Categories
ประวัติศาสตร์

ปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่ออำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน

ปฏิวัติฝรั่งเศส

ปฏิวัติฝรั่งเศส เมื่ออำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน
การเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากระบอบกษัตริย์สู่ประชาธิปไตย
Centrovirtual จะพาคุณย้อนไปกันครับ

ปฏิวัติฝรั่งเศส

การปฏิวัติฝรั่งเศส (ฝรั่งเศสRévolution française) เริ่มต้นขึ้นในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1789 เมื่อระบอบเก่าได้ถูกล้มล้างเพื่อสนับสนุนระบอบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ การเข้ามาแทนที่ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1792 โดยสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่หนึ่ง ได้นำไปสู่การประหารชีวิตพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1793 และความวุ่นวายทางการเมืองที่ยืดเยื้อออกไป สิ่งเหล่านี้ได้สิ้นสุดลงในการแต่งตั้งนโปเลียนให้เป็นกงสุลคนแรกในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1799 ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าเป็นจุดสิ้นสุด หลักการหลายประการในปัจจุบันได้ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของระบอบประชาธิปไตยเสรีนิยมสมัยใหม่

ในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1700 และ ค.ศ. 1789 ประชากรชาวฝรั่งเศสได้เพิ่มมากขึ้นจาก 18 ล้านคน มาเป็น 26 ล้านคน ซึ่งนำไปสู่การว่างงานจำนวนมาก พร้อมกับการเพิ่มขึ้นของราคาอาหารอย่างรวดเร็ว ซึ่งเกิดมาจากการเก็บเกี่ยวที่แย่มาหลายปี ความทุกข์ยากทางสังคมได้กว้างขวางอย่างมาก ซึ่งนำไปสู่การเรียกประชุมสภาฐานันดรในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1789 ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1614 ในเดือนมิถุนายน สภาฐานันดรได้ถูกเปลี่ยนแปลงมาเป็นสมัชชาแห่งชาติ ซึ่งได้ทำการกวาดล้างสถานที่ทำการที่มีอยู่ด้วยมาตรการที่รุนแรง สิ่งเหล่านี้ได้รวมถึงการล้มล้างระบบฟิวดัล รัฐที่ถูกควบคุมโดยคริสตจักรคาทอลิก และการขยายสิทธิในการลงคะแนนเสียง

สามปีต่อมา ได้ถูกครอบงำโดยการต่อสู้เพื่อการควบคุมทางการเมือง ซึ่งเลวร้ายลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำและความไม่สงบในสังคม มหาอำนาจภายนอก เช่น ออสเตรีย บริติช และปรัสเซีย ได้มองว่า การปฏิวัตินั้นเป็นภัยคุกคาม ซึ่งนำไปสู่การลุกลามของสงครามปฏิวัติฝรั่งเศสในเดือนเมษายน ค.ศ. 1792 ด้วยความผิดหวังต่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ได้นำไปสู่การก่อตั้งสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่หนึ่ง เมื่อวันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1792 ตามมาด้วยการประหารชีวิตในเดือนมกราคม ค.ศ. 1793 ในเดือนมิถุนายน การก่อการกำเริบในกรุงปารีสได้ถูกแทนที่โดยกลุ่มฌีรงแด็ง ที่ครอบงำสมัชชาด้วยคณะกรรมาธิการความปลอดภัยส่วนรวม ภายใต้การนำโดยมักซีมีเลียง รอแบ็สปีแยร์

สิ่งนี้ได้จุดประกายก่อให้เกิดสมัยแห่งความน่าสะพรึงกลัว คือความพยายามที่จะกำจัดผู้ถูกกล่าวหาว่า”ต่อต้านการปฏิวัติ” เมื่อถึงเวลาสิ้นสุดลงในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1794 จำนวนกว่า 16,600 คน ล้วนถูกประหารชีวิตในกรุงปารีสและต่างจังหวัด เช่นเดียวกับศัตรูจากภายนอก สาธารณรัฐต้องเผชิญหน้ากับการก่อกบฎของฝ่ายนิยมเจ้าจากภายในประเทศและกลุ่มฌากอแบ็ง ในคำสั่งเพื่อกำจัดสิ่งเหล่านี้ คณะดีแร็กตัวร์ได้ขึ้นมามีอำนาจในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1795 แม้จะประสบความสำเร็จทางทหาร แต่ต้นทุนสงครามก็ได้นำไปสู่ความซบเซาทางเศรษฐกิจและความแตกแยกภายในประเทศ และในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1799 คณะดีแร็กตัวร์ได้ถูกแทนที่โดยคณะกงสุล โดยทั่วไปแล้ว จะถูกมองว่าเป็นอันสิ้นสุดของยุคสมัยการปฏิวัติ

สัญลักษณ์ของการปฏิวัติมากมาย เช่น ลามาร์แซแยซ และคำวลีอย่าง เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ (Liberté, égalité, fraternité) ได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งในการปฏิวัติอื่น ๆ เช่น การปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. 1917 ในอีกสองศตวรรษข้างหน้า หลักการสำคัญ เช่น ความเท่าเทียม จะกลายเป็นแรงบันดาลใจให้มีการรณรงค์เพื่อการเลิกทาสและสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั่วไป ค่านิยมและสถาบันนั้นมีอิทธิพลต่อการเมืองฝรั่งเศสจนถึงทุกวันนี้ และนักประวัติศาสตร์หลายคนได้ถือว่า การปฏิวัติเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มวลมนุษย์

สาเหตุ

มูลเหตุของการปฏิวัติฝรั่งเศสมีความซับซ้อนและยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่นักประวัติศาสตร์ นักประวัติศาสตร์ชี้ไปที่เหตุการณ์ และปัจจัยภายในต่าง ๆ ของระบอบเก่า (Ancien Régime) จำนวนหนึ่งว่าเป็นปัจจัยที่นำไปสู่การปฏิวัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัจจัยทางเศรษฐกิจรวมถึงความหิวโหยและทุพโภชนาการในประชากรกลุ่มที่ยากแค้นที่สุด อันเนื่องมาจากราคาขนมปังที่สูงขึ้น หลังจากการเก็บเกี่ยวธัญพืชที่ให้ผลไม่ดีหลายปีติดต่อกัน ซึ่งบางส่วนเกิดจากสภาพอากาศผิดปกติจากสภาพความหนาวเย็นผิดฤดู ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากกิจกรรมของภูเขาไฟที่ลากีและกริมสวอทน์ใน 1783-1784 ประกอบกับราคาอาหารที่สูงขึ้น และระบบการขนส่งที่ไม่เพียงพอซึ่งขัดขวางการส่งสินค้าอาหารปริมาณมากจากพื้นที่ชนบทไปยังศูนย์กลางประชากรขนาดใหญ่ ปัจจัยเหล่านี้มีส่วนทำให้สังคมฝรั่งเศสขาดเสถียรภาพในช่วงก่อนการปฏิวัติอย่างยิ่ง

สาเหตุอีกประการหนึ่งคือ ภาวะใกล้จะล้มละลายของรัฐบาลจากค่าใช้จ่ายในสงครามที่ฝรั่งเศสเข้าร่วมรบจำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามเจ็ดปีและสงครามปฏิวัติอเมริกา สงครามใหญ่เหล่านี้ก่อหนี้จำนวนมหาศาลให้แก่รัฐบาลฝรั่งเศส ซึ่งสถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงจากการสูญเสียการครอบครองพื้นที่อาณานิคมของฝรั่งเศสในทวีปอเมริกาเหนือ และการครอบงำทางพาณิชย์ของบริเตนใหญ่ที่เพิ่มขึ้น ทั้งระบบการเงินที่ไม่มีประสิทธิภาพและล้าสมัยของฝรั่งเศสก็ไม่สามารถจัดการกับหนี้สาธารณะได้ ทางรัฐบาลพยายามจะแก้ไขสถานการณ์ทางการเงินด้วยการเก็บภาษีเพิ่ม แต่ลักษณะการเก็บภาษีเป็นแบบถดถอย (regressive) กล่าวคือยิ่งมีรายได้มากภาระการจ่ายภาษียิ่งลดลง วิธีการเก็บภาษีดังกล่าวนอกจากจะล้าสมัยแล้ว ยังทวีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติการคลังเช่นนี้ กษัตริย์ฝรั่งเศสจึงทรงเรียกประชุมสภาฐานันดรขึ้นตามคำแนะนำของสภาอภิชนในปี 1787

สำหรับปัจจัยทางการเมือง เยือร์เกิน ฮาเบอร์มาส นักปรัชญาชาวเยอรมันอธิบายว่าเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของ “พื้นที่สาธารณะ” ที่กำลังเกิดขึ้นในฝรั่งเศสและยุโรปในช่วง ศ.ที่หนึ่ง8[5] โดยก่อนหน้านี้ (ศตวรรษที่หนึ่ง7) ฝรั่งเศสมีจารีตประเพณีการปกครองที่แยกชนชั้นปกครองออกจากชนชั้นที่ถูกปกครองอย่างชัดเจน ฝ่ายชนชั้นปกครองของฝรั่งเศสเป็นผู้ยึดกุมพื้นที่สาธารณะอย่างสิ้นเชิง และมุ่งจะแสดงออกถึงอำนาจทางการเมืองผ่านทางวัตถุ โดยการสร้างสิ่งก่อสร้างสาธารณะที่ใหญ่โต หรูหรา และมีราคาแพง เช่น พระราชวังแวร์ซาย ซึ่งถูกสร้างให้อาคันตุกะต้องมนต์ของความงดงามอลังการ และเพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งอำนาจที่เกรียงไกรของราชอาณาจักรฝรั่งเศสในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แต่พอถึงศตวรรษที่ 18 ประชาชนเริ่มมีความตื่นตัวทางการเมืองมากขึ้น การรู้หนังสือในหมู่ราษฎรมีเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ธุรกิจเอกสารสิ่งพิมพ์มีความคึกคัก มีการพบปะพูดคุยและเปลี่ยนความคิดเห็นและข่าวสารตามร้านกาแฟ ร้านหนังสือพิมพ์ และโรงช่างฝีมือในกรุงปารีส จนเกิดเป็นพื้นที่สาธารณะนอกการควบคุมของรัฐ และมีศูนย์กลางอยู่ที่ปารีสแทนที่จะเป็นแวร์ซาย กรณีพิพาทบูฟง (Querelle des Bouffons) ในปี 1750 เป็นเหตุการณ์แรก ๆ ที่แสดงให้เห็นว่าความเห็นของสาธารณะมีความสำคัญ แม้แต่ในเรื่องรสนิยมทางดนตรีซึ่งเคยเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมของชนชั้นสูง หลังจากนั้นความเชื่อว่าทัศนะของสาธารณชน (แทนที่จะเป็นราชสำนัก) มีสิทธิที่จะตัดสินปัญหาทางวัฒนธรรมก็พัฒนาไปสู่ความต้องการของสาธารณะที่จะชี้ขาดปัญหาทางการเมืองในเวลาต่อมา

ปากท้องของประชาชน ความเหลื่อมล้ำ ความสุข สิ่งเหล้านี้ล้วนผลักดันประชาชนไปสู่การสนับสนุนการปฏิวัติ

ขอขอบคุณบทความเนื้อหาสาระทางประวัติศาสตร์ โดย ufabet

อ่านบทความเพิ่มเติมด้านการลงทุนได้ที่ >> บทความ <<