Categories
ประวัติศาสตร์

แพทย์ ผู้เสียสละเพื่อสังคมหรือแค่อีกหนึ่งอาชีพ?

แพทย์

แพทย์ อาชีพนักบุญชุดขาว เหล่าพระผู้มาโปรด
หรือเป็นเพียงแค่อาชีพอาชีพหนึ่ง
สังคมหรือวัฒนธรรมเรายกย่องอาชีพนี้สูงเกินไป
หรือพวกเขาควรค่าแก่การยกย่อง
วันนี้ Centrovirtual ไปหาคำตอบกัน

แพทย์

แพทย์ (physician, doctor) หรือภาษาบอกว่า “หมอ” ในบางที่ดินตามชนบท อาจเรียกแพทย์ว่า “หมอใหญ่” เพื่อที่จะกันงงงันกับพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่อื่นๆในด้านด้านสาธารณสุข แพทย์มีบทบาท สอบถามความเป็นมา ตรวจร่างกาย และส่งตรวจตัดสินเพิ่มเติมอีก เพื่อที่จะสั่งการรักษาหรือให้การรักษาโรค ส่งเสริมฟื้นฟูสุขภาพ ให้แก่ผู้เจ็บไข้ เข้าร่วมกับพนักงานด้านสุขภาพอื่น ๆ
การศึกษาแพทยศาสตร์ในเมืองไทยใช้เวลาเรียนรู้ 6 ปี ปีแรกเรียกชั้นตระเตรียมแพทยศาสตร์ เรียนรู้วิทยาศาสตร์ทั่วๆไปเน้นย้ำเกี่ยวโยงทางชีววิทยา ปีที่ 2-3 เรียนรู้วิชาที่เกี่ยวโยงทางการแพทย์ เรียกเดี๋ยวนี้ว่า พรีคลินิก ปีที่ 4-5 เรียนรู้และฝึกการทำงานผู้เจ็บไข้จริงเข้าร่วมกับแพทย์รุ่นพี่และคุณครู เรียกเดี๋ยวนี้ว่า ชั้น Clinic และปีท้ายที่สุดเน้นย้ำฝึกกระทำกับผู้เจ็บไข้จริงภายใต้การควบคุมของแพทย์รุ่นพี่และคุณครูเรียกเดี๋ยวนี้ว่า Extern
เมื่อนักเรียนรู้แพทย์ในเมืองไทยเรียนรู้จบแพทยศาสตร์บัณฑิต บัณฑิตแพทย์ควรจะมีกระบวนการทำงานหรือการชดใช้ทุนของแพทย์เป็นเวลา 3 ปี โดยระบุให้ดำเนินงานให้รัฐบาล ซึ่งหากผิดรับปากจึงควรจ่ายค่าชดเชยให้รัฐตามแต่รับปากซึ่งทำไว้ตั้งแต่ก่อนเข้ารับการเล่าเรียนระบุ ในปีแรกแพทยสภาระบุให้เกิดการฝึกดำเนินงานเสริมเติมในโรงพยาบาลใหญ่ ๆ ภายใต้การกำกับของแพทย์รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์เป็นเวลา 1 ปี ซึ่งเรียกเดี๋ยวนี้ว่า Intern
ภายหลังที่บัณฑิตแพทย์เรียนจบออกมาและได้เพิ่มเติมพูนความถนัดตามปริมาณปีที่แพทยสภา (Medical Council of Thailand) เป็นผู้ระบุแล้ว สามารถสมัครเพื่อที่จะอบรมเป็นแพทย์ประจำบ้าน (Medical Resident) และเมื่อจบหลักสูตรการอบรมและสามารถสอบใบประกันจากราชวิทยาลัยแพทย์ต่าง ๆ ได้แล้ว จึงจะได้เป็นแพทย์เฉพาะทางได้ถัดไป ซึ่งสาขาของแพทย์เฉพาะทางมีด้วยประการฉะนี้

  • อายุรแพทย์ – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุของบุคคลศาสตร์
  • สูตินรีแพทย์ – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสูตินรีเวชวิทยา
  • ศัลยแพทย์ – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรม
  • ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ (ศัลยกรรมกระดูกและข้อ)
  • หมอตา – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจักษุวิทยา
  • จิตแพทย์ – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชศาสตร์
  • แพทย์โสตศอนาสิก – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโสตศอนาสิกวิทยา
  • พยาธิแพทย์ – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน (พยาธิวิทยา)
  • รังสีแพทย์ – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยา
  • วิสัญญีแพทย์ – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวิสัญญีวิทยา
  • กุมารแพทย์ – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์
  • แพทย์เวชกระทำครอบครัว – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชกระทำครอบครัว
  • แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู
  • แพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน – แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฉุกเฉิน

สภาพแวดล้อมในวิธีการทำงาน

สถานที่สำหรับทำงาน – คุณหมอโดยมากจะดำเนินการในโรงพยาบาลซึ่งแบ่งได้แผนกต่างๆ สุดแท้แต่ว่าจะดำเนินการในส่วนไหน ในกรณีที่เป็นการตรวจโรคทั่วๆไปการดำเนินการของหมอจะอยู่ในห้อง มีโต๊ะดำเนินการที่ใช้สำหรับตรวจและเสวนากับคนไข้ มีพยาบาลและผู้ช่วยคอยเป็นลูกมือสำหรับในการดำเนินการ บรรยากาศก็จะเป็นการพบปะและซักถามดาต้าการรักษาคนไข้ ซึ่งจะผิดแผกแตกต่างไปในแต่ละราย เกิดการดำเนินการที่มีการพูดคุยกันเพื่อที่จะสร้างบรรยากาศที่ดีและไม่นำมาซึ่งการทำให้กำเนิดสภาวะกดดันสำหรับในการปฏิบัติภารกิจ เมื่อทราบผลว่าผู้ไข้ป่วยไข้เป็นอะไรก็จะส่งเรื่องไปตรวจยังแผนกต่างๆตามการรักษา ซึ่งห้องดำเนินการของคุณหมอในแผนกต่างๆก็จะความไม่เหมือน

บุคลิกนิสัยของผู้ที่เหมาะสมจะทำอาชีพนี้

  • คุณหมอจะต้องเป็นคนใจเย็นก็เพราะจึงควรปฏิบัติงานกับคนไข้ที่มีทั้งยังความกลุ้มใจไม่สะดวกใจ คุณหมอควรต้องมีวิธีการเสวนาและให้การรักษาอย่างรู้เรื่องเยอะที่สุด
  • มีน้ำใจเอื้อเฝื้อเผื่อแผ่ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีจิตวิทยาในกรรักษาและการพูดเพื่อจะหาทางออกและสร้างความสะดวกใจให้กับคนไข้
  • เป็นผู้ที่ชอบเล่าเรียนหาวิชาความรู้สม่ำเสมอเวลา ก็เพราะมีโรคใหม่ๆ technology และการรักษาใหม่ๆกำเนิดขึ้นสม่ำเสมอเวลา
  • มีความถนัดวิชาความรู้ที่ดีสามารถปรับปรุงแก้ไขคำถามต่อหน้าต่อตาได้อย่างยอดเยี่ยมมาก ก็เพราะว่าจำเป็นที่จะต้องพบเห็นกับสิ่งที่ไม่คาดคิดอยู่เสมอเวลา อย่างเช่นคนไข้ช๊อค การผ่าตัดเกิดการบกพร่อง เลือดไหลไม่หยุด ควรจะมีผู้ที่มีสติและคิดหาทางปรับปรุงแก้ไขคำถามที่กำเนิดขึ้นได้สม่ำเสมอเวลา
  • จะต้องมีความกล้าในทั้งหมดทุกอย่าง กล้าตกลงใจ กล้าลงมือกระทำ ไม่กลัวเข็ม ไม่กลัวเลือด เครื่องไม้เครื่องมือการแพทย์ต่างๆหรืออวัยวะต่างๆในร่างกาย ก็เนื่องจากว่าเป็นสิ่งที่เราจำเป็นที่จะต้องพบเห็นในวันแล้ววันเล่า

โรงพยาบาลรัฐบาล จะได้พบกับคนไข้ที่มากหน้าหลายตาระดับ ตั้งแต่ยากจนที่สุด ไปกระทั่งมั่งคั่งมีฐานะที่สุด แต่ควรมีการให้บริการทางการแพทย์ที่เสมอกันทุกคน ปริมาณคนไข้ในทุกวี่ทุกวันมีจำนวนที่มาก คนไข้จึงควรรอคิวเพื่อจะรับการรักษาเป็นเนิ่นนาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวคุณหมอควรจะเป็นคนใจเย็นไม่มีลักษณะนิสัยด้านลบในระหว่างการดำเนินการ
โรงพยาบาลเอกชน คนไข้โดยมากจะเป็นคนมีฐานะทางการเงินตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไปจนกระทั่งระดับที่ถือว่าสูง นอกจากจำเป็นที่จะต้องรักษากำกับคนไข้อย่างใกล้ชิดแล้วยังควรจะมีการให้บริการที่ดีและการใส่ใจกับอีกทั้งคนไข้และญาติของคนไข้
โรงพยาบาลต่างจังหวัด คนไข้ในโรงพยาบาลต่างจังหวัดจะค่อนข้างจะมีความเกรงใจและแลเห็นจุดสำคัญของคุณหมอมาก มีความสนิทสนมและหยิบยื่นน้ำใจต่างๆให้ท่านหมอ เนื่องมาจากมีหมอน้อยทำให้ท่านหมอจำเป็นจะต้องทำงานมากในหลายๆส่วน ส่งผลให้บรรยากาศวิธีการทำงานระหว่างคุณหมอกับคนไข้ไม่ตึงเครียด มีความใกล้ชิดและกันเองกัน

คนไทยคิด (เรียงความสำคัญ) => เงิน , ความสบาย , หน้าที่ , สังคม
ฝรั่งคิด (เรียงความสำคัญ) => หน้าที่ , สังคม , เงิน , ความสบาย

เช่น ในเหตุการณ์นี้ ฝรั่งจะคิดว่า
1. คุณทำหน้าที่ดีพอแล้ว
2. สังคมต้องปรับให้คุณอยู่ได้ อย่าเอาเปรียบคุณเกินไป
3. ดังนั้น คุณควรได้รับการพักผ่อน ได้ค่าตอบแทนสมเหตุสมผลกับความลำบากที่คุณเสียสละ

คนไทยคิด ( เงิน , ความสบาย , หน้าที่ , สังคม )
1. หมอรวยเยอะแยะ คุณจะบ่นอะไร (จากความเห็นบนๆ ชัดเจนมาก)
2. ความรวย ความสบาย มันอยู่ที่คุณเลือกนิ
3. หน้าที่หมอราชการไม่ต้องมีหรอก (แต่ลืมคิดไปว่า ถ้าหมอทุกคนทำเอกชนหมด แล้วสุดท้ายใครจะมารักษา 30 บาทละ)
4. โทษรัฐบาล โทษสังคม (พอญาติตัวเองป่วยรักษาเอกชนแพงๆ โรงพยาบาลรัฐรอคิวนานมากๆๆๆ)

ขอขอบคุณเนื้อหาสาระประโยชน์ โดย ufabet