธารณรัฐขึ้นมา ฝ่ายมีเกลันเจโลที่ออกจากฟลอเรนซ์ไปตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการเมืองก็ได้เดินทางกลับมายังเมืองศูนย์กลางศิลปะแห่งนี้อีกครั้งเมื่อเหตุการณ์สงบลง และรับการว่าจ้างจากรัฐบาลสาธารณรัฐในปี 1501 ให้ช่วยสร้างรูปแกะสลักดาวิดขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าแม้พวกเขาจะดู “เล็ก” แต่ก็มีพิษสงเหมือนดาวิด (เขาแกะสลักแล้วเสร็จในปี 1504)

อย่างไรก็ดี รัฐบาลสาธารณรัฐคงอยู่ได้ไม่นานตระกูลเมดีซีก็กลับมาพร้อมการสนับสนุนจากกองทัพสเปนและยึดอำนาจคืนได้สำเร็จในปี 1512 พร้อมใช้อำนาจหนักมือขึ้นกว่าเดิมและพยายามบั่นทอนระบอบสาธารณรัฐ ก่อนที่ฝ่ายนิยมสาธารณรัฐสามารถพลิกกลับมามีอำนาจได้ระยะสั้น ๆ ในปี 1527 หลังจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 แห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ (ซึ่งเป็นเจ้าแห่งสเปนด้วย) ยกทัพเข้ารุกรานโรม แต่เมื่อพระสันตะปาปาแห่งตระกูลเมดีซีคืนดีกับจักรพรรดิคาร์ลที่ 5 แล้ว จักรพรรดิก็ใช้กำลังกำจัดฝ่ายนิยมสาธารณรัฐในฟลอเรนซ์คืนอำนาจให้กับตระกูลเมดีซีในปี 1530 ก่อนที่ตระกูลเมดีซีก็ยกตัวเองขึ้นเป็น “เจ้า” เพื่อปิดฉากระบอบสาธารณรัฐโดยสมบูรณ์ (Britannica)

(ส่วนรูปปั้นดาวิดของมีเกลันเจโลก็ยังถูกตั้งไว้หน้าศาลาว่าการแห่งฟลอเรนซ์เรื่อยมา จนกระทั่งปี 1873 จึงถูกย้ายเข้าไปตั้งใน Accademia Gallery เพื่อง่ายต่อการดูแลรักษา และดาวิดจำลองก็ถูกนำไปติดตั้งแทนที่ที่หน้าทางเข้าศาลาว่าการของฟลอเรนซ์ในปี 1910)

ขอขอบคุณบทความนานาสาระ ชีวประวัติบุคคลดัง โดย ufabet.com