Categories
ประวัติศาสตร์

รัฐประหาร เมื่อรัฐถูกทำลาย ประชาชนตาย ใครได้ประโยชน์?

รัฐประหาร

รัฐประหาร เมื่อรัฐถูกทำลาย ประชาชนตาย ใครได้ประโยชน์?
Centrovirtual จะพาคุณไปเรียนรู้กัน

รัฐประหาร

รัฐประหาร (อังกฤษ: coup d’état หรือ coup) คือ การยึดอำนาจและถอดถอนรัฐบาล ซึ่งมักกระทำด้วยวิธีการอันผิดกฎหมายและนอกรัฐธรรมนูญ และเป็นการกระทำของกลุ่มทางการเมือง ทหาร หรือผู้เผด็จการ นักวิชาการหลายคนมองว่า รัฐประหารเป็นอันสำเร็จ ถ้าผู้ยึดอำนาจสามารถควบคุมอำนาจไว้ได้อย่างน้อยเจ็ดวัน

ปัจจัยก่อให้เกิดรัฐประหาร

  • ความไม่พอใจส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่รัฐ
  • ความไม่พอใจของหน่วยงานทางทหาร
  • ความเป็นที่นิยมของกองทัพ
  • ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทางเจตคติของกองทัพ
  • การตกต่ำทางเศรษฐกิจ
  • วิกฤตการเมืองท้องถิ่น
  • อิทธิพลจากรัฐประหารในภูมิภาค
  • ภัยคุกคามจากภายนอก
  • การเข้ามีส่วนร่วมในสงคราม
  • การสมรู้ร่วมคิดกับอำนาจทางการทหารจากต่าวประเทศ
  • หลักยึดเหนี่ยวของกองทัพต่อความมั่นคงของรัฐ
  • วัฒนธรรมทางการเมืองของเจ้าหน้าที่รัฐ
  • หน่วยงานที่ขาดการมีส่วนร่วมทางการบริหาร
  • ประวัติของการเป็นอาณานิคม
  • การพัฒนาเศรษฐกิจ
  • การส่งออกที่ไม่กระจายรูปแบบ
  • องค์ประกอบทางชนชั้นของเจ้าหน้าที่รัฐ
  • ขนาดของกองทัพ
  • ความเข้มแข็งของสังคมภาคพลเมือง
  • ความน่าไว้วางใจของระบบการปกครอง
  • ประวัติการเกิดรัฐประหารในรัฐ
ตำแหน่งผู้นำจากรัฐประหารผู้นำที่ถูกปลดประเทศเหตุการณ์วันที่
ประธานาธิบดีเตโอโดโร โอเบียง อึงเกมา อึมบาโซโกฟรังซิสโก มากัส งิวมา อิเควทอเรียลกินีรัฐประหารในประเทศอิเควทอเรียลกินี พ.ศ. 25223 สิงหาคม พ.ศ. 2522
ประธานาธิบดีโยเวรี มูเซเวนีตีโต โอเคลโล ยูกันดาสงครามบุช ประเทศยูกันดา29 มกราคม พ.ศ. 2529
ประธานาธิบดีอีดริส เดบีฮิสเซน ฮาเบร ชาดการปฏิวัติชาด พ.ศ. 25332 ธันวาคม พ.ศ. 2533
ประธานาธิบดีเอมอมาลี ราห์มอนราห์มอน นาบีเยฟ[n 1] ทาจิกิสถานสงครามกลางเมืองทาจิกสถาน19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535
นายกรัฐมนตรีฮุน เซนนโรดม รณฤทธิ์ กัมพูชารัฐประหารในประเทศกัมพูชา พ.ศ. 2540สิงหาคม พ.ศ. 2540
ประธานาธิบดีเดอนี ซาซู-อึนแกโซปาสกัล ลิสซูบา คองโกสงครามกลางเมืองสาธารณรัฐคองโก25 ตุลาคม พ.ศ. 2540
นายกรัฐมนตรีแฟรงก์ ไบนิมารามาไลเซเนีย การาเซ ฟีจีรัฐประหารในประเทศฟีจี พ.ศ. 25495 ธันวาคม พ.ศ. 2549
ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตเตห์ เอซีซีมุฮัมมัด มุรซี อียิปต์รัฐประหารในประเทศอียิปต์ พ.ศ. 25563 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา[n 2]นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล ไทยรัฐประหารในประเทศไทย พ.ศ. 255722 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ประธานคณะปฏิวัติสูงสุดโมฮัมเม็ด อะลี อัลฮูตีอับดราบบูห์ มันซูร์ หะดี[n 3] เยเมนรัฐประหารในประเทศเยเมน พ.ศ. 2557–25586 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
ประธานาธิบดีเอ็มเมอร์ซัน มนางากวารอเบิร์ต มูกาบี[n 4] ซิมบับเวรัฐประหารในประเทศซิมบับเว พ.ศ. 256024 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
ประธานกรรมการแห่งชาติ
เพื่อความอยู่รอดของประชาชน
อัสซิมี โกอิตาอิบราฮิม บูว์เบการ์ เคอิตา มาลีรัฐประหารในประเทศมาลี พ.ศ. 256319 สิงหาคม พ.ศ. 2563
ประธานสภาบริหารแห่งรัฐมี่นอองไลง์อองซานซูจี พม่ารัฐประหารในประเทศพม่า พ.ศ. 25641 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

รัฐประหารในประเทศไทย

คณะรัฐประหารของไทยที่ก่อการสำเร็จ มักจะเรียกตนเองหลังก่อการว่า “คณะปฏิรูป” หรือ “คณะปฏิวัติ” เพื่อให้มีความหมายไปในเชิงบวก อย่างไรก็ตาม มีผู้เสนอว่าการ “ปฏิวัติ” หรือ “อภิวัฒน์” (revolution) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองนั้น เกิดขึ้นกับประเทศไทยเพียงครั้งเดียว จากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (Absolute Monarchy) เป็นราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 แต่ความเห็นอีกด้านหนึ่งกล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวมีลักษณะผสมผสาน ระหว่างการปฏิวัติกับการรัฐประหาร เนื่องจากมีการใช้กำลังทหาร ในการควบคุมบังคับ เพื่อระงับอำนาจของรัฐบาล ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ผู้ก่อการรัฐประหารในประเทศไทยเป็นผลสำเร็จ ส่วนใหญ่เกิดจากฝ่ายกองทัพบก[2] ส่วนทหารเรือเคยพยายามก่อรัฐประหารมาแล้ว ในกรณีกบฏวังหลวง เมื่อปี พ.ศ. 2492 และกบฏแมนฮัตตัน เมื่อปี พ.ศ. 2494 แต่กระทำการไม่สำเร็จ แล้วหลังจากนั้น ทหารเรือก็เสียอำนาจในการเมืองไทยไป

ในกรณีประเทศไทย เมื่อคณะรัฐประหารได้ทำการยึดอำนาจได้สำเร็จคณะรัฐประหารในไทยมักจะใช้วิธีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวและเสนอให้พระมหากษัตริย์ลงนามประกาศใช้ โดยมีหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ (Countersign the Royal Command) มีการออกบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวรับรองสถานะของประกาศและคำสั่งของคณะรัฐประหารให้ชอบด้วยกฎหมาย ทั้งนี้ อาจมีการรับรองความสมบูรณ์สถานะทางกฎหมายของคำสั่งหรือประกาศ และรวมทั้งการกระทำที่เกี่ยวเนื่องของคณะรัฐประหารให้ชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรัฐธรรมนูญในรัฐธรรมนูญฉบับถาวรอีกด้วย

  1. รัฐประหาร 1 เมษายน พ.ศ. 2476 พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา
  2. รัฐประหาร 20 มิถุนายน พ.ศ. 2476 นำโดยพลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ยึดอำนาจรัฐบาล พระยามโนปกรณ์นิติธาดา
  3. รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 นำโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์
  4. รัฐประหาร 6 เมษายน พ.ศ. 2491 คณะนายทหารกลุ่มที่ทำการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 จี้บังคับให้ นายควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมอบตำแหน่งต่อให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม
  5. รัฐประหาร 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง
  6. รัฐประหาร 16 กันยายน พ.ศ. 2500 นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม
  7. รัฐประหาร 20 ตุลาคม พ.ศ. 2501 นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร (ตามที่ตกลงกันไว้)
  8. รัฐประหาร 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 นำโดย จอมพลถนอม กิตติขจร ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง
  9. รัฐประหาร 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช
  10. รัฐประหาร 20 ตุลาคม พ.ศ. 2520 นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร
  11. รัฐประหาร 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 นำโดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ
  12. รัฐประหาร 19 กันยายน พ.ศ. 2549 นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
  13. รัฐประหาร 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล (ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีหลังยิ่งลักษณ์ ชินวัตรถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง)

ทั้งนี้ บางตำราระบุว่า การปิดสภาผู้แทนราษฎร และงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2476 เป็นรัฐประหารครั้งแรกของไทย และมิได้แยกเหตุการณ์วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2491 เป็นรัฐประหารอีกครั้ง

รัฐประหารคือการทำลายชาติ

ที่เป็นเช่นนี้ คงเป็นเพราะว่าในการทำรัฐประหารครั้งหนึ่ง ๆ คณะรัฐประหารมีอำนาจเบ็ดเสร็จที่จะทำอะไรก็ได้โดยไม่ต้องมีใบเสร็จรับเงิน และไม่ต้องได้รับการตรวจสอบ ตัวอย่างเช่น คณะรัฐประหารสามารถเบิกเงินจากคลังหลวงออกมาใช้สอยตามอัธยาศัย เพื่อการยึดอำนาจ การรักษาอำนาจที่ยึดมา และเผื่อไว้เพื่อการหนีออกนอกประเทศ หากรัฐประหารนั้น ๆ กลายเป็นกบฏ แต่หากสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ก็ได้เงินไปใช้สบาย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องส่งคืนคลัง

            โดยนัยนี้รัฐประหารก็คือการทุจริตในรูปแบบหนึ่ง เป็นการโกงเงินของประเทศชาติและประชาชน เอาไปใช้เพื่อการยึดอำนาจให้กับกลุ่มของตนโดยไม่ต้องส่งคืนคลังหลวง ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าไม่เคยมีรัฐประหารครั้งใดในประวัติศาสตร์ที่แสดงรายรับรายจ่ายเพราะถือเป็นความลับแห่งชาติ แต่ในความเป็นจริงก็คือความลับในการปฏิบัติการยึดอำนาจของกลุ่มผลประโยชน์ของตนเองเป็นสำคัญ

            ที่ร้ายแรงไปกว่านั้นก็คือรัฐประหารเป็นการกระทำทุจริตที่กลับกลายเป็นว่าถูกต้องตามกฎหมาย เพราะมีอำนาจเหนืออำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการของประชาชนที่ถูกล้มล้างไปเพราะอำนาจรัฐประหาร นอกจากการทุจริตแล้ว ยังสามารถสั่งฆ่า สั่งยึดทรัพย์ หรือสั่งทำลายหรือให้รางวัลแก่ใครก็ได้โดยเสมือนชอบด้วยกฎหมาย และสุดท้ายคณะรัฐประหารเองรวมทั้งการกระทำทั้งปวงของคณะรัฐประหารก็มักได้รับการนิรโทษกรรมไปในที่สุด

            อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงนั้น รัฐประหารก็คือความเถื่อนหรืออนารยะ เพราะรัฐประหารกระทำการด้วยการใช้กำลังอาวุธมาล้มล้างรัฐธรรมนูญ และยึดอำนาจอธิปไตยไปจากปวงชนชาวไทย ในระหว่างทำการ คณะรัฐประหารมักจะหาข้ออ้างมากมายเพื่อสร้างความชอบธรรมในการยึดอำนาจเดิมที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่การใช้กำลังพลและกำลังอาวุธที่เหนือกว่ามาเอาชนะจนสามารถยึดอำนาจได้สำเร็จ และทำให้ฝ่ายตรงข้ามกลายเป็นฝ่ายกบฏหรือฝ่ายที่ไม่ชอบธรรม ย่อมแสดงถึงความเถื่อน และความไม่ชอบด้วยหลักนิติรัฐของคณะรัฐประหารเอง และด้วยกำลังพลและกำลังอาวุธที่เหนือกว่า จึงปิดปากวิญญูชนได้ (ชั่วคราว)

            โดยที่ธรรมชาติสำคัญของการรัฐประหารก็คือการใช้อำนาจโดยปราศจากการตรวจสอบและไม่ต้องมีใบเสร็จรับเงิน จึงกลายเป็นบ่อเกิดของการทุจริตและประพฤติมิชอบ ผู้ที่ต้องการอำนาจและผลประโยชน์ที่ชิงความได้เปรียบเหนือบุคคลอื่น จึงต้องเข้าหาคณะรัฐประหารซึ่งมีอำนาจสูงสุด การทุจริตต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นตามมา และด้วยเหตุนี้ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา คณะรัฐประหารหรือผู้เผด็จการต่าง ๆ จึงมักกลายสภาพเป็นทรราช ที่ถือเอาประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่ตั้งมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติ

            ยิ่งกว่านั้น หลังจากการทำรัฐประหาร ผู้ที่ได้ประโยชน์หรือ ‘ส้มหล่น’ ก็คือผู้ที่ร่วมปลุกปั่นสร้างสถานการณ์ให้เกิดรัฐประหาร บุคคลเหล่านี้ก็จะได้รับลาภยศ ถูกแต่งตั้งให้เป็นตุลาการบ้าง กรรมการในองค์กรอิสระที่ถูกอำนาจรัฐประหารครองงำบ้าง  หรือสภา ‘เปรซิเดียม’ (เอาไว้ออกกฎหมายเข้าข้างพวกเดียวกัน) ที่แต่งตั้งกันเองโดยคณะรัฐประหารตามอำเภอใจโดยไม่ผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง หรือไม่ผ่านการเลือกตั้งจากประชาชน บุคคลเหล่านี้ได้อำนาจมาจากปากกระบอกปืนของฝ่ายรัฐประหารโดยแท้ นี่คืออีกบริบทหนึ่งของการโกงกินทรยศต่อชาติ

            ดังนั้นเราจะไปตั้งความหวังว่าจะมีคณะรัฐประหารใดกระทำการเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญเหนือผลประโยชน์ของกลุ่มของตนเฉกเช่น ‘พระเอกขี่ม้าขาว” นั้น ย่อมเป็นความหวังที่เลื่อนลอย เป็นความหลงผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว หรือเป็นเพียงการโฆษณาชวนเชื่อของคณะรัฐประหารและสมุนของคณะรัฐประหารนั้น ๆ เท่านั้น เพราะเนื้อแท้ของการัฐประหารก็คือการแย่งชิงผลประโยชน์ทางการเมือง ไม่ใช่การอภิวัฒน์เช่นการปฏิวัติ พ.ศ.2475 ที่คณะราษฎรกระทำการเพื่อประเทศไทยโดยตรง

            ที่สำคัญรัฐประหารสร้างความวิบัติซ้ำซ้อนให้กับประเทศไทย ทำให้ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยตกต่ำ กลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนเช่นประเทศด้อยพัฒนาระดับล่าง ๆ ของโลก ที่มักใช้กำลังอาวุธขู่เข็ญเพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจรัฐ แทนที่จะรอคอยการเปลี่ยนแปลงตามกลไกทางการเมืองเช่นอารยะประเทศ ทำให้เกียรติภูมิของประเทศลดลง โอกาสการลงทุนของชาวต่างประเทศในไทยก็ลดน้อยลงไปด้วย อาจกล่าวได้ว่าการทุจริตอื่นอาจส่งผลเสียเฉพาะจำนวนเงินที่ปล้นหรือลักไป แต่รัฐประหารจะส่งผลเสียเป็นเท่าทวีต่อประเทศชาติ ถ้าประเทศไทยเกิดรัฐประหารอีกครั้งหนึ่ง ไทยก็จะตกต่ำยิ่งกว่าพม่าที่เพิ่งเริ่มมีประชาธิปไตย

ขอขอบคุณบทความเนื้อหาดีๆ สาระ โดย ufa168

อ่านบทความเพิ่มเติมด้านการลงทุนได้ที่ >> บทความ <<