Categories
ชีวประวัติ

เรย์นัลโด อิเลโต้ ผู้เปิดความรู้แบบอาณานิคม

ชนชั้นล่างที่ถูกเพิกเฉย ไม่ยอมตกเป็นผู้ถูกกระทำเพียงฝ่ายเดียว
นี่คือคำกล่าวของชายผู้นี่ เรย์นัลโด อิเลโต้
Centrovirtual จะพาคุณไปรู้จักเค้ากัน

เรย์นัลโด อิเลโต้

เรย์นัลโด อิเลโต้

มวลชนผู้ทนทุกข์ไร้การศึกษาไม่ได้เฉยชามืดมน จนเป็นฝ่ายรองรับการกระทำของชนชั้นนำเพียงอย่างเดียว หากแต่มีศักยภาพในการดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้นจากสภาวะถูกกระทำอีกทั้งเป็นฝ่ายกำหนดนิยามความหมายของสิ่งที่ตัวเองกระทำ แทนที่จะเป็นฝ่ายถูกให้ความหมายเพียงฝ่ายเดียว การก้าวไปสู่หนทางแห่งความเป็นเอกราชหรือเสรีภาพย่อมไม่อาจเพิกเฉยต่อเสียงที่เปล่ามาจากมวลชนคนชั้นล่างได้

นี่คือประโยคหนึ่งที่ยกมาจากหนังสือ  บทสวดหาการุญกับการปฏิวัติ : ประวัติศาสตร์ฟิลิปปินส์ จากมุมมองของมวลชนคนชั้นล่าง ของอิเลโต้ โครงการวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดโครงการวิจัยนักคิดปัญญาชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุ่งสำรวจตัวตน ประสบการณ์ ความคิดและอิทธิพลทางความคิดของปัญญาชนที่มีอิทธิพลต่อสังคมร่วมสมัยของแต่ละประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งหวังว่าว่าจะสร้างมุมมองและความเข้าใจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญนี้ ทั้งนี้ในส่วนของปัญญาชนฟิลิปปินส์นั้น นอกอัมเบ็ธ อาร์. โอคัมโป (Ambeth Ocampo) นักประวัติศาสตร์-หนังสือพิมพ์ฟิลิปปินส์ และกิตลัต ตาฮิมิก (Kidlat Tahimik) ผู้กำกับภาพยนตร์ทวนกระแสแล้ว โครงการได้เลือกศึกษาปัญญาชนนักประวัติศาสตร์คนสำคัญของฟิลิปปินส์อีกท่านหนึ่ง คือ เรย์นัลโด อิเลโต้ (Reynald C. Ileto)

ศาสตราจารย์อิเลโต้เกิดเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ.1946 ในกรุงมะนิลา  หลังจากสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอเธเนโอ เดอ มะนิลาเมื่อ ค.ศ.1967 แล้ว ก็ได้เดินทางไปศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยคอร์แนล โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (วิชาโทคือประวัติศาสตร์จีนร่วมสมัย) เมื่อ ค.ศ.1970

โดยเขียนวิทยานิพนธ์ซึ่งในปีต่อมาได้รับการตีพิมพ์โดยศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาของมหาวิทยาลัยคอร์แนลในชื่อเรื่องว่า “Magindanao, 1860-1888: The Career of Datu Uto of Buayan” เมื่อสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (โดยมีสาขาวิชามานุษยวิทยาเป็นวิชาโท) เมื่อ ค.ศ.1975

แล้ว อิเลโต้ก็ได้กลับมาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ณ ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติฟิลิปปินส์ (UP – Diliman) ก่อนจะตีพิมพ์ผลงานวิจัยอันปรับปรุงขยายความมาจากวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเรื่อง Pasyon andRevolution: Popular Movements in the Philippines, 1840–1910ใน ค.ศ.1979  

แม้ว่าในช่วงแรกๆ หนังสือเล่มนี้ไม่ค่อยได้รับการยอมรับนักในแวดวงวิชาการของฟิลิปปินส์เอง แต่หนังสือเล่มนี้กลับได้รับการยอมรับอย่างสูงในวงวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษาในสหรัฐฯ โดยเฉพาะการได้รับรางวัลแฮร์รี่ เบนดา (Harry Benda Prize) ประจำปี ค.ศ.1985 จากสมาคมเอเชียศึกษา (Association of Asian Studies – AAS) ซึ่งมอบให้แก่หนังสือเล่มแรกของนักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา

หลังจากนั้น อิเลโต้จึงย้ายไปสอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยเจมส์ คุก (James Cook University) ประเทศออสเตรเลียเมื่อ ค.ศ.1986 ก่อนจะย้ายไปดำรงตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University) เมื่อ ค.ศ. 1996 และย้ายมาดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ณ ภาควิชาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (National University of Singapore) เมื่อ ค.ศ.2001  

นอกจากหนังสือเรื่อง Pasyon andRevolution ของอิเลโต้จะได้รับการยอมรับอย่างสูง คือนอกจากได้รับรางวัลแฮร์รี่ เบนดาแล้ว ในการสำรวจของวารสาร Sojourn ของสถาบันวิจัยเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา (Institute of Southeast Asian Studies) ประเทศสิงคโปร์นั้น หนังสือเล่มนี้ยังได้รับการยอมรับให้เป็นหนังสือที่ทรงอิทธิพลเล่มหนึ่งในจำนวนสิบสี่เล่มจากแวดวงวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และถือเป็นหนังสือเกี่ยวกับฟิลิปปินส์ที่ได้รับการอ้างถึงมากที่สุดเล่มหนึ่งทั้งโดยนักวิชาการฟิลิปปินส์และไม่ใช่ฟิลิปปินส์ นอกจากนั้น ศาสตราจารย์อิเลโต้ยังได้รับรางวัลฟูกูโอกะทางด้านวัฒนธรรมเอเชียครั้งที่ 14 ประจำปี ค.ศ.2003

นอกจากหนังสือเรื่อง Pasyon and Revolution ของอิเลโต้จะถูกเขียนขึ้นบนกรอบวิธีคิดและวิธีวิทยาเกี่ยวกับการศึกษาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากมุมมอง วิธีคิด/โลกทัศน์ และบริบทของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เองของศาสตราจารย์โอลิเวอร์ วอลเตอร์ ปรมาจารย์ทางประวัติศาสตร์ผู้เป็นครูทางความคิดคนสำคัญของอิเลโต้ ณ มหาวิทยาลัยคอร์แนลแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังถูกเขียนขึ้นในบริบทของการเคลื่อนไหวปฏิวัติของขบวนการคอมมิวนิสต์ในฟิลิปปินส์และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อให้เกิดงานเขียนจำนวนมากทั้งในส่วนของการทำความเข้าใจปรากฏการณ์และการทำความเข้าใจต่อวิธีคิดของแนวร่วม/ชนชั้นล่างที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของขบวนการต่างๆ

โดยหนังสือที่มีชื่อเสียงอุโฆษอันเกิดจากความพยายามทำความเข้าใจวิธีคิดพื้นฐานเรื่องความมั่นคงระยะยาวทางเศรษฐกิจและการเลือกอยู่ภายใต้การขูดรีดของระบบการผลิตแบบจารีตและความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ของชนชั้นล่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือผลงานของเจมส์ สก็อต (James C. Scott) เรื่อง The Moral Economy of the Peasant: Rebellion and Subsistence in Southeast Asia (1976) กล่าวได้ว่า แนวคิดในเรื่องการศึกษาประวัติศาสตร์จากมุมมองของชนชั้นช่าง (history from below) อันเป็นกรอบคิดสำคัญในการเขียนหนังสือเรื่อง Pasyon and Revolution ของอิเลโต้นั้นได้รับอิทธิพลมาจากการศึกษาประวัติศาสตร์การเคลื่อนไหวของขบวนการชาวนาและชนชั้นล่างในยุโรป โดยเฉพาะงานของอีริค ฮอบส์บอม (Eric Hobsbawm) เรื่อง Primitive Rebels: Studies in Archaic Forms of Social Movements in the 19th and 20th Centuries (1963) ซึ่งอิเลโต้อ้างถึงอยู่ในรายการบรรณานุกรม

นอกจากผลงานของอิเลโต้จะตั้งคำถามอย่างแหลมคม มีวิธีสนทนาและค้นหาความจริงจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้แยบคาย และสร้างคำอธิบายที่ทำให้เห็นถึงความรู้สึกนึกคิดและมุมมองจากชนชั้นล่างได้อย่างตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนและนำไปสู่การผลิตงานวิจัยอีกจำนวนหนึ่งของลูกศิษย์หรือสาวกของอิเลโต้ อาทิ เฟเนลลา แคนเนล (Fenella Cannell) ซึ่งเป็นงานมานุษยวิทยาที่ศึกษาความคิดเรื่องความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์/ความสัมพันธ์เชิงตอบแทน (utang na loob และ hiya) ในพื้นที่ภาคใต้ของเกาะลูซอน และเป็นหนังสือเล่มที่สองของนักวิชาการในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับรางวัลแฮรี่ เบนดาเมื่อ ค.ศ. 2001 และวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ของกลอเรีย คาโน (Maria Gloria Cano Garcia) เรื่อง “The ‘Spanish Colonial Past’ in the Construction of Modern Philippine History: A Critical Inquiry into the (Mis)use of Spanish Sources” หรือหนังสือซึ่งปรับปรุงมาจากวิทยานิพนธ์ ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียของจูเลียส เบาติสตา (Julius J. Bautista) เรื่อง Figuring Catholicism: An Ethnohistory of the Santo Nino de Cebu (ค.ศ.2010) และยังมีหนังสืออื่นๆ ที่ยังไม่ได้กล่าวถึง

กล่าวได้ว่า อิเลโต้ เป็นนักวิชาการคนสำคัญของกลุ่มชนชั้นล่าง ที่ยังคงมีชีวิตอยู่ เป็นปากเป็นเสียงให้กับพวกเขา

ดังนั้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า ศาสตราจารย์อิเลโต้จึงนับเป็นปัญญาชนคนสำคัญท่านหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญและมีอิทธิพลต่อวงการฟิลิปปินส์ศึกษาทั้งในและนอกประเทศฟิลิปปินส์ในปัจจุบัน  การศึกษาประวัติและผลงานเขียนของอิเลโต้จึงน่าจะเป็นส่วนสำคัญในการทำให้มองเห็นภูมิทัศน์ทางปัญญาของสังคมฟิลิปปินส์ร่วมสมัยและทำให้เข้าใจถึงประสบการณ์ร่วมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในยุคหลังอาณานิคม

ขอขอบคุณบทความชีวประวัตินักปรัชญา โดย ufabet.com